ไลฟ์สไตล์

คู่มือท่องเที่ยวกรุงไทเป : แช่น้ำพุร้อนผ่อนคลาย เสริมบุญกับวัดสายมู ตะลุยชิมอาหารรสเลิศ

แชร์ข่าว

กรุงไทเปกำลังได้รับกระแสและความนิยมเพิ่มขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย เมืองนี้ไม่เพียงผสมผสานเสน่ห์ความดั้งเดิมและความทันสมัยได้อย่างลงตัว แต่ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาเพื่อพักผ่อนหรือเยียวยาทั้งกายและใจ เฉกเช่นเดียวกับที่คนไทยให้ความสำคัญแก่การปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ กรุงไทเปเองก็มี “ปรัชญาแห่งการใช้ชีวิตแบบ Slow Life” ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมองหาความสงบทางจิตใจ การสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง หรือความมีชีวิตชีวาแบบเมืองใหญ่ กรุงไทเปสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด

วัดหลงซานถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับการสัมผัสวัฒนธรรมของกรุงไทเป วัดเก่าแก่กว่า 300 ปีแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ และยังถือเป็นหนึ่งในสามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไต้หวัน ควบคู่ไปกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงและอนุสรณ์สถานเจียงไคเชก ประวัติศาสตร์อันยาวนานของวัดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้อพยพชาวฝูเจี้ยนที่นำความศรัทธาในเจ้าแม่กวนอิมมาสู่ไต้หวัน แผ่นหินบนลานวัดที่ดูไม่เรียบเหล่านั้น แท้จริงแล้วคือหินถ่วงเรือของเหล่าผู้อพยพในอดีต แต่ละก้อนล้วนบรรทุกความกล้าหาญของผู้ที่ตัดสินใจจากบ้านเกิดไม่หวนคืน อีกทั้งวัดนี้ยังมี “เทพเจ้าแห่งความรัก” ที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก โดยเชื่อกันว่าเจ้าแม่กวนอิมจะช่วยผูกดวงคู่รักได้ไม่ต่างจากที่คนไทยเชื่อว่าพระพุทธเจ้าจะคุ้มครองผู้ที่มีรักแท้

หลังจากได้เยียวยาจิตใจแล้ว ก็ถึงเวลาปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายกับบ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างชนพื้นเมืองผิงผู่กับชาวฮั่น ทำให้เกิดการผสมผสานกันของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ต่อมาในสมัยญี่ปุ่นปกครองได้เริ่มมีการพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นแหล่งพักผ่อนแช่น้ำพุร้อน และในปัจจุบันก็ได้รับยกย่องให้เป็นน้ำพุร้อนระดับนานาชาติ โดยคู่มือ Michelin Green Guide Taiwan ให้คะแนนแนะนำถึงระดับ 3 ดาว ที่นี่มีน้ำแร่หายากสองชนิด ได้แก่ กำมะถันเขียว และกำมะถันขาว ซึ่งมีสรรพคุณในการบรรเทาโรคผิวหนังและข้ออักเสบได้อย่างดี นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถชมอาคารไม้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมเพียงแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในไต้หวัน หรือเดินทางไปที่วัดผู่จี้เพื่อสัมผัสกับสถาปัตยกรรมวัดสไตล์ญี่ปุ่น การแช่น้ำพุร้อนของไต้หวันนั้นจะแตกต่างกับสปาในประเทศไทย เนื่องจากที่นี่จะให้ความสำคัญกับการแช่ตัวในน้ำแร่ที่อุดมด้วยแร่ธาตุ เพื่อผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ

การใช้ชีวิตแบบ Slow Life ยังสะท้อนอยู่ในวัฒนธรรมการดื่มชาของไต้หวัน การนั่งกระเช้าเหมาคงขึ้นไปบนเขา พร้อมจิบชาและชมวิวกรุงไทเปจะได้สัมผัสกลิ่นหอมละมุนของชาและถือเป็น “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต” ที่มีรสหวานนุ่มและเต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ซึ่งจะมีความแตกต่างจากชาไทยที่ใส่นมข้นหวานซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มเติมความสุขในชีวิตประจำวันของคนไทย นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดที่ควรไปและไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือวัดกลองธรรม ที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายในสไตล์เซนแบบร่วมสมัย และมีสระน้ำสะท้อนแสงจันทร์ที่ช่วยให้จิตใจสงบนิ่งอีกด้วย

คำบรรยายภาพ: ไทเปเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่ไม่จำกัดเพียงแค่เสน่ห์ของมหานคร แต่ยังสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าเหมาคงขึ้นสู่แดนที่เปรียบเสมือนสวรรค์บนดิน ชมวิวพาโนรามาของกรุงไทเป พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงาม

พิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กงแห่งชาติ ถือเป็นจุดหมายที่ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุไม่ควรพลาด ที่นี่ไม่เพียงแต่มีโบราณวัตถุและศิลปวัตถุจัดแสดงมากมายเท่านั้น แต่ยังมี “สามมหาสมบัติแห่งกู้กง” ที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดอันได้แก่:

● หยกผักกาดขาว สมบัติล้ำค่าของราชวงศ์ชิง ที่แกะสลักขึ้นจากหยกธรรมชาติทั้งก้อน โดยบนใบผักจะมีตั๊กแตนตำข้าวซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

● หยกหมูสามชั้น แกะสลักจากหินโมรา มีลายเหมือนเนื้อหมูจริงทั้งส่วนมันและส่วนเนื้อ บ่งบอกถึงระดับฝีมือขั้นสูงของช่างผู้แกะสลัก

● กระถางสำริดของเหมากง กระถางสำริดจากสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก ภายในจารึกอักษรโลหะถึง 500 ตัว ซึ่งหาดูได้ยากและมีคุณค่าอย่างยิ่งทั้งในด้านประวัติศาสตร์และศิลปะการเขียนพู่กันจีน

สมบัติเหล่านี้ถือเป็นหัวใจของวัฒนธรรมฮั่น และเป็นโบราณวัตถุอันประณีตหาชมได้ยากในโลก หากได้มาที่พิพิธภัณฑ์นี้ รับรองว่าจะได้เปิดโลกทัศน์แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน

ตั้งแต่วัตถุโบราณในราชสำนักไปจนถึงความเชื่อของประชาชน กรุงไทเปได้สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานวัฒนธรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัดต้าหลงต้ง เป่าอัน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมจากองค์การ UNESCO ด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามและน่าทึ่ง ขณะที่วัดขงจื้อไทเป ก็ได้ถ่ายทอดความสง่างามและความศักดิ์สิทธิ์ของวัฒนธรรมขงจื้อได้อย่างชัดเจน

อยากรู้จุดเริ่มต้นของการค้าขายในกรุงไทเปไหม? ลองเดินเล่นบนถนนตี๋ฮว่าและท่าเรือต้าเต้าเฉิง ถนนโบราณอายุกว่าร้อยปีนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของพ่อค้าชาวไต้หวันในอดีต ทุก ๆ ร้านล้วนแต่มีเรื่องเล่าน่าประทับใจของตัวเอง ย่านประวัติศาสตร์เหล่านี้ไม่เพียงแต่อนุรักษ์อาคารบ้านเรือนโบราณไว้ แต่ยังเก็บรักษา “ความอบอุ่นของการใช้ชีวิตในอดีต” ไว้อย่างครบถ้วน

คำบรรยายภาพ: พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติไทเป มีโบราณวัตถุมากมายและมีคุณค่าควรค่าแก่การเยี่ยมชม

กรุงไทเปในมุมมองสมัยใหม่เองก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ร้านชิงเถียน 76 คืออดีตบ้านพักของศาสตราจารย์ในสมัยญี่ปุ่นปกครองที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เป็นร้านน้ำชา นักท่องเที่ยวสามารถมาจิบชายามบ่ายภายในบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่น พร้อมกับซึมซับบรรยากาศย้อนยุคอันแสนสงบ

ตึกไทเป 101 และย่านการค้าซิ่นอี้ แสดงถึงความทันสมัยของเมืองหลวง ด้วยตึกสูงระฟ้าและศูนย์การค้าที่เต็มไปด้วยแบรนด์ระดับโลก ทำให้รู้สึกถึงความเป็นเมืองนานาชาติอย่างแท้จริง

ขณะที่ย่านซีเหมินติง เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของคนรุ่นใหม่ เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของเหล่าวัยรุ่นกรุงไทเป ที่นี่มีตึกอิฐแดงหรือแกลอรี่บ้านอิฐแดงซึ่งเคยเป็นตลาดในยุคสมัยที่ญี่ปุ่นปกครองและถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่จัดงานสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมและนิทรรศการ นอกจากนี้ยังมีแลนด์มาร์กอย่างถนนสายรุ้งหมายเลข 6 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับชาว LGBTQ+ นอกจากนี้ยังมี ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ฮว๋าซานและสวนสาธารณะ Xinzhongshan ที่เต็มไปด้วยร้านค้าสุดสร้างสรรค์ สะท้อนถึงพลังแห่งความคิดและจิตวิญญาณอันสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในกรุงไทเป

คำบรรยายภาพ: มาเที่ยวที่กรุงไทเปทั้งที ต้องไม่พลาดที่จะลองเมนูคลายร้อนยอดฮิตอย่างน้ำแข็งไสมะม่วง

เมื่อมากรุงไทเป อาหารคืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ตลาดกลางคืนหนิงเซี่ยและถนนหย่งคัง ต่างก็เป็นจุดหมายยอดนิยมในการลิ้มลองสตรีทฟู้ดของกรุงไทเป ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวหลงเปา บะหมี่เนื้อตุ๋น หรือน้ำแข็งไสมะม่วง ทุกอย่างล้วนเป็นรสชาติที่สะท้อนความเป็นกรุงไทเป

● เสี่ยวหลงเปาของร้านติ่นไท่ฟง ที่มีจีบถึง 18 ชั้นนั้นไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของช่างฝีมือชาวไต้หวันที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดและมุ่งมั่นต่อความสมบูรณ์แบบ

● หอยนางรมทอดไข่ ที่มีความนุ่มฉ่ำแตกต่างจากแบบกรอบของประเทศไทย ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีเสน่ห์ในตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึง “ปรัชญาอาหาร” ที่แตกต่างของทั้งสองวัฒนธรรม

จากกลิ่นธูปหอมตลอด 300 ปีที่วัดหลงซาน ไปจนถึงกลิ่นชาหอมละมุนในย่านเมาคง จากสมบัติแห่งชาติในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง ไปจนถึงสตรีทฟู้ดในตลาดกลางคืน ทุกมุมของกรุงไทเปต่างก็เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าค้นหา รอให้ผู้มาเยือนหรือนักท่องเที่ยวได้ค้นพบ เสน่ห์ของกรุงไทเปอยู่ที่การเป็นเมืองที่สามารถตอบสนองได้ทั้งความปรารถนาในวัฒนธรรมดั้งเดิม ความต้องการผ่อนคลายจิตใจ และความใฝ่ฝันถึงวิถีชีวิตแบบเมืองสมัยใหม่ พร้อมแล้วหรือยังสำหรับการเดินทางสู่ “กรุงไทเป Slow Life” แห่งนี้?