กรณีผู้หญิงคนนึงร้องขอความเป็นธรรม แต่งงานมีลูกกับสามี 2 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ไว้ใจถึงขั้นให้เป็นเพื่อนเจ้าสาว แต่สุดท้ายกลับแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสามีตัวเอง ซ้ำเคยถูกฝ่ายชายทำร้ายร่างกาย
รายการโหนกระแส วันที่ 26 พ.ค. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ เอ ผู้เสียหาย , บี พี่สาวผู้เสียหาย มาพร้อม ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์
เหตุการณ์เกิดนานหรือยัง?
เอ : เกิดได้ 6 เดือนแล้วค่ะ
เจอได้ยังไง?
เอ : เจอสถานที่เที่ยวค่ะ สถานบันเทิง ตอนอยู่ปี 1 ปี 61 ค่ะ ตอนนั้นอายุ 21 ปีค่ะ เป็นผับใกล้บ้านค่ะ ไปเป็นเพื่อนเพื่อนค่ะวันนั้น จากนั้นได้เจอพ่อของลูกค่ะ ชื่อแชมป์ค่ะ
เขาจีบ?
เอ : คุยกันได้ 1 เดือน ก็ตัดสินใจคบกัน คบกันไปคบกันมา เพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน
เพื่อนสนิทเหรอ?
เอ : ตอนเรียนในกลุ่มมี 3 คน มีหนู เพื่อนอีกคนชื่อแพรว แล้วก็เพื่อนคนนี้ ชื่อ เอ็ม ค่ะ จะอยู่ด้วยกันตลอดค่ะ
คบหาสามี เอ็มเคยเจอผัวหนูมั้ย?
เอ : เจอค่ะ เจอที่หอบ้าง ขับรถสวนกันบ้างค่ะ จากนั้นคบกันมาได้ประมาณ 2 ปี หนูตั้งครรภ์ลูกคนแรก หนูขึ้นปีที่สาม มีการแต่งงาน ชวนเพื่อนคนนี้ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว แต่เพื่อนออกไปเทอมสองตอนปีหนึ่ง เราก็ติดต่อบ้าง แต่ไม่ได้บ่อยค่ะ
เอ็มเห็นว่าคบกันอยู่ตลอด?
เอ : ใช่ค่ะ รับรู้ตลอด เขาบอกว่าดีจัง เป็นครอบครัวที่น่ารัก เขายังคุยกับแพรวว่าอิจฉาอีเอจัง ได้แฟนดี พาลูกไปเที่ยว ดีที่สุดแล้วในกลุ่มเรา ได้สามีที่ดีค่ะ
ทรงดีนี่ เอ็มมีโอกาสคุยกับสามี?
เอ : มีโอกาสช่วงหลังตอนหนูเรียนจบค่ะ ก็เริ่มจากตรงนี้แหละค่ะ ไปเที่ยวกัน 3 คน
บอกเพื่อนคุณทรงดี ทีมงานบอกครับ ยังไงต่อ?
เอ : เราก็เริ่มเที่ยวด้วยกัน เราไปคนละวัน สุดท้ายเริ่มไปเที่ยวกับสามี และเพื่อนสามี ได้พาเอ็มไปทำความรู้จักกับเพื่อนของแฟน หลังจากนั้นกลายเป็นว่าเราสนิทกัน ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ไปนอนพักด้วยกัน สนิทกัน เที่ยวกันได้อยู่ 2 ปี หนูเริ่มรู้สึกว่ากับเอ็มเรารู้สึกแปลกๆ กัน อยู่ๆ เพื่อนอันเฟรนด์เรา ปิดสตอรี่เรา
คุณมีลูกกันแล้วตอนนั้น วันแต่งงานคุณเชิญเอ็มมาด้วย?
เอ : ใช่ค่ะ เอ็มเป็นเพื่อนเจ้าสาว ประตูสุดท้าย
คุณอยากให้เพื่อนเราเจอเพื่อนสามี เขาจะได้มีคู่?
เอ : ไม่ใช่ค่ะ ตอนนั้นมีคอนเสิร์ตเราก็อยากไปกับคอนเสิร์ต สามีก็ไปกับเพื่อนของเขา เราก็เลยไปโต๊ะเดียวกันซะเลย จากหนูสองคน ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนสามี ก็ได้ไปกันบ่อยๆ ออกทริปไปเที่ยว
ผิดสังเกตยังไง เวลาเพื่อนอยู่กับสามี?
เอ : หนูเชื่อสนิทใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันอยู่ในสายตาหนูตลอด หนูคิดว่ายังไงหนูก็อยู่ตรงนั้น เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งตัวเอ็มอันเฟรนด์เราไป หนูคิดอยู่สองกรณีค่ะ คือทางเอ็มกับแพรวเขาไม่คุยกัน วันนั้นแพรวรับปริญญา เขาทักมาหาหนูว่ากำลังจะรับปริญญา มามั้ย มาถ่ายรูปกัน หนูดร็อปไว้รับช้าหนึ่งปี พอได้ไปก็คุยกับสามี บอกว่าหนูไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแพรว เราไม่ได้ผิดใจกัน ตัวเอ็มห่างๆ กันไป ก็คิดว่าเหตุผลตรงนี้ เขามีปัญหากับแพรว ทำให้ห่างๆ กันไป ตอนแรกเราคบกันอยู่สองคน พอหนูกลับมาสนิทกับแพรว คิดว่าเขาน่าจะโกรธค่ะ
จากนั้นยังไงต่อ?
เอ : หนูก็เริ่มเฟดตัวออกมา จนกระทั่งผ่านไปปีนึง ตัวสามียังไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มนั้น แต่เอ็มไปด้วย กลายเป็นเอ็มเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม หนูก็ให้เขาไปเที่ยวตลอด ที่หนูมาเอะใจคือวันนึงเขาไปเที่ยว รถของเขาหนูแอบติดจีพีเอสไว้ในรถค่ะ ติดไว้เยอะเลย
ติดทำไม?
เอ : เพราะหนูเริ่มสงสัย จากสตอรี่สามีและเอ็ม ดูได้ปกติ แต่มันหายไป เขาปิดไป มันเริ่มเอะใจ
บี : เอ็มปิดกั้นสตอรี่เอ ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี ทุกอย่างเลยที่เราสามารถดูได้
เอ็มลงสตอรี่ แต่คุณมองไม่เห็น แต่เอาของผัวไปดู ทำไมผัวยังเห็นได้อยู่ บล็อกคนนี้แต่เปิดของผัวเรา คุณสงสัย?
เอ : หนูไม่สงสัย เขายังเที่ยวกันปกติ แต่อยู่ๆ วันนึง เอ็มก็ปิดสตอรี่ของสามีด้วย ตัวหนูเขาลบออกจากการเป็นเพื่อน แต่เขาเก็บของสามีไว้ วันนึงสามียังดูสตอรี่ของเอ็มได้ปกติ แต่อยู่ดีๆ สามีไม่สามารถดูสตอรี่เอ็มได้แล้ว แต่ยังเป็นเพื่อนกันปกติ เขาปิดสตอรี่ไว้ไม่ให้สามีมาดูได้
บี : เขารู้ว่าเอจะเอาของสามีเข้าไปดู เขาก็ปิดของสามีเอไม่ให้เห็นค่ะ
เอ็มรู้ก็เลยปิดทั้งตัวคุณและผัว คุณเลยสงสัย?
เอ : เขายังมีแชตกลุ่มคุยกันค่ะ ที่หนูสงสัย แล้วเอ็มเขามีสัมพันธ์กับเพื่อนในกลุ่มสามี หนูรู้มาโดยตลอด หนูคิดว่าหนูอยู่ตรงนั้นไม่เป็นไร จะไม่เกิดกับตัวเองแน่นอน จนหนูเลิกคบกับเอ็มก็เริ่มระแวง
เลิกคบเพราะอะไร?
เอ : อยู่ๆ เขาหายไป ทำให้ขาดการติดต่อกันไป
ที่สงสัยหนักมีอะไร?
เอ : หนูแอบติดจีพีเอสในรถ เขาเพิ่งออกรถคันใหม่ เขาไปเที่ยวกัน โดยมีเอ็มกับสามี และเพื่อนอีกหนึ่งคน สามีหายไปทั้งคืน ติดต่อไม่ได้ เขาให้เหตุผลเราตอนเที่ยงว่ารถเขาสเกิ๊ตหน้าหัก ขับต่อไม่ได้ แต่จีพีเอสขึ้นว่าจอดอยู่หน้าบ้านเอ็มทั้งคืนค่ะ
คุณตามไปมั้ย?
เอ : หนูไม่ตามค่ะ หนูเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรกันหรอก หนูสงสัยมากนอนไม่หลับทั้งคืน มีคนไปเที่ยวบอกเห็นสองคนนี้สนิทสนมกัน นั่งใกล้กัน ดูจากแชตรู้สึกว่ามันไม่ปกติ
เรื่องรถไปจอด คุณไม่สงสัยเหรอ?
เอ : หนูสงสัยมาก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาให้เหตุผลว่ารถเขาสเกิ๊ตหน้าหัก ขับต่อไม่ได้ เขาก็เลยจอดไว้ที่บ้านเอ็ม ส่วนเขาไปเที่ยวต่อกับเพื่อน หนูถามว่าทำไมต้องปิดโทรศัพท์ เขาบอกเพื่อนอีกคนชวนไปห้องคาราโอเกะ ที่เรียกเด็กมานั่งดริ๊งค์ค่ะ ต้องปิดโทรศัพท์เพื่อไม่ให้เราติดต่อได้
ยอมพลีชีพ แต่ตายครึ่งเดียว?
บี : ฝั่งนี้ก็คิดว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ
เอ : เราเชื่อใจสามีค่ะ พอไปเรื่อยๆ บางวันเขาไปเที่ยวกลับมา เจอลิปสติกอยู่หลังรถบ้าง พอถามว่าของใคร ของเอ็มนี่แหละลืมเอาไว้ แต่ไม่ได้ไปคนเดียวนะ ไปกันหลายๆ คน เดี๋ยวเจอกระดาษทิชชู่ติดลิปสติกบ้าง สามีเขาคอยไปรับไปส่งเพื่อนในกลุ่ม ไปรถคันเดียวกัน เราก็เข้าใจตรงนั้น แต่เราระแคะระคายอยู่แล้ว เราคิดมากอยู่แล้วในส่วนตรงนั้น
บี : เป็นเซ้นส์ของเขาค่ะ น้องอาจพูดติดๆ ขัดๆ เพราะกินยาซึมเศร้า ในมุมที่พี่ได้รับรู้มา เวลาน้องถูกกระทำ พี่จะไปรับเขากลับมา น้องตั้งครรภ์คนที่สอง แต่ก่อนตั้งครรภ์ เขามีการทำร้ายร่างกาย หัวแตก โดนเหวี่ยงออกทะลุหน้าต่างบ้าง ชนตู้บ้าง แต่ฝ่ายน้องเงียบ หนูไม่บอกแม่ของหนู เรารับรู้กันแค่สองคน ไม่อยากให้แม่เครียด เพราะเขาตัดสินใจแล้วเขาเลือกคนนี้ เอ็มเข้ามาทำให้คนนี้เปลี่ยนจากเป็นพ่อที่ดีของลูก เป็นสามีที่ดีของภรรยา กลายเป็นอย่างอื่น จนท้องลูกคนที่สอง ฝ่ายชายบอกว่าให้เอาออก ไม่พร้อมเลี้ยงคนที่สอง ถึงขั้นพาไปถึงหน้าคลินิกแล้ว แต่น้องสาวบอกว่าเขาขอนะเขาทำไม่ได้จริงๆ ก็มีการเจรจากันว่าเขาจะเลี้ยงเอง จะรับผิดชอบ
เอ : หนูจะรับผิดชอบค่าทำคลอด ค่าซื้อของ หนูจะจัดการเอง ส่วนคลอดเราคลอดรพ.รัฐ ก็เตรียมเอง จัดแจงเอง จะดูลูกเองนะ เพื่อไม่ให้เขาเอาลูกออกค่ะ เราอยู่ด้วยกันมา เขาก็ไปเที่ยวปกติ เขามีข้อตกลงกับเราว่าในหนึ่งอาทิตย์เขาต้องไปบ้านเพื่อนหนึ่งวัน
บี : แต่ว่ากำหนดคลอดวันที่ 9 วันที่ 7 สามียังออกไปเที่ยวบ้านเพื่อนอยู่ น้องสะบักหลังจม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขยับแข้งขยับขายังลำบากเลย หมอให้ระวัง แต่เขาก็อดทนของเขาจนไปคลอด อันนี้ยังไม่รู้เรื่องเอ็มค่ะ หลังจากคลอดมารักษาตัวที่บ้านแม่ เขามีลูกคนโตอีกคน เขาคิดว่าไม่ทันแน่ เพราะสามีเขาเช้ามาต้องขึ้นสวน ที่บ้านมีแม่มีพ่อมีหลานๆ ช่วยกันทำอะไรได้ เขาอยู่บ้านแม่ประมาณ 20 วัน เขาผ่าคลอดด้วย ทำหมันด้วย ตกเลือดด้วย เขาอยากกลับไปอยู่พ่อแม่ลูก กลับไปใช้ชีวิตครอบครัว ช่วงใกล้คลอดเขาก็เตรียมบ้าน ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองเหนื่อยน้อยที่สุด มีการต่อเติมบ้านใหม่ ทำห้องน้ำใหม่รองรับตัวเล็กที่จะเข้ามา แต่ 20 วันหลังคลอดลูก กลับไปอยู่บ้านตัวเองไม่ถึงสัปดาห์ เขามีปากเสียงขึ้นมา โดยคนนี้เป็นคนจุกจิก เป็นภาวะหลังคลอด
รู้เรื่องเอ็มได้ยังไง?
เอ : วันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา วันวาเลนไทน์ อีเมลเด้งแจ้งเตือนว่าข้อมูลโทรศัพท์จะเต็มแล้ว ให้เคลียร์พื้นที่จัดเก็บ สามีเราใช้อีเมลเรา หนูกำลังจะเข้าไปเคลียร์ หนูเห็นแชตที่เขาคุยกับผู้หญิงทุกคน ที่เขาแคปหน้าจอเอาไว้ ที่อึ้งกว่านั้น คือแชตเขากับเอ็ม
เห็นอะไรในนั้น?
เอ : เห็นแชตที่เขาคุยกับเอ็ม และแชตที่เขาคุยกับผู้หญิง ที่เขาแคปเอาไว้ เขาแทนตัวว่าพี่น้อง นี่เป็นภาพแรกที่เห็นก่อนดูดอะไรแบบนี้ค่ะ
เพื่อนคุณส่งมาหาผัวคุณว่าคิดถึง?
เอ : แล้วมีที่เขาบอกว่าจะเรียกสรรพนามว่าอะไรดี เขาจะแทนตัวกันว่าอะไรดี เพื่อไม่ให้คนสงสัย ไม่ให้คนในกลุ่มสงสัยหรือเปล่า ตัวผู้ชายบอกว่ามายฮาร์ต แต่ผู้หญิงบอกให้เรียกพี่กับน้องนี่แหละ ไม่ประเจิดประเจ้อเกินไป
คุณเคยคุยกับเอ็มมั้ย มายุ่งกับผัวทำไม?
เอ : หนูโทรไปวันที่ 14 หลังเห็นอันนี้ค่ะ หนูขับรถไปที่บ้านสามี เอาลูกคนเล็กใส่คาร์ซีทข้างหน้า คนโตอยู่ข้างหลัง ไปที่บ้านแล้วถามว่านี่มันคือแชตอะไร สามีบอกแค่คุยกันเฉยๆ ไม่มีอะไร มันแค่ทักมาถามว่ากินข้าวหรือยัง หนูก็เลยถามเขาว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องคุยอะไร เขาบอกแค่คุยเฉยๆ ทางตัวสามีไม่ยอมพูดความจริง หนูก็เลยโทรหาตัวเพื่อนเลยว่ามึงคุยกับผัวเหรอ เขาบอกใช่ ทำไม รู้แล้วทำไม หนูบอกเอ็มว่ามึงไม่เห็นบ้างเหรอกูเพิ่งคลอดลูก มึงคุยกันได้ยังไง เขาบอกว่าเลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ หนูบอกแต่กูยังไปมาหาสู่กันทุกวัน แล้วมึงเป็นเพื่อนกู ต่อให้กูเลิกกันหรือไม่เลิกกัน มึงก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะคุยมั้ย เขาบอกว่ากูคิดว่ากูไม่ได้สนิทกับมึงขนาดนั้น หนูบอกแล้วมึงไม่เห็นบ้างเหรอว่าลูกกูเรียกมึงว่าป้า มึงไม่รู้สึกอะไรเหรอ เขาก็ยอมรับว่าเขาผิดตรงนั้น
เขายอมรับว่าคบหากันจริง?
เอ : ใช่ หนูก็ถามสามี เปิดลำโพง ถามว่าได้กันหรือยัง เขาบอกจะถามทำไม ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้น
บี : ทำให้รู้เลยว่าเขามีซัมติงกันอยู่แล้ว หลังจากนั้นฝ่ายชายก็เริ่มตีตัวออกห่าง เหตุการณ์ล่าสุด จีพีเอสพาให้เขาเห็นว่าอยู่หน้าบ้านเอ็มอีกแล้ว ก็อยากให้เห็นกับตาจริงๆ เพราะจับได้แล้ว คุยกันแล้ว ยังหลอกตัวเองอยู่ คิดเสมอว่าวันนึงจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก
เอ : ยังคิดว่าเขาเป็นพ่อที่ดีของลูกอยู่
ถ้าไม่สนิท คงไม่เชิญเป็นเพื่อนเจ้าสาว คุณเชิญเขาเป็นเพื่อนเจ้าสาว วันนั้นเพื่อนเจ้าสาวกี่คน?
เอ : 6 คนค่ะ
แค้นใจ?
เอ : หนูบอกแชมป์ (สามี) ว่าอย่าทำแบบนี้ ถ้าอยากกิน หรืออยากอะไรให้ไปที่อื่น อย่าทำกับเพื่อนหรือคนสนิทของเรา มันคงเจ็บมากแน่ๆ เลย อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เขาบอกคงไม่เอาผู้หญิงคนนี้หรอก
ลิปสติกเป็นคนของใคร?
เอ : แชมป์บอกเป็นของเอ็มค่ะ ลืมเอาไว้ หนูถามทำไมมาลืมไว้ในรถ เขาบอกน่าจะเมากัน ตัวแชมป์ไปรับส่งเพื่อนเวลาเที่ยว ทุกคนนั่งรถคันเดียวกัน ไปคันเดียวกัน ก็เป็นไปได้ที่ลิปสติกจะตกในรถ
ทนายพัฒน์ : เชื่อสามีอย่างเดียวเลย รักผัวมากแบบนี้
ฝั่งเอ็มทำงานอะไร?
เอ : ตอนรู้จักกัน เขาทำงานเป็นเด็กเอ็น แต่ตอนนี้ไม่ทราบทำงานอะไร เขาเคยทำค่ะ
ทนายพัฒน์ : ตอนคบกันก็รู้ว่าเขาทำงานแบบนี้
เอ : ใช่ค่ะ
มีอะไรข้องใจ หรือจับได้มากกว่านี้มั้ย?
เอ : วันนั้นแชมป์ขับรถไปชน เมาแล้วขับ แต่หนูไม่รู้ว่าเขามาจากบ้านเอ็ม เขาไม่ยอมเล่าความจริง ประกันถามว่ามาจากที่ไหน เขาบอกทางที่มาคือทางบ้านเอ็ม หนูบอกอ้าว ไหนสัญญาจะไม่รับส่งทางเอ็มแล้ว จะให้เพื่อนคนอื่นรับส่งแทน ถ้าหนูคิดมากหรือระแวง หลังจากนั้นเรามีปัญหากันตลอด เขาก็ยังคบหาเป็นเพื่อนกัน เรายังอยู่บ้านเดียวกัน เราแต่งงานกันตอนเด็ก ยังต้องการการใช้ชีวิต
ช่วงชีวิตวัยรุ่นขาดหายไป?
เอ : ใช่ค่ะ เราก็เลยให้กัน แต่พอช่วงหลังๆ ที่มีปัญหานี้เกิดมา หนูยอมรับว่าหนูงี่เง่า เวลารู้ว่าเอ็มจะไปเที่ยวด้วย หนูเริ่มมีปัญหากับสามีตัวเองแล้วว่าไม่อยากให้ไป ไม่อยากให้มีเอ็มในกลุ่มนี้ด้วย หนูพูดแล้ว แต่ผัวบอกจะให้เลิกคบได้ยังไง มันก็เป็นเพื่อนคนในกลุ่ม
ทนายพัฒน์ : เวลาไปเป็นกลุ่ม ผู้ชายสี่ ผู้หญิงหนึ่งเหรอ สงสัยเที่ยวกันยังไง มีอาชีพเอ็นมาด้วย มันคืออะไร
ไปเที่ยวที่ไหน น้ำตกเหรอ?
เอ : ร้านเหล้า ตามผับ ร้านนั่งชิล ไม่ได้ค้างคืน แชมป์กลับทุกคืน ก็เลยทำให้เราเชื่อสนิทใจ
ทุกครั้งคุณพูดเขาจะโมโหใส่?
เอ : ใช่ และตีให้หนูเป็นคนงี่เง่า คิดมากทำไม เพื่อนกันทั้งนั้น เขาใช้คำว่ามึงคิดว่ากูจะไปเอากับมันเหรอ มึงคิดได้ยังไง
สุดท้าย?
เอ : มันได้กัน
เพื่อน 4 คนของแชมป์ล่ะ ไปเที่ยวกับเอ็ม?
เอ : เขาสนิทกัน เป็นเพื่อนกัน
เอ็มไม่ไปได้มั้ย ไปกันแค่ 4 คน?
เอ : หนูเคยถามแล้ว เขาบอกว่า ก็น่าเกลียดอีก เวลาเพื่อนในกลุ่มชวนกัน มันก็น้อยใจอีก
แชมป์ไม่จบ ยังคบหากันอยู่คุณตามไปเจอเขามั้ย?
เอ : ตามไปเจอที่บ้านของเอ็มค่ะ เขากำลังถือกระเป๋ากำลังเดินขึ้นบ้านไปด้วยกัน วันนั้นหนูให้เขาเลือกระหว่างผู้หญิงกับลูก มึงเลือกอะไรเขาเลือกผู้หญิง แล้วเขาต้องการให้หนูกลับ หนูบอกว่าหนูไม่ได้มาทำอะไร หนูมารอดูทั้งคู่เดินไปด้วยกัน ถ้าขึ้นรถหนูขอไปด้วย
เขาทำร้ายคุณบ่อยมั้ย?
เอ : ทะเลาะตบตีกันบ่อยค่ะ วันที่ 14 ก.พ. จับเหวี่ยงหน้าต่างหลุดออกมาเลย หัวไม่แตก แต่แผลฟกช้ำตามตัวค่ะ วันที่แชมป์เตรียมเสื้อผ้าเตรียมของมานอนบ้านเอ็ม หนูอยากดูว่ากระเป๋านั้นมีอะไร จับไปเหมือนเป็นอุปกรณ์ (หัวเราะ) มีทุกอย่างเลยค่ะ
โซ่แส้กุญแจมือเหรอ?
เอ : ประมาณนั้นค่ะ ความรู้สึกของหนูนะคะ จับไปแล้วเหมือนใช่ แต่ไม่รู้ใช่หรือเปล่า เขาแย่งแล้วบีบ หนูไปกับน้องอีกคน น้องก็คอยห้ามแชมป์ แชมป์ก็ผลักเราไปที่กำแพงบีบเราเพื่อแย่งกระเป๋า ไม่ให้เราเปิดกระเป๋าได้เด็ดขาด แต่เรารู้สึกมันแปลกๆ ค่ะ เพราะหนูเข้าดูในช้อปปี้เขาได้ เขาค้นหาเสื้อลูกไม้ ชุดนอนลูกไม้ ถุงยางลิ้น
เป็นยังไงเหรอ?
เอ : หนูก็ไม่ทราบค่ะ หนูก็ดูว่าเอ้ ทำไม จากที่การค้นหามีแต่แพมเพิสลูก แต่นี่ค้นหาชุดนอนไม่ได้นอน ยาชะลอการหลั่ง อึดทน ก็อยากจะเห็น เขาก็แย่งเต็มที่ เราก็เลยได้แผลนั้นมาค่ะ
ถุงยางลิ้นไม่เคยรู้จักเลย?
ทนายพัฒน์ : ไม่รู้จักเหมือนกัน
เอ : เขากลัวเค็มมั้งคะ (หัวเราะ)
เขาป้องกันหรือเปล่า คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แชมป์สายเบิร์นนะ แล้วไง คุณเจอครั้งนั้นแล้วยังไง?
เอ : เขาทำร้ายร่างกายค่ะ หนูแย่งดูกระเป๋า หนูบอกว่าหนูมาไม่ได้จะตบตี แค่อยากมาดูว่าเขาอยู่ด้วยกันจริงมั้ย เพราะหนูไม่เชื่อในสายตาหนูเอง ที่ผ่านมาหนูอยากเห็นกับตาว่าเขาอยู่ด้วยกันจริง พอเห็นปุ๊บ เขาบอกว่ากลับบ้านไปเถอะ เขาจะอยู่กับเอ็ม เขาเลือกแล้ว
บี : หลังจากนั้นมีเพจดังออกเรื่องนี้ ตรงนั้นเป็นที่สาธารณะ เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ เขาเอาไปลง
เพจบอกเจ็บกว่าคลอดลูก คือสามีกับเพื่อนสุดที่รักแอบมีอะไรกัน ทั้งที่เพิ่งคลอดลูก ทำหมัน แผลยังไม่หาย จับได้คาหนังคาเขา ทำร้ายเมียโชว์ไปเลย ตอนนี้เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว
มีน้องอีกคนมาในรายการ?
เพื่อน : เป็นจริงค่ะ เพื่อนเล่าให้ฟังตลอด เพื่อนส่งให้ดูตลอดว่ามีอะไร ไม่ค่อยได้คุยกับแชมป์ บางทีทักไปเขาไม่ได้ตอบอะไร ปกติคุยกับเอ เอจะบอกทุกเรื่องค่ะ
แต่หนูรู้เรื่องหมด?
เพื่อน : ใช่ค่ะ
แล้วไงต่อ?
เอ : เขาไม่ยอมขึ้นบ้าน เขาบอกไป ขึ้นรถ เอ็มถามว่าจะกลับมั้ย หนูบอกว่าไม่กลับ จะรอส่ง เขาบอกถ้าไม่กลับก็อยู่ตรงนี้แหละ แชมป์บอกไปน้องขึ้นรถ หนูไม่ยอมให้เขาขึ้นรถ
“แชมป์” โฟนอิน เอาไงดี ข้อเท็จจริงเป็นยังไง?
แชมป์ : เพิ่งคุยกับเอ็มหลังเลิกกับเขาแล้วครับ
ที่บอกเขาจับได้ก่อนหน้านั้น?
แชมป์ : ผมบอกแล้วว่าผมไปเที่ยว ตอนนั้นรถสเกิ๊ตแตกจริง เขาก็เห็นอยู่
กรณีคบหากัน เขาบอกเอ็มเป็นเพื่อนเขา แต่พอแชมป์ไปคบ มันไม่ถูกต้อง มองไง?
แชมป์ : เขาเลิกคบกันไป 2-3 ปีแล้วมั้ย
เอ : ไม่ถึงค่ะ
แชมป์ : แล้วมาบอกเพื่อนสนิท
วันนี้คงไม่กลับไปแล้ว?
แชมป์ : ครับ
คุณต้องการอะไร?
เอ : ต้องการความมั่นคงลูกทั้งสองคน ว่าเขาจะดูแลไปตลอด
ทนายพัฒน์ : คุณเอแกติดใจเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตร แกมีเอกสารฉบับนึง ที่ลงที่สถานีตร. ที่ลงที่นครฯ เขามองไม่เป็นธรรมสักเท่าไหร่นัก พอขยับเพิ่มได้มั้ย
แชมป์ : อะไรถึงจะเป็นธรรมสำหรับเขาล่ะครับ
ทนายพัฒน์ : เขาอยากให้จ่ายร้อยเปอร์เซ็นต์ได้มั้ย ตอนนี้หน้าที่การงานเขายังไม่มั่นคง จ่ายตัวเลขที่เหมาะสมครับ
แชมป์ : จะเลี้ยงดูอะไร ไปรับไปส่งอยู่ทุกวัน
เอ : ไปรับอย่างเดียวค่ะ
คุณต้องการอะไร พูดให้หมดทีเดียวเลย?
เอ : ต้องการความมั่นคงให้กับลูกค่ะ ให้เขาดูแลลูกบ้าง สนใจลูกบ้าง วันที่ลูกไปโรงเรียนเขานัดผู้ปกครอง เขากลับพาผู้หญิงไปเที่ยว ถ้าวันหนึ่งหนูไม่อยู่ตรงนี้ ใครจะมาดูแลลูกหนูคะ หนูต้องการความมั่นคงให้ลูกสองคน ต้องการค่าเลี้ยงดูลูกค่ะ ให้เขาจ่ายมาเท่าที่จะโอเคค่ะ
เดือนนึงเท่าไหร่?
เอ : เดือนนึง 2 หมื่นค่ะ สองคน เขาไม่ต้องมาที่บ้านหนู เขามาทีไรหนูเจ็บค่ะ
เดือนละ 2 หมื่นได้มั้ย?
แชมป์ : ได้ครับ
บี : ในฐานะเป็นพี่สาว กรณีไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.ลานสกา เราเพิ่งเห็นใบนี้แล้วรู้สึกไม่โอเค เรามีการพูดคุยกันแล้วต่อหน้าแม่และพี่สาวของเขาว่าให้ไปถอนแล้วมาตกลงกันใหม่
ทนายพัฒน์ : ถ้ามีการตกลงกันใหม่ พร้อมตกลงกันใหม่มั้ย ในส่วนค่าเลี้ยงดูบุตร
แชมป์ : ครับ
บี : เขาก็โอเค ก่อนหน้านี้เราบอกให้เขาไปถอน แต่คุณยังเฉยอยู่ แล้วคำพูดกับลายลักษณ์อักษรไม่เหมือนกันนะ คุณต้องชัดเจนเลย ถ้าวันนึงน้องหนูไม่อยู่ขึ้นมา แล้วเด็กสองคนนั้นจะมีอะไรการันตีว่าเขาจะไปตลอด แล้วให้ตร.โทรมาบอกว่าให้น้องลบโพสต์นี้ แล้วเขาจะไม่อะไรเลย แต่ถ้าไม่ลบภายในหนึ่งวัน แล้วมาดูกันว่าจะเป็นยังไง
แชมป์ : แล้วทำไม
บี : โพสต์อยากดังเดี๋ยวจัดให้ แต่เราไปสั่งลบโพสต์ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้สั่งให้โพสต์ ต้องไปแจ้งทางเพจเอง
แชมป์ : พูดความจริงบ้างเถอะ รำคาญ
ความจริงคืออะไร?
แชมป์ : พี่ลองถาม ผมไปทำร้ายอะไรเขา
เอ : เขาผลักหนูไปชนที่กำแพง แล้วก็บีบที่แขนหนู แผลยังไม่หายเลย
บี : ส่วนนี้แจ้งความแล้วค่ะ
ทนายพัฒน์ : อยากให้เขารับผิดชอบเหรอ ส่วนนี้
เอ : ไม่ได้อยากให้รับผิดชอบค่ะ ให้เขายอมรับก่อนว่าทำร้ายเราหรือเปล่า ง้างมือจะต่อยเราหรือเปล่า
แชมป์ : เขาถ่ายคลิปไว้ไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่ไม่ให้เขาเปิดคลิปล่ะ
เอ : อัดคลิปเสียง แต่คลิปเสียงตอนนั้นหลุดไปค่ะ
แชมป์ : เห็นมั้ย หลุดตอนสำคัญ
เอ : โทรศัพท์น้องสาวที่ไปด้วย มีสายเข้ามาพอดี ก็เลยตัดค่ะ
มีวงจรปิดด้วยเหรอ?
บี : ทำร้ายช่วงอยู่กินตอนเป็นผัวเมียค่ะ
แชมป์อยากรู้เรื่องทำร้ายร่างกายช่วงไหน?
แชมป์ : เปิดได้ทุกช่วงเลยครับ เพราะผมพูดได้ครับ
มีคลิปในบ้าน คุณต่อยท้องเขา จะบอกว่าไง?
แชมป์ : ทะเลาะกันพี่ เขาตีผม ผมตีเขา
เอ : เขาไปเที่ยวกลับมาค่ะ
แชมป์ : เขาตีผม ผมก็ตีกลับ แค่นั้นแหละพี่
ทนายพัฒน์ : คลิปเสื้อสีขาว ที่ต่อยที่ท้องเขาล่ะครับ
20 ธ.ค. 2024 คุณต่อยท้องเขา แล้วจะรับผิดชอบเขายังไง?
แชมป์ : ผมไม่รู้จะรับผิดชอบยังไง ผมขอแค่เขาเลิกยุ่งกับผม ผมยอมทุกอย่างแล้ว แต่เขาไม่ยอมเลิก
คุณจะเลิกกับเขามั้ย?
เอ : หนูเลิกกับเขาค่ะ วันที่เราตกลงกัน เขาบอกจะเลิกยุ่งกับเอ็ม แต่เขาก็ไม่ได้เลิกยุ่งค่ะ
เขาอยากเลิกกับคุณ?
เอ : หนูเลิกค่ะ ไม่กลับไปแล้ว
ถ้าเลิกกันแล้ว เขาจะยุ่งกับใครก็สิทธิ์ของเขา?
เอ : ใช่ค่ะ
เขาจะคบกับเอ็มก็เรื่องของเขานะ?
เอ : ใช่ค่ะ แต่อย่าเข้ามาที่บ้านของหนู
แชมป์ : วันนึงเขาบอกไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับลูกแล้ว อีกวันถามจะเข้ามารับลูกมั้ย อยู่แบบนี้
คุณเอาไง จะเลือกอันไหน?
บี : ทุกครั้งที่น้องเขามา เขาจะมากับแม่เขาทุกครั้ง ย่าจะดูแลเด็กๆ
ทนายพัฒน์ : เราต้องการอะไร
เอ : หนูไม่ต้องการเจอค่ะ ที่ผ่านมาเขาขอโอกาสให้เขาได้ดูแลลูก แต่ว่า 4 สัปดาห์เขาไม่มารับลูก สัญญากันว่าศุกร์-อาทิตย์เขาจะมารับลูก แต่เขาก็ไม่มา พอลูกโทรหาหลังสองทุ่ม พ่อก็ไม่รับโทรศัพท์แล้ว
ตอนนี้ฝั่งอดีตภรรยาคุณเขาบอกว่าเขาไม่อยากเจอคุณ แต่อยากให้คุณให้ความสำคัญกับลูกหน่อย ถ้าลูกโทรไปให้รับสายโทรคุยด้วยหน่อย หรือว่าลูกต้องการอยากเจอ ก็ไปหาหน่อย?
แชมป์ : พี่ฟังผมนะ ผมไปหาลูกได้ตลอด ถ้าเขาหยุดด่าผม ผมไปนั่งเล่นกับลูกตลอด ที่ผมไม่รับสาย เพราะพอรับปั๊บเขาด่าผ่านลูกมา ด่าผมให้ลูกฟัง พี่เข้าใจมั้ย แล้วผมจะรับทำไมล่ะ
เอ : หลังจากนี้หนูจะไม่พูดถึงเขาค่ะ เวลาเขามาหาลูก หนูจะไม่อยู่ที่บ้าน
โอเคมั้ยแชมป์?
เอ : ให้เขามาหาลูกตามที่ตกลง มาหาได้ค่ะ แต่ให้บอกก่อนค่ะ
เอาไง?
เอ : หนูต้องการไม่เจอหน้ากันอีกค่ะ
วันนี้ข้อตกลงคือเรื่องเงินดูแลให้เดือนละ 2 หมื่น ให้ถึงเมื่อไหร่?
แชมป์ : ผมก็ไม่รู้ ไม่ได้มีเงินพอบอกว่าจะให้ไปถึงเมื่อไหร่ครับ แม่ผมไม่เคยทิ้งหลานเลย มีแต่เขานั่นแหละ พี่เขา แม่เขา ต้องการเงินเพิ่ม
เอ : ห๊ะ!
แชมป์ : ห๊ะอะไรล่ะ
บี : มุมของเราจะมีประเด็นว่าน้องสาวไม่ให้ลูกไป เพราะเรียกร้องค่าดูแล เด็กเห็นหน้าพ่อ ร้องไห้ไม่เอา พอลูกชายคนโตไปอยู่ที่บ้าน เด็กพูดว่า ป่ะป๊าให้หลับไปพร้อมไอแพดเลย ที่เราเรียกร้องไม่ได้อยากได้อะไรแบบนั้นนะ วันนี้น้องสาวเลี้ยงลูกคนเดียว 24 ชม. เลี้ยงลูกสองคน ขณะนี้เขายังไม่มีอาชีพ ข้อตกลงหลักๆ เลยที่เรามาวันนี้ เราต้องการความมั่นคง อยากให้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
ตอนนี้เขาโอเคแล้ว เขาจะจ่ายให้เดือนสองหมื่น ข้อกฎหมายต้องส่ง 20 ปี อันนี้แชมป์ต้องทำข้อตกลงเอาไว้ ถูกมั้ย?
แชมป์ : ครับ แต่ผมไม่รู้จะส่งได้มั้ยนะ 20 ปี
เอ : อ้าว เป็นลูกมั้ยล่ะคะ
แชมป์ : ก็เอาลูกมาให้เลี้ยงสิ
เอ : แล้วเลี้ยงได้มั้ยล่ะ เคยนอนกับลูกถึง 10 วันมั้ย เคยเลี้ยงลูกเองหรือเปล่า เคยอาบน้ำลูกหรือเปล่า เคยป้อนข้าวลูกมั้ย
เรื่องมันอาจไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิดในทุกๆ เรื่องนะ สิ่งที่เขาต้องการคือเงิน 2 หมื่นดูลูก 2 คน ทั้งหมด 20 ปี สุดท้ายแล้วเชื่อว่าสัญญาต้องทำ ถ้าขาดตกบกพร่องอะไรค่อยมาว่ากันอีกที?
ทนายพัฒน์ : ควรมีกติกากลาง วันนี้ถ้าเริ่มที่ 2 หมื่นก็ 2 หมื่นไปก่อนแล้วค่อยขยับเป็นช่วงก็ได้ เช่น ก่อนอนุบาล ช่วงประถม ม.ต้น ม.ปลาย ปริญญา อาจเกิน 20 ปี บางเคสอาจตกลงกันจนจบปริญญาตรี แต่ไม่เกิน 23 ปี แล้วแต่สมัครใจ แต่เท่าที่ถามเบื้องต้นคุณแชมป์โอเคใช่มั้ย 2 หมื่น
แชมป์ : ครับ
ทนายพัฒน์ : เราไม่รู้หรอกอีกสิบปีจะเป็นยังไง แต่เราควรมีกติกากลางคุยกันวันนี้ก่อนว่าเราจะเดินแบบนี้ อนาคตข้างหน้าอาจมีการปรับลด ถ้าคุณแชมป์ไม่มีรายได้เพียงพอในการดำรงชีพ รายได้น้อยอาจมาปรับลดได้ คุณแม่อาจทำงาน แล้วมีรายได้เสริมตรงนี้ ตรงนี้คุณแชมป์โอเค เพียงแต่เท่าที่ดูมีปัญหา เพราะอาจเลิกกันไม่ดีเลยมีปัญหาเวลามาเจอกัน อาจต้องกำหนดกันให้ชัดเจน เช่น ฝ่ายชายรับศุกร์-อาทิตย์ แล้ววันธรรมดาอยู่กับแม่
เอ : ใช่ค่ะ แต่ขอเว้นคนเล็ก เพราะเขายัง 7 เดือนค่ะ
แชมป์ยังคบกับเอ็ม?
แชมป์ : ครับ
คบนานแค่ไหน?
แชมป์ : ผมไม่ได้คบ คุยกันเฉยๆ คุยไปเรื่อยๆ
เอ : เอากันเฉยๆ เหรอคะ
ตอนคุยเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรกัน เขาบอกคุณถือกระเป๋าไปนอนที่บ้านเอ็มเลย?
แชมป์ : ครับ
นานแค่ไหนแล้ว?
แชมป์ : ผมเพิ่งคุยกันเดือนก.พ. ที่ผ่านมาครับ
เอ : ไม่จริง
แชมป์บอกคุณเลิกไปแล้ว แล้วจะไปห้ามเขาทำไม?
เอ : เราทำข้อตกลงกันไงพี่ตอนนั้น ว่าเขาจะเลิกยุ่งกับเอ็ม เขาตกลงกับหนูว่าจะเลิกยุ่งกับเอ็ม จะไปกับคนไหนไม่ว่า แต่อย่าเป็นผู้หญิงคนนี้ก็พอ
ทำไมต้องตกลง?
เอ : หนูถามว่าเขาจะให้หนูมีชีวิตเหลือไว้เลี้ยงลูกต่อมั้ย เพราะหนูจะผูกคอตาย เขาบอกเขาเลือกลูก เขารักลูก สุดท้ายเขาก็ไปอยู่ด้วยกันค่ะ
แต่สุดท้ายคุณก็ต้องปล่อยเขานะ?
เอ : ค่ะ ตอนนี้หนูปล่อยแล้ว เขาบอกแล้วเขาคบกันอยู่
แชมป์ : เขาบอกถ้าผมเลิกยุ่งกับคนนี้ เขาจะเลิกยุ่งกับผม แต่พอผมไปกับอีกคน เขาก็ตามผมอยู่ดี ผมก็ไม่รู้เขาต้องการอะไร
เอ : ก็ก่อนวันที่เขาจะไป เขาบอกไม่มีใคร เขาไม่คบกับใครทั้งนั้น เขายังรักลูกอยู่
แชมป์ : เขาจะเอาตามใจเขาให้ได้
ตกลงคุณกับเขาเลิกกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
บี : ประมาณหนึ่งเดือนค่ะ
แชมป์ : ไม่ใช่ หยุดตอแหล เลิกกันตั้งแต่ปีที่แล้ว
เอ : วันไหนค
แชมป์ : จำไม่ได้
เอ : แยกกันอยู่ค่ะ
ทนายพัฒน์ : อยู่บ้านหลังเดียวกันครั้งสุดท้ายตอนไหน
แชมป์ : ปีที่แล้วครับ
ทนายพัฒน์ : แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันเรื่องลูก ถูกต้องใช่มั้ยครับ
แชมป์ : ใช่ครับ
เอ : หนูสั่งให้เขามาหาที่บ้านนะคะ ถ้าไม่สั่งเขาก็ไม่มาค่ะ
แชมป์ : ไปให้โดนด่าทำไม
เอ : อ้าว แล้วไม่มาหาลูกเหรอ
ทนายพัฒน์ : ยืนยันทั้งสองคนว่าเลิกกัน ต้องเข้าใจว่าเราไม่สามารถเป็นเจ้าของชีวิตเขาได้ เขาจะเลือกดีหรือไม่ดีก็เป็นสิทธิ์ของเขา ต้องยอมรับกติกานี้ เข้าใจความเป็นแม่ อาจมีความรักอยู่ข้างใน แต่สถานะตอนนี้ไปกันไม่ได้แล้ว
เอ : แต่อยากให้เขามีเวลาให้ลูกเหมือนเดิมค่ะ
คุณพูดกับเขาคนละเรื่อง แชมป์บอกเวลามาหาคุณก็ด่าเขาอีก?
เอ : หลังจากนี้จะไม่ด่าแล้วค่ะ ไม่เจอเขาค่ะ
อีกเรื่องคุณขอคนเดียวคือเอ็ม แต่สุดท้ายพอเขาไปกับคนอื่น คุณก็ตัดไม่ขาด คุณก็ไปตามอาละวาดอยู่ ?
เอ : ไม่ค่ะ เขาไปเที่ยวกับผู้หญิงคนอื่น
คุณไม่พอใจ?
เอ : ไม่ใช่ไม่พอใจ หนูก็โทรไปถามว่าวันนี้พูดอย่างนี้ อีกวันพูดอีกแบบ เขาบอกว่าไม่มีใคร แล้วจะพูดทำไม โกหกเราทำไม
ก็เรื่องของเขาไง สุดท้ายคุณขอให้เลิกคบเอ็ม แล้วจะดูแลลูกให้ เขาไปกับคนอื่นคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับเขาไง?
แชมป์ : เขายุ่งครับ เขาทักไปหาผู้หญิงอย่างโน้นอย่างนี้ ผมก็ไม่ต้องสนใจแล้วว่าผมจะไปรับปากยังไง ผมจะคุยกับใคร มันก็เรื่องของผมแล้ว
คุณทักเขาไปมั้ย?
เอ : ทักไปบอกว่าหนูเห็นเขาคบกัน คุยกันตั้งแต่หนูยังอยู่ พี่ขา หนูต้องการให้ข้อตกลงที่ได้ทำกันวันนั้นโมฆะ เพราะถ้าหากเขามีคนอื่น ในสัญญานั้นจะเป็นโมฆะ สัญญาที่เราทำเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ
ไหนคำว่าห้ามคบคนอื่น?
เอ : ในนี้เขียนว่าไปมีครอบครัวใหม่ คือแต่งงานใหม่ ที่เราคุยกันค่ะ หนูต้องการดูลูกเองค่ะ
ตกลงคุณจะดูลูกเองไม่ให้เขายุ่งเลย?
เอ : ใช่ค่ะ
แล้วเมื่อกี้คุณบอกจะให้เขาเข้ามาหาลูกบ้าง?
เอ : หมายถึงในตอนนั้นค่ะ
เอาตอนนี้ คุณเอาไง?
เอ : อยากให้เขาสนใจและใส่ใจลูกค่ะ เขาจะคบกับใครก็เรื่องของเขา แต่เวลาเขามาหาลูกหนูจะไม่อยู่ และไม่อนุญาตให้เขาเอาลูกสาวคนที่สองออกไปข้างนอก
ทนายพัฒน์ : ตามข้อกฎหมาย บอกว่าหญิงที่ไม่สมรสกับชาย บุตรเป็นของหญิง เป็นของคุณร้อยเปอร์เซ็นต์คนเดียว อำนาจปกครองทุกอย่างไม่ว่าเรื่องการทำนิติกรรม กำหนดถิ่นที่อยู่ แม้แต่ค่าเลี้ยงดู เป็นของคุณคนเดียว เขาไม่ต้องจ่ายอะไรเลยสักบาท นี่คือหลักของกฎหมาย แต่ที่เขาจ่ายให้เป็นเรื่องหน้าที่ธรรมจรรยา หากทำให้เขาเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย คือหนึ่งเขาจดทะเบียนสมรสกับคุณ มีการรับรองบุตร ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร จะทำให้เขามีหน้าที่ตามกฎหมาย ตอนนี้เขาไม่มีหน้าที่เลยตามกฎหมาย ดังนั้นคุณจะให้เขาเจอหรือไม่ให้เจอบุตร เป็นสิทธิ์ของคุณเลยร้อยเปอร์เซ็นต์คนเดียว ไม่ให้ยุ่งเลยก็ได้ นี่คือหลักกฎหมาย ที่ทำบันทึกข้อตกลงกัน อาจเป็นบันทึกที่ขัดต่อกฎหมาย เพราะไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ถ้าคุณอยากได้ค่าเลี้ยงดูลูก คุณไปฟ้องศาลเยาวชนและครอบครัวได้ ให้เขาจ่าย แต่ในทางกลับกัน ฟ้องข้อแรกให้เป็นพ่อ พอเป็นพ่อเขาจะมีอำนาจครึ่งนึง นอกจากคุณถอนคดีเดียวกัน ถอนอำนาจปกครองไปเลย ตอนนี้เขาไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกเลย แต่ที่ให้คือหน้าที่ธรรมจรรยา เท่านั้นเลย
เอาไง?
เอ : ตอนนี้ต้องการให้เขามาดูแลลูก ช่วยรับส่งลูกตอนเช้า และสนใจลูกมากขึ้นกว่าเดิม แต่เวลาเขามาหนูจะไม่อยู่บ้าน จะไม่เจอเขา แต่หนูไม่อนุญาตให้ลูกสาวคนที่สอง ที่เขาให้ไปทำแท้ง ออกไปอยู่ข้างนอกกับเขาค่ะ
ทนายพัฒน์ : ยังเล็กอยู่ หรือไม่ให้เลย
เอ : ถ้าไม่ให้เลยได้มั้ยคะ
ทนายพัฒน์ : ถ้าตามกฎหมายตอนนี้สิทธิ์อยู่ที่คุณ คุณต้องชัดเจน
เอ : หนูไม่ให้เลยค่ะ ลูกคนโตได้ค่ะ แต่ลูกคนเล็กหนูไม่เอาเขาเลย และเขาก็ไม่เอาลูกหนูเหมือนกัน จะให้ลูกตัดสินใจถ้าวันนึงลูกอยากเจอพ่อค่ะ
ทนายพัฒน์ : ผมไม่รู้หรอกเหตุการณ์อดีตคืออะไร แต่วันนี้เราต้องคุยกันเรื่องปัจจุบัน ให้เขาจ่ายแต่ไม่ให้เขาเจอลูกเลย อันนี้ไม่แฟร์
เอ : ให้เจอ แต่ไม่ให้เอาออกไปค่ะ ถ้าวันนึงลูกโตแล้วเขาอยากไปอยู่กับพ่อก็โอเคค่ะ
ไม่รู้คุณคิดมุมไหน แต่อันดับแรก คุณต้องเข้าใจว่าคุณกับเขาเลิกกันนะ คุณไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาแล้วนะ?
เอ : ค่ะ
เขาจะคบหาใคร เอาผู้หญิงทั้งนครฯ ก็สิทธิ์เขานะ คุณไม่เกี่ยวข้องนะ คุณรับตรงนี้ก่อนมั้ย?
เอ : ค่ะ
หลังจากนี้เขาจะคบใคร คุณไม่มีสิทธ์ก้าวก่ายเขานะ?
ทนายพัฒน์ : ต้องรวมถึงเอ็มด้วยนะ เพราะเป็นสิทธิ์ของเขา
ไม่ใช่ว่าคบเอ็มแล้วไม่ยอมนะ?
เอ : หลังจากนี้ไม่มีแล้วค่ะ
สองขอให้เขาจ่ายเงินเดือน 2 หมื่นดูแลลูก สามขออนุญาตก้าวล่วง คุณใช้ชีวิตกับลูกไป ส่วนเขาก็ปล่อยไป คนมีความเป็นพ่อ ถ้าเขาคิดได้เดี๋ยวเขามาเอง อย่าจำกัดจำเขี่ยว่าไม่ได้ต้องมางี้ๆ บางทีไม่ง่ายแบบที่เราคิด แล้วแต่เขา เราดูแลลูกเราให้ดีที่สุด คุณเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ลูกได้ เหมือนที่หลายคนเป็นอยู่ บางคนเขาไม่ให้ลูกเจอพ่อด้วยซ้ำ แต่เขาเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ลูกได้ เขาให้ความอบอุ่นได้ การที่คุณพูดแบบนี้ทำให้หลายคนมองว่าจริงๆ ไม่ใช่เพื่อลูกหรอก เพื่อตัวคุณเอง?
เอ : เปล่าค่ะ
เพราะคุณตัดเขาไม่ขาด?
เอ : ไม่ใช่ค่ะ เพราะหนูมองหน้าลูกทีไร หนูเสียใจที่เขาบอกให้หนูไปเอาลูกออก (ร้องไห้)
ถ้าผู้ชายคนนึงจะคิดได้แบบนั้น ทำไมคุณถึงให้เขาไปยุ่งกับลูกล่ะ คุณก็ดูแลลูกคุณสิ?
เอ : เข้าใจค่ะ
เข้าใจว่าคุณอยากให้ลูกสมบูรณ์แบบ แต่วันนี้มันไม่สมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ คุณก็ต้องทำใจให้ได้ ส่วนเขาเองอยู่ที่สามัญสำนึกของเขา ว่าเขาจะทำยังไง?
เอ : ค่ะ
คิดได้หรือไม่ได้ ปล่อยเขา ไม่ต้องไปบังคับเขา?
เอ : หนูไม่เคยบังคับค่ะ
แต่สิ่งที่คุณพูดเมื่อกี้ คุณกำลังบังคับเขาอยู่ ว่าอยากให้ลูกหนูมีพ่อมาดูแล มารับวันนี้ จะไม่อยู่บ้าน เข้าใจคุณนะอยากให้ลูกสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้มันไม่สมบูรณ์แบบแล้ว คุณไปฝืนเขา สุดท้ายทำไม่ได้ก็มีเรื่องอีก ไม่ต้องฝืนใจใคร เขาไม่อยากทำก็เรื่องของเขา คุณก็ดูแลลูกไป เพราะวันนี้สถานภาพคุณคือเลิกกัน อาจพูดตรงไป อาจทำให้รู้สึกไม่ดี แต่เชื่อว่าต่อไปจะดีกับลูกคุณ วันนี้คิดถึงลูกให้เยอะที่สุด ไม่ใช่หมายถึงว่าต้องไปไหว้วานให้พ่อมาหาลูกหรอก เราดูแลลูก เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้เขาได้ ส่วนสามัญสำนึกความเป็นพ่อจะมีหรือไม่มี เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่เขาจะคิดได้หรือไม่ได้?
แชมป์ : ที่ผมให้เขาเอาลูกออก เพราะผมกับเขาทะเลาะกันหนัก
ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับคุณสองคนนะ แต่ผมไม่รู้ว่าเรื่องจะมาถึงตรงนี้ ผมว่าอะไรทั้งหมดทั้งมวล สิ่งที่คุณกำลังพูดจะเป็นดิจิทัลฟุตปริ้นต์ ลูกผู้หญิงคุณคนนี้เขาโตมารับเรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องที่คุณต้องไปฉุกคิดกันว่าคุณควรพูดเรื่องนี้กันเหรอ ถ้าเขาโตมาแล้วคิดมั้ยว่าเขาจะรู้สึกยังไง เรื่องนี้คุณไม่ควรมาพูดอะไรกันเลย มันเป็นอดีตผ่านไปแล้ว ไม่ต้องไปโทษใคร อย่าเอามาพูดกันอีกเลย ว่าทำไมวันนั้นอยากให้เป็นแบบนั้น ไม่ดีหรอกครับ?
เอ : หนูอยากให้ลูกสาวหนูไร้มลทินจากเขาเลยค่ะ (ร้องไห้)
เขาจะไร้มลทินได้ อยู่ที่ตัวคุณกับตัวเขา ตรงนี้พอได้แล้ว ที่จะโทษกันไป เอาวันนี้ อย่าไปพูดข้างหลัง พูดข้างหลังคนเจ็บปวดคือลูกนะ ไม่ใช่คุณ ไม่เอาแล้ว ไม่พูดแล้วนะต่อไปนี้?
เอ : พี่เข้าใจมั้ย หนูอยู่กับคำพูดว่าทำไมป่าป๊าไม่พาเรากลับบ้าน
ทนายพัฒน์ : ตอนนี้เรามองว่าเขาทำหน้าที่พ่อไม่โอเค เราอาจต้องทำหน้าที่พ่อกับหน้าที่แม่
เอ : ต่อไปนี้หนูจะไม่สอบถามเขาว่าเขาอยากมาหาลูกมั้ย จะไม่เรียกร้องเขามาหาลูก
ทนายพัฒน์ : มันควรเป็นอย่างนั้น วันนึงลูกโตมาระดับนึงเขาถามอยู่แล้ว ทำไมเราไม่เหมือนเพื่อน ก็ค่อยๆ อธิบายทีละนิดทีละหน่อย มันจำเป็นต้องเป็นแบบนี้
อันดับแรก แม่ต้องยอมรับความจริงให้ได้เสียก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ผมไม่ได้สอนอะไรคุณนะ อยากให้รับรู้ว่าความเป็นจริงในโลกเป็นแบบนี้จริงๆ คุณไม่ใช่คนแรกที่ได้คุย มีคนอื่นอีกมากมาย ไม่ใช่เรื่องการจากลาไปมีชีวิตใหม่ บางคนจากลาโดยไม่มีโอกาสเจออีกเลยก็ได้ ลูกต้องอยู่ให้ได้กับแม่ หรือต้องอยู่ให้ได้
กับพ่อ เด็กหลายคนก็ถามพ่อไปไหน แม่ไปไหน เยอะมากนะ แต่สุดท้ายเด็กจะโตขึ้นมาจากสิ่งที่เราสอนเขา บอกเขา อย่าไปคิดว่าไม่ได้ ต้องกลับมาดูลูก?
เอ : ไม่ใช่พี่ หนูอยากให้เขาสนใจลูก
เขาไม่สนใจมันก็เรื่องของเขา เราต้องเป็นพ่อให้ลูก อย่าไปหวังให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราคิด ไม่มีใครเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นได้?
เอ : ได้ค่ะ
เราแก้ที่ตัวเรา ถ้าเขาไม่ทำ มันอยู่ที่สามัญสำนึกของแต่ละบุคคล แต่ถ้าวันนึงแชมป์บอกอยากมาดูแลลูก ก็ให้เขามา เท่านั้นเอง แต่อย่าไปบังคับว่าคุณต้องมา?
เอ : ไม่เคยบังคับ
แต่คุณกำลังบังคับอยู่ตอนนี้ไง?
ทนายพัฒน์ : ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของมัน เดี๋ยวเวลาจะเยียวยาเราเอง เมื่อไหร่ที่เราโฟกัสแต่ลูก เราจะออกจากปัญหานี้ไม่ได้ อีกหน่อยจะส่งผลกับตัวเราและต่อไปจะส่งผลต่อลูกเรา เคยเห็นหลายๆ ครอบครัวที่ต้องพบจิตแพทย์ แม่คนเดียวไม่พอ ลูกก็เป็นเหมือนกันครับ
เอ : ตอนนี้ลูกชายคนโตหนู ต้องเข้าไปพบจิตแพทย์ค่ะ
พบก็ต้องพบ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย อย่าเข้าใจผิดว่าการพาเด็กเข้าไปพบจิตแพทย์เป็นเรื่องแปลกนะ?
เอ : ลูกชายหนูบอกว่าเป็นเพราะมีน้องใช่มั้ย เราถึงไม่ได้กลับบ้านกัน (ร้องไห้)
ทั้งหมดอยู่ที่ตัวเรา คุณเอต้องเข้าใจก่อน เรื่องราวเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่เราต้องคอยบอกลูก ผมเชื่อว่าทุกครอบครัวมีปัญหา บางคนอาจคิดว่าไม่สปอยลูกเลย แต่จริงๆ คุณอาจสปอยลูกโดยคุณไม่รู้ตัว การที่คุณบอกพาลูกไปพบจิตแพทย์ ไม่แปลกเลย ลูกผมก็หาจิตแพทย์ คุณก็ต้องหา ไม่ใช่แค่ลูก คุณก็ต้องหา ผมบอกเลย?
เอ : หนูก็รักษาอยู่ค่ะ
ทนายพัฒน์ : แพทย์จะให้คำแนะนำเลยครับ ว่าประมาณไหน ซึ่งครอบครัวไม่ปกติ ควรต้องไปหาครับ
สมัยก่อนผมพามายูไปหาจิตแพทย์ ผมโดนด่าเต็มเลย ลูกไม่ได้บ้าหรอก พ่อมันบ้า ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่นะ มันคือการปรึกษาพัฒนาการของเด็ก ว่าเด็กจะโตไปแบบไหน จะโตไปมีเกราะยังไงให้เขาบ้าง?
ทนายพัฒน์ : คนครอบครัวสมบูรณ์แบบเขาก็พาไปเหมือนกันครับ แพทย์ก็ให้คำแนะนำครับ
อันดับแรก คุณสองคนเลิกกันโดยต่างคนต่างไปใช้ชีวิต เขาจะมีใครเรื่องของเขา คุณจะมีใครเรื่องของคุณ สองต้องส่งเสียลูกเดือน 2 หมื่นบาท จะลดหย่อนหลังจากนั้นก็ค่อยว่ากัน สามเขาจะไปเยี่ยมเมื่อไหร่คุณต้องปล่อย คุณต้องไม่ไปบังคับว่าต้องมาสิ เดี๋ยวลูกเป็นแบบนี้?
เอ : หนูไม่เคยแบบนั้นค่ะ
แต่คุณกำลังจะเป็น ที่คุณบอกอยากให้มาหาลูกบ้าง อยากให้มาเติมเต็มลูกบ้าง คุณพูดมั้ยเมื่อกี้?
เอ : หนูอยากให้เขาสนใจดูแลใส่ใจลูกบ้างค่ะ
แต่คุณไปคาดหวังกับใครคนใดคนนึงไม่ได้ ถ้าเขาไม่ทำให้ คุณก็เป็นแบบนี้ไง?
เอ : ค่ะ
ทำไมต้องคาดหวังว่าคุณต้องเป็นอย่างที่ฉันต้องการ?
เอ : ค่ะ
ต้องเข้าใจนะ ชีวิตใครชีวิตมัน เขาจะมาไม่มาเรื่องของเขา แต่สามัญสำนึกความเป็นพ่อเขาต้องมี เข้าใจที่พูดมั้ย?
เอ : เข้าใจค่ะ
ทนายพัฒน์ : ขนาดเรายังไม่พอใจตัวเอง เราจะไปคาดหวังคนอื่นคงเป็นไปไม่ได้
จบแล้วเดี๋ยวจะไปหาหมอ แชมป์ที่ไปบันทึกไว้ที่สภ. อาจต้องไปปรับเปลี่ยนกันเนอะ แชมป์รับปากแล้วนะ?
แชมป์ : ครับพี่
ตัวเงินก็จัดการตามนั้น ถ้าคิดถึงลูก อยากให้เขามีความสุขกับเรา ไปหาเขาบ้าง?
แชมป์ : ผมไปพี่ ถ้าเขาเลิกด่าผมไปครับ
ลูกโทรไปก็รับโทรศัพท์ลูกหน่อย เขาจะได้รู้ว่าคุณอยู่ใกล้ๆ เขาตลอด ดีมั้ย?
แชมป์ : ครับ
ถุงยางลิ้นคืออะไร เขาบอกคุณซื้อถุงยางลิ้นมา?
แชมป์ : ตอนไหนพี่ (หัวเราะ) อันนั้นมันยิงแอดเข้ามา เป็นแจ้งเตือนเฉยๆ
คุณไม่ได้ซื้อ?
แชมป์ : ใช่ ผมแคปให้เพื่อนดู ว่ายิงแอดมาแบบนี้นะ
ไม่ได้กลัวเค็มอะไร?
แชมป์ : ไม่มีครับ
โซ่แส้กุญแจมือ?
แชมป์ : มันเพ้อเจ้อพี่
แล้วพลังแรดคืออะไร?
แชมป์ : ผมไม่รู้เหมือนกัน
อย่าชวนทะเลาะกันอีกนะ?
แชมป์ : บอกใครครับ ผมไม่เคยทะเลาะกับเขา
พี่โอเคมั้ย?
บี : เคารพการตัดสินใจของเขาอยู่แล้ว
เอ : ไม่ดูแลก็ไม่เป็นไร หนูต้องการแค่ความชัดเจนของเขา
ทนายพัฒน์ : เราต้องตั้งสติ และยอมรับความเป็นจริง เป็นเสาหลักให้ลูกสองคน อย่าไปคาดหวังกับคนอื่น ให้เขาแค่ส่งสองหมื่นให้กับเราก็โอเค นอกนั้นส่วนที่เกินเราต้องรับเอง
เอ : หนูต้องการให้เขาทำเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนด้วยเรื่องสองหมื่นค่ะ
ทนายพัฒน์ : น่าต้องกลับไปคุยกันอีกครั้ง แต่ถ้าเขาไม่คุยจริงๆ เราใช้สิทธิ์ทางศาลเยาวชนและครอบครัวได้ครับ ศาลคงไกล่เกลี่ยอีกรอบอยู่ดี เรื่องครอบครัวเป็นเรื่องปกติ ชินแล้วครับ
คุณต้องตัดให้ได้นะ อย่าฟูมฟาย ต้องยอมรับว่าเรื่องจบแล้ว สุดท้ายต้องอยู่เพื่อลูก?
เอ : ค่ะ








