ดนตรี / วรรณากร
จาเลน เอ็นกอนดา (Jalen Ngonda) เป็นนักดนตรีหนุ่มอเมริกันที่ไปลงหลักปักฐานอยู่ในอังกฤษ หลังจากเรียนจบจากสถาบันศิลปะการแสดงจากเมืองลิเวอร์พูล เขาเล่นได้ทั้งกีตาร์ กลอง และคีย์บอร์ด นอกเหนือไปจากการเป็นทั้งนักร้องและนักแต่งเพลง
เอ็นกอนดา สร้างชื่อเสียงในแวดวงดนตรีด้วยเพลงโซลสไตล์โมทาวน์ที่เขาหลงใหล นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลง “My Girl” ของวงเท็มเทชั่นส์ (The Temptations) ตอนอายุได้เพียง 11 ปี
อัลบั้มแรกสุดของเขา Come Around And Love Me ออกมาเมื่อปี 2566 ในวัยเกือบ 30 ปี เป็นอัลบั้มที่ผสมผสานระหว่างโมทาวน์โซล อาร์แอนด์บี และเพลงร็อก ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจในอังกฤษ แต่ความสำเร็จเชิงพาณิชย์ในตลาดเพลงอเมริกันนั้น ดูเหมือนจะน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม ผลงานชุดแรกที่ดีเด่นของเขาก็ทำให้เจ้าตัวได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปินที่มีความสามารถในระดับนานาชาติ
ต้นเดือนมิถุนายนปีนี้ เอ็นกอนดาออกผลงานชุดที่ 2 ชื่อว่า Doctrine Of Love ซึ่งดูเหมือนจะไต่อันดับเพลงยอดนิยมที่อังกฤษได้ดีกว่าผลงานชุดแรกเสียอีก
เอ็นกอนดายังคงแนวทางเพลงเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น เขามีทั้งเสียงร้องประสานแบบกอสเปล เสียงร้องนำสุดคลาสสิก เสียงเดินเบสที่พลิ้วไหว เสียงเครื่องสายและเครื่องเป่าที่เรียบเรียงอย่างประณีต ทำให้เพลงลูกผสมระหว่างโมทาวน์โซลปีลึกและอาร์แอนด์บีของเขาคือการผสมผสานระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ไม่ได้เป็นเพียงการเลียนแบบเพลงย้อนยุคที่ทำได้เพียงเปลือกนอก
เพลงอย่าง “Mr. Train Conductor”, “Doctrine Of Love”, “Burning Temptation” อยู่ในกลุ่มเพลงสนุก คึกคัก ชวนขยับแข้งขา และครบเครื่องตามแบบเพลงโมทาวน์โซลรุ่นทศวรรษ 60
ขณะเดียวกัน เขาก็มี “Anyone In Love”, “Good Good Love”, “Taken Out Of The Picture” ในจังหวะที่ช้ากว่า แต่ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ซาบซึ้งได้มากกว่า ขณะที่ “Hang It Out The Shelf” คือเพลงที่ทำให้หวนคิดถึงศิลปินในตำนานอย่าง มาร์วิน เกย์ (Marvin Gaye)
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงร้องแบบฟอลเซ็ตโตของเอ็นกอนดานั้น เป็นทั้งเอกลักษณ์และเป็นทั้งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลงานของเขามี “วิญญาณ” สมกับแนวทางเพลง แรกเริ่มที่ได้ยินเพลงของเขายังเข้าใจผิดว่าเป็นเพลงของศิลปินหญิง เพราะเสียงร้องที่ใสและนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ
หากจะมองหาข้อบกพร่อง ก็มองเห็นเพียงอย่างเดียวว่า อัลบั้ม Doctrine Of Love ซึ่งมีทั้งหมด 10 เพลง แต่มีความยาวรวมทั้งหมดเพียง 30 นาทีเท่านั้น…สั้นยิ่งกว่าอัลบั้มแรกของเขาซึ่งยาวเพียง 32 นาทีเสียอีก อัลบั้มนี้จึงกลายเป็นความสุขในการฟังของคนรักเพลงโซลย้อนยุคที่แสนสั้นอย่างยิ่ง
ขอบคุณภาพจาก : Facebook officialjalenngonda








