สกุล บุณยทัต
“..ภาวะแห่งการเติบโตของมนุษย์เราทุกคน จักต้องเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ด้วยรากฐานอันทับซ้อนของจิตวิญญาณแห่งชีวิต.. ที่ก่อรูปขึ้นทั้งด้วยความจริงและความหมายอันยากจะจำกัดนิยาม..
หลาย ๆ ครั้งมันย้อนยอกด้วยปรารถนาอันสุดโต่ง แต่กับอีกหลาย ๆ ครั้งมันกลับบางเบาเหลือแสนดุจดั่งขนนกที่ปลิวไกลไร้อายุขัย..
เหตุดั่งนี้ ในก้าวย่างของทุกจังหวะแห่งชีวิต จึงถูกห่มคลุมไปด้วยภาวะสำนึก แห่งมุมมองต่อโลกที่เราต่างมีชีวิตอยู่ และดำเนินไปเบื้องหน้าด้วยข้อกำหนดอันแปลกต่างหลากหลายที่กำหนดถึงความเป็นเราอย่างยากจะเลี่ยงพ้น.. มันเหมือนสิ่งที่อยู่เหนือชะตากรรม.. ที่ควบคุมการเติบโตของชีวิตเราอย่างงันเงียบ..
ต่อเมื่อเราได้ประจักษ์ต่อความเป็นโลก.. ความเป็นตัวตนแห่งชีวิตจึงจะบรรลุถึง.. ดุลยภาพของการดำรงอยู่ที่แท้..!”
นี่คือประเด็นความคิดสำคัญที่ได้รับจากหนังสือ “จงเติบโตเป็นสิ่งที่ตนเองชอบ” หนังสือที่สร้างพลังในวิถีแห่งการสร้างเสริมตัวตนสู่การเติบใหญ่ของชีวิตอย่างรู้คุณค่า.. หนังสือที่ประมวลความคิดและเขียนโดย “กู่เตี่ยน” (Gudian) นักเขียนชื่อดังชาวจีน ที่ทำให้ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้สามารถฉีกกรอบความคิดแห่งชีวิตเดิม ๆ.. จนสามารถค้นพบตัวเอง กระทั่งสามารถจัดการความไม่มั่นคงในชีวิต และเลือกเดินตามเส้นทางที่ตนเองชอบหรือต้องการอย่างมีความสุข..
(โดยเนื้อหาทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่.. การยอมรับความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการสร้างชีวิตที่มีความหมาย..!)
“เมื่อคุณรู้สึกสิ้นหวังจนไปต่อไม่ได้ ก็แค่ปล่อยให้ตัวเองยอมแพ้.. อาจจะลองไปออกกำลังกาย เพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้นมันจำเป็นสำหรับการรับมือกับความสิ้นหวัง หรืออาจเปิดต้อนรับความสิ้นหวังที่เจิดจ้า..! ลองออกไปเดินเล่น พบปะผู้คน และสิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจ นอนหลับให้สบาย รอคอยอย่างสงบ!
และครั้นได้ยอมแพ้อย่างราบคาบแล้ว คุณจะเห็นแสงสว่างวิบวับในความมืด จงเดินเข้าไปในนั้น.. เราอาจจะเคยเป็นคนเล็ก ๆ แต่ในปัจจุบันถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าสนใจแล้ว!”
เป้าหมายของหนังสือเล่มนี้.. จึงมุ่งหวังให้ผู้อ่านได้เข้าใจตนเอง กล้าที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองมากขึ้น เป็นเหมือนเพื่อนที่คอยสนับสนุนให้เราค้นพบและสร้างตัวของตัวเอง ให้เป็นคนที่รักและภูมิใจในตัวเองอย่างแท้จริง..!
“เมื่อคุณเป็นคนที่รู้สึกติดยึดในชีวิต ไม่รู้จะเดินทางไปทางไหน?.. สำหรับคนที่ทำตามความคาดหวังของคนอื่นจนเหนื่อยหนัก คนที่กำลังค้นหาแรงบันดาลใจ ความสุข ความรัก! ที่สุด.. เมื่อเราค้นหาตัวเอง ฟังเสียงหัวใจตัวเอง ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ก้าวข้ามความคิดเดิม ๆ เพื่อสร้างชีวิตแบบที่ใช่ สร้างให้เรามองโลกในแง่บวก ปล่อยวาง และรักตัวเอง รวมถึงการให้ความมั่นใจในการเปิดเผยตามที่ต้องการ ผ่านมุมมองของคนที่จัดการหรือมีประสบการณ์..!”
นอกเหนือจากนี้แล้ว.. หนังสือเล่มนี้ยังช่วยนำให้เราไปสู่การค้นหาตัวเอง โดยการกลับมาฟังเสียงหัวใจตนเอง เพื่อค้นหา.. ความต้องการที่แท้จริง อีกทั้งยังช่วยทำลายกำแพงความคิด สอนวิธีแหกกฎความคิดเดิมที่จำกัดชีวิต โดยเปิดใจรับรู้ที่กว้างใหญ่ ผ่านพื้นฐานแห่งวิธีคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อ ๆ ได้เสมอ.. ผ่านความพยายาม ผ่านวิธีคิดที่ถูกต้อง และรักตัวเอง..!
“เรียนรู้ที่จะเป็นเพื่อนกับตัวเอง โดยที่จะไม่เปรียบเทียบกับคนอื่น” ด้วยรากฐานแห่งวิธีการต่าง ๆ.. ดังต่อไปนี้:
เป็นตัวเองในชีวิตของตัวเอง อย่าเผลอไปใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น
ถ้าเหนื่อยมากๆ จนไม่รู้ว่าเหนื่อยจากอะไร นั่นเท่ากับว่าเราใช้ชีวิตผิดที่ หรือผิดทิศทางแล้ว..
ความสุขไม่จำเป็นต้องแสดง และไม่ต้องรอการมีเงิน เราอาจจะต้องเห็นคุณค่าของทรัพย์ แต่ถ้าไม่เห็นในวันนี้.. พรุ่งนี้ก็อาจไม่ต่างกัน
การเปรียบเทียบคือสูตรแห่งการทำร้ายตัวเอง เพราะชีวิตไม่ใช่สนามแข่งขัน วิ่งตามทางของตัวเองก็พอ ใครจะวิ่งเร็วกว่าก็วิ่งไป
คนตัวเล็กไม่จำเป็นต้องยอมแพ้ เพราะความอยุติธรรมมีอยู่จริง แต่ความกล้าหาญก็มีอยู่ในใจเหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่ได้หยิบนำมาใช้
หากไม่รู้จะทำอะไรต่อ ก็ไม่ถือเป็นเรื่องน่าอาย แต่ถ้าหากยอมติดอยู่ที่เดิม ทั้ง ๆ ที่ใจอยากไปต่อ จะถือเป็นเรื่องที่น่าอายที่สุด..
ถ้าไม่รักงานที่ทำอยู่ แต่ฝันว่าจะได้ทำงานที่รักในอนาคต มันจะก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ได้เลย ตราบใดที่เท้ายังติดอยู่กับภาวะรอให้พร้อมก่อน..
ความกตัญญูไม่ใช่การทำร้ายตนเองให้คนอื่นพอใจ พ่อแม่อยากให้เรามีความสุข ไม่ใช่แค่อยู่รอดแบบเดิม ๆ ในชีวิต..!
มีการระบุว่า.. อุดมการณ์ของ “กู่เตี่ยน” ไม่ใช่แค่การเป็นเพียง “ครูดีเด่น” แต่เขายังพยายามที่จะเป็นสุดยอดนักออกแบบบนเส้นทางชีวิต เพื่อเผยแพร่แนวคิดและคุณค่าแก่เยาวชน.. เขาเริ่มต้นจากศูนย์ วางแผนชีวิตของตนเองใหม่ ศึกษา และรวบรวมเรื่องราวของความสำเร็จ ตัวอย่างในทางจิตวิทยา แล้วรวบรวมเป็นหลักสูตรไปสอนผู้อื่น.. เขาพยายามค่อย ๆ สร้างทฤษฎีของตนเอง แม้จะยังมีข้อติดขัดอยู่บ้าง แต่ก็จะสามารถมองเห็นแนวคิดโดยรวมของเขาได้..!
หนังสือเล่มนี้.. จึงประกอบสร้างขึ้นด้วย.. คุณค่าของชีวิตและทัศนคติเชิงบวก รวมทั้งการพัฒนาอาชีพการงาน ซึ่งเป็นประสบการณ์จากโรงเรียนที่เขาสอนอยู่ ณ “ซินตงฟาง” ที่เขาเป็นครูสอนคำศัพท์ แต่จริงๆ แล้ว.. เขารู้สึกสิ้นหวังในชีวิต ไม่ว่าจะจากการอกหัก อยากหนีไปต่างประเทศ หรืออยากจะลาออกจากงาน แต่การค้นหาความหวังจากการสิ้นหวังเช่นนี้ กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาได้ใช้จิตใจค้นหาความหวังได้ในที่สุด! นั่นจึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า อุดมคติของ “กู่เตี่ยน” นั้น ไม่ใช่หยุดอยู่เพียงแค่การเป็นครูสอนภาษาเท่านั้น..!
เหตุนี้.. เราจึงจำเป็นที่ต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายของปัจจุบันว่า “สังคมนี้ไม่ได้ยุติธรรม” แต่กับความอยุติธรรมที่เป็นอยู่และมีอยู่นั้น จะต้องไม่มีผลต่อการทำงานให้มีความสุขของเรา..! จะทำอย่างไรได้เล่า ถึงจะทำให้เราสามารถเปลี่ยนจากภาวะของความเป็นเหยื่อ มาเป็นผู้ควบคุมได้..! แน่นอนว่า.. เราจะต้องคิดอย่างตรงไปตรงมา โดย “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องยอมรับได้ในทุกอย่าง” ซึ่งหากเราทำใจและเข้าใจ เราก็จะดีขึ้น
เราต้องรับผิดชอบทุกอย่าง หากเราเข้าใจก็จะทำให้ดีขึ้น หรือลองย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องที่เคยประสบพบเจอมาแล้ว และหากเรื่องทั้งหมดยังเหมือนเดิม เงื่อนไขทั้งหมดเหมือนเดิม แล้วเราลองเปลี่ยนตัวเอง ผลลัพธ์จะดีขึ้นหรือไม่ และถ้าคำตอบคือใช่.. ก็แสดงว่า ก่อนหน้านี้ เราต่างคิดว่าตนทำดีอยู่แล้ว และอะไรที่ไม่ดีนั้นล้วนมาจากคนอื่น..!
“ความจำและทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเคยประสบ ล้วนมีค่ากับชีวิตของคุณทั้งสิ้น..” ท้ายที่สุด.. ต่างมีความเชื่อว่า หนังสือจะก่อร่าง ก่อความคิดให้ผู้อ่านหรือผู้สัมผัสได้เป็นนักเดินทาง ผู้ออกท่องมหาสมุทรไปได้อย่างยาวไกล โดยจุดหมายปลายทางจะเป็นไปอย่างที่เราต้องการ ไม่ใช่จะทำให้เราตกอยู่ในสถานะของคนหลงทาง ที่ถูกสาปไปด้วยความกลัว ที่ต้องเร่ร่อนอยู่กลางมหาสมุทรแห่งความสับสนไปตลอดชีวิต..
หนังสือเล่มนี้สามารถขายไปแล้วกว่า 3 ล้านเล่มในประเทศจีน.. “รำพรรณ รักศรีอักษร” นักแปลผู้มากฝีมือ แปลและถ่ายทอดหัวใจของหนังสือออกมาได้อย่างงดงามและน่าจดจำ! มันคือ.. พลังแห่งความอิ่มเอมอันยากจะปฏิเสธได้..!
การมีอยู่ของชีวิต ย่อมปรารถนาถึงบางสิ่งที่สามารถจะโอบประคองเราถึงความหลุดพ้นและเข้าใจในอนาคตแห่งจิตปัญญาของชีวิต แรงเหวี่ยงแห่งชะตากรรมจักเกิดขึ้นได้เสมอ กระทั่งชีวิตได้มีโอกาสหยั่งเห็นและรับรู้ถึงการเติบเติบโตในวงจรแห่งใจที่แม่นตรง เราจึงจะตระหนักและประจักษ์ มีเพียงสิ่งที่ชอบในชีวิตและเข้าใจมันอย่างจริงใจได้เท่านั้น.. ที่จะทำให้เรา “เติบโต” ได้!
“..ยุคสมัยต่างกัน เกมที่เล่นก็ต่างกัน.. จงอย่าเพียงยึดถือแค่ความหมาย แต่จงให้ความสนใจต่อสิ่งที่ ‘น่าสนใจ’ ให้มากยิ่งขึ้น...!!!”








