วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าในขณะที่พสกนิกรจำนวนมากเดินทางมารอรับขบวนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยหนึ่งในนั้นคือ เดือนเต็ม สาลิตุล หรือ ตุ๊ก เดือนเต็ม นักแสดงรุ่นใหญ่ ที่เดินทางมาด้วยความรักและอาลัยต่อการจากไปของพระองค์ท่าน
เดือนเต็มเปิดเผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า แม้จะเริ่มเตรียมใจไว้บ้างเมื่อทราบว่าใกล้ถึงเวลาเคลื่อนขบวนพระศพ แต่ในใจลึกๆ ก็ไม่คิดว่าวันแห่งความสูญเสียจะมาถึงเร็วเช่นนี้ ตนเองในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่มีอายุถึง 70 ปีแล้ว รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมากจนมีความคิดว่าหากแลกชีวิตเพื่อให้พระองค์ท่านได้อยู่ต่อก็พร้อมที่จะทำ เพราะพระองค์ท่านทรงเป็นบุคคลที่มีคุณค่าและสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล โดยทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความวิริยะอุตสาหะในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การเป็นพระอาจารย์สอนกฎหมาย หรือด้านการกีฬา ซึ่งทรงทำได้ดีเยี่ยมในทุกบทบาทโดยไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่นิดเดียว
“เราอายุ 70 แล้ว ถ้าเลือกได้ก็อยากจะแลกชีวิต เพราะเราไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมายเท่ากับที่ท่านทรงทำไว้ให้บ้านเมือง ท่านเป็นผู้ที่มีวิริยะอุตสาหะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทรงพระอักษร ทรงสอนหนังสือ หรือเรื่องการกีฬา ท่านสามารถทำได้ดีในทุกๆ แผนก สิ่งที่ท่านทำไม่มีอันไหนที่บกพร่องเลยสักอย่างเดียว แต่ละโครงการของท่านคือสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้ประชาชนอย่างเต็มเปี่ยม”
เดือนเต็ม ยังได้กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อโครงการในพระดำริต่างๆ เช่น โครงการกำลังใจ และโครงการสายใยรัก รวมถึงงานด้านกฎหมายที่พระองค์ท่านทรงทุ่มเท นอกจากนี้ยังประทับใจในความรักและความเมตตาที่ทรงมีต่อสัตว์ รวมถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนที่เป็นเอกลักษณ์ประจำพระองค์ ซึ่งเดือนเต็มได้เล่าถึงภาพจำที่สร้างความประทับใจอย่างมิรู้ลืมเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ไปทรงงานในพื้นที่ต่างๆ ว่าทรงเข้าถึงประชาชนอย่างเรียบง่ายและไม่ถือพระองค์
“เราประทับใจในทุกเรื่องที่พระองค์ท่านทำ แต่ที่สัมผัสได้คือเรื่องสัตว์และความอ่อนน้อมถ่อมตน เวลาท่านเสด็จฯ ไปที่ไหน รถยังไม่ทันจะจอดสนิท ท่านก็กระโดดลงจากรถก่อนแล้วเข้ามาถามประชาชนว่า ได้ข้าวหรือยัง กินข้าวหรือยัง ทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นกันเอง ไม่ต้องเกร็งหรือต้องกลัว เพราะท่านพยายามเข้าถึงประชาชนด้วยความเมตตาและความเป็นจริงที่มีต่อราษฎร”
เดือนเต็ม ระบุว่าพระองค์ท่านจะยังคงอยู่ในใจของตนเสมอ และพยายามที่จะจดจำภาพเหตุการณ์ดีๆ โดยคิดเสมือนว่าพระองค์เพียงแค่เสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อในต่างประเทศเท่านั้น พร้อมกันนี้ได้ร่วมส่งกำลังใจและถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงและทรงเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังอยากให้เยาวชนไทยยึดถือพระองค์ท่านเป็นต้นแบบในเรื่องความกตัญญู ความมุ่งมั่น และการแบ่งเวลาในการทำหน้าที่ต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จควบคู่กันไป พร้อมยืนยันว่าจะขอสืบสานและดำเนินตามรอยพระปณิธานในโครงการต่างๆ ของพระองค์ท่านต่อไป
“อยากให้เยาวชนทั้งหลายดูพระองค์ท่านเป็นต้นแบบแห่งความกตัญญู ความอุตสาหะ และความวิริยะ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาหรือด้านการกีฬาที่ทรงทำร่วมกันไปได้โดยไม่มีอะไรบกพร่องเลย ถ้าเยาวชนทุกคนรู้จักแบ่งเวลาเป็นก็ให้ดูพระองค์ท่านเป็นตัวอย่าง และเราก็จะทำสิ่งที่จะสืบสานต่อในโครงการต่างๆ ของพระองค์ท่านต่อไป” เดือนเต็ม กล่าว








