บันเทิง

“บอส ชัยกมล” ทุ่มสุดตัว! เปิดค่าย FreezeDrop Label ก้าวใหม่ CEO-ศิลปิน ลุยวงการเพลงเต็มกำลัง

แชร์ข่าว

“บอส -ชัยกมล เสริมส่งวิทยะ” ก้าวสำคัญในชีวิต กับการเริ่มต้นโปรเจกต์ค่ายเพลง FreezeDrop Label ซึ่งเป็นการแยกตัวออกมาทำค่ายเพลงของตัวเองเพื่อผลิตผลงานด้านดนตรีโดยเฉพาะ หลังจากก่อนหน้านี้อยู่ภายใต้ Me Mind Y Music โดยเจ้าตัวเผยว่าได้มีการพูดคุยถึงความต้องการสร้างสรรค์ผลงานในแบบที่เป็นอิสระมากขึ้น จึงตัดสินใจเดินหน้าสร้างค่ายนี้ขึ้นมา

ในบทบาทใหม่ของการเป็นผู้บริหารค่ายเพลง “บอส” ยอมรับว่าการทำงานมีทั้งความยากและง่ายผสมกัน โดยต้องใช้ความพยายามและพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากต้องการลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง พร้อมมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเริ่มต้นโปรเจกต์ กระบวนการความคิด ไปจนถึงขั้นตอนโพสต์โปรดักชัน

สำหรับชื่อค่าย “FreezeDrop” นั้น มีที่มาจากคำว่า “Freeze” ที่หมายถึงการหยุดหรือแช่แข็ง ซึ่งเชื่อมโยงกับแบรนด์เสื้อผ้าของเขาที่ชื่อ “Freeser” โดยแนวคิดของ FreezeDrop คือการหยุดเพื่อปล่อยผลงานหรือศิลปะออกมาให้ผู้คนได้ลองเสพและสัมผัส

ในด้านแนวเพลง “บอส ชัยกมล” เผยว่าเติบโตมากับดนตรีแนว Hip-Hop และ R&B ซึ่งจะเป็นแนวหลักที่ต้องการถ่ายทอดผ่านค่ายนี้ โดยในโปรเจกต์ดังกล่าวเจ้าตัวใส่ความเป็นตัวเองลงไปอย่างเต็มที่ ในฐานะ Founder และ Exclusive Director ทำให้ผลงานมีเอกลักษณ์ชัดเจน และเป็นอีกกลิ่นอายใหม่ที่แฟน ๆ อาจไม่เคยเห็นมาก่อน

สำหรับแผนงานในปี 2026 แฟน ๆ เตรียมติดตาม EP อัลบั้ม “My Own” ที่จะทยอยปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีแผนจัดคอนเสิร์ตในกรุงเทพมหานคร และเตรียมต่อยอดสู่ World Tour ในอนาคต หลังจากที่ “Dream Warrior Concert” ประสบความสำเร็จในต่างประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ “FreezeDrop Label” ยังมีความเชื่อมโยงกับแบรนด์เสื้อผ้า “Freeser” โดยทั้งสองแบรนด์จะเปิดตัวไปพร้อมกันในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจน โดย FreezeDrop จะสื่อสารผ่านเสียงเพลงและมิวสิกวิดีโอ ขณะที่ Freeser จะสะท้อนตัวตนผ่านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงได้

ในฐานะ CEO ของค่าย “บอส ชัยกมล” ตั้งเป้าหมายให้ FreezeDrop เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศไทยและระดับสากล พร้อมผลักดันศักยภาพของโปรดักชันไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และในอนาคตมีแผนเปิดรับศิลปินหน้าใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของค่าย

ท้ายที่สุด “บอส” ฝากขอบคุณแฟนคลับทั้งชาวไทยและอินเตอร์แฟนที่คอยสนับสนุนมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่าทุกกำลังใจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ และจะตั้งใจตอบแทนด้วยผลงานที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากติดตามผลงานเพลงใหม่ “9 to 5” ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย