ดนตรี/รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล
สร้างชื่อเสียงมาจากคลิปร้องเพลงใน TikTok จนกลายเป็นไวรัลตั้งแต่อายุ 14-15 จนมี “Need Me” เป็นซิงเกิลเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024 ต่อยอดเป็นอีพีชุดแรกกับ แคปิตอล เรคอร์ดส์ (Capitol Records) ชื่อ Sink Now Swim Later ที่วางจำหน่ายในรูปแบบสตรีมมิงและดิจิทัลดาวน์โหลดเมื่อต้นปี 2025 งานเพลงป็อปผสมแจ๊สและโซลอารมณ์เก่าแต่ร่วมสมัย ประสบความสำเร็จงดงามทีเดียวในฐานะศิลปินใหม่ แม้จะยังไม่มีรางวัลมารองรับ แต่เสียงวิจารณ์ก็ไปทางชื่นชม สื่อดนตรีหลายรายเทคะแนนให้หญิงสาวกันแทบหมดหน้าตัก
ตอนนั้น เซียนนา สไปโร (Sienna Spiro) อายุ 19 ปีเท่านั้นเอง
ไม่กี่เดือนถัดมาหลังออกอีพีชุดนั้น เซียนนาคงถือคติ “ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน” ปล่อยเพลง “You Stole the Show” ตามด้วย “Die on This Hill” เพลงที่ทำให้ชื่อ เซียนนา สไปโร กลายเป็นชื่อนักร้องหญิงรุ่นใหม่ที่น่าจับตาในวงกว้าง ด้วยการขึ้นไปถึงอันดับ 19 ในอันดับเพลงบิลบอร์ด (Billboard) และท็อป 10 ในหลายประเทศทั้งยุโรปและอาเซียน ขณะที่ตัวแผ่นซิงเกิลขายไปมากกว่าสี่ล้านแผ่นทั่วโลก
หลังจากปล่อย “The Visitor” ซิงเกิลที่ 3 เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ และวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา อัลบั้มเต็มชุดแรกชื่อเดียวกับซิงเกิลล่าสุดก็ออกมาให้ฟังกันเต็มอิ่มสิบเพลง—ที่ยังคงอยู่ในแนวทางเดียวกับอีพี เป็นป็อปผสมแจ๊สและโซลเข้มๆ แต่ฟังง่ายด้วยท่วงทำนองไพเราะและติดหู ผ่านเสียงร้องที่ถ่ายทอดได้อารมณ์ลึกซึ้งเกินอายุของเธอ รวมถึงตัวเพลงที่ไปทางย้อนยุค ซึ่งหากดูจากพื้นฐานการฟังเพลงของเธอแล้วก็จะไม่แปลกใจ เพราะเธอโตมากับการฟังเพลงของ แฟรงก์ ซินาตรา (Frank Sinatra), เอตตา เจมส์ (Etta James), อารีธา แฟรงคลิน (Aretha Franklin), เอลลา ฟิตซ์เจรัลด์ (Ella Fitzgerald) และ นีนา ซิโมน (Nina Simone)
กับอัลบั้ม The Visitor เซียนนามากับคอนเซปต์ของความรู้สึกเปราะบางของชีวิต ความรัก และการยอมรับความไม่ยั่งยืน แต่ก็เรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเองและก้าวข้ามความเจ็บปวดนั้นได้ในเวลาเดียวกัน เปิดด้วยเพลง “This Is My House” ที่เธอหยิบเอาบางส่วนบทกวีปี 1975 ชื่อ “My House” ของ นิกกี จิโอวานนี (Nikki Giovanni) มาวางบนดนตรีอาร์แอนด์บีนุ่มนวลล่องลอยได้อย่างเหมาะเจาะ เชื้อเชิญคนฟังเข้าสู่ความคิดความรู้สึกของเธอผ่านอีกเก้าเพลงที่จะตามมา ผ่านเสียงร้องที่พาคนฟังดำดิ่งลงไปในอารมณ์ต่างๆ ที่เธอต้องการบอกเล่า กับดนตรีที่มีทั้งให้ความรู้สึกใหญ่-หรูหราอย่าง “He’s Not My Baby, I’m His” หรือมาในฟีลแบบภาพยนตร์ใน “Time, You & Me” ให้อารมณ์เหมือนเพลงธีมหนัง James Bond อย่างไรอย่างนั้น หรือมาแบบวงใหญ่ด้วยกลุ่มเครื่องเป่า-คอรัสใน “Great Expectations” และเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้นส่งเสียงร้องทรงพลังเต็มอารมณ์ของเซียนนาให้โดดเด่น—ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น “The Visitor”, “We’re Not in Love”, “Die on This Hill”, “Pure” ฯลฯ
หลายคนบอกว่าฟังเพลงเธอแล้วนึกถึงรุ่นพี่อย่าง เอมี ไวน์เฮาส์ (Amy Winehouse) ผู้ล่วงลับ หรือ อเดล (Adele) ที่มีอัลบั้มแรกในอายุไล่เลี่ยกัน (19 คืออัลบั้มแรกของอเดล) ในเรื่องของทางเพลงที่มีกลิ่นอายของโซลกับแจ๊ส แต่เพลงของเซียนนาฟังง่ายกว่า และไม่เข้มข้นเท่า ความจริงเธอยังทำให้เราคิดถึงนักร้องหญิงอีกหลายคนในทางใกล้เคียงกันอย่าง พาโลมา เฟธ (Paloma Faith), ลานา เดล เรย์ (Lana Del Rey) หรือแม้แต่ เรย์ (Raye) ก็ตามที
สำหรับหญิงสาวที่เคยบอกว่า “สำหรับฉันแล้ว มันไม่เคยมีแผนสอง ฉันรู้แค่ว่าตัวเองอยากทำสิ่งนี้เท่านั้น นั่นคือการร้องเพลง” กับงานสองชุดที่ผ่านมา เซียนนาไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกแล้วในฐานะนักร้อง ที่เหลือนอกจากนี้คือการที่เธอน่าจะต้องค้นหา “ตัวตน” ที่แตกต่างชัดเจน—แบบที่รุ่นพี่เคยทำมาก่อน
เพราะเธอมี “ต้นทุน” ที่ดีมากอยู่แล้ว
ขอบคุณภาพจาก : Universal Music (Thailand)








