ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ
ในโลกดนตรี ผลงานอัลบั้มบันทึกการแสดงสดมักเป็นการหารายได้พิเศษเพิ่มเติมของศิลปิน บางทีก็ทำเพื่อแฟนๆ พันธุ์แท้ นอกเหนือไปจากอัลบั้มจากสตูดิโอ และมักจะขายได้ไม่มากกว่าอัลบั้มจากสตูดิโอ แต่ก็มีอัลบั้มแสดงสดบางชุดขายได้ดีกว่า แถมยังได้รับการยกย่องเป็นมาสเตอร์พีซของศิลปินด้วย
50 ปีที่แล้วก็มี Frampton Comes Alive! ที่มีคุณสมบัติอย่างหลังครบทั้ง 2 ประการ
Frampton Comes Alive! อัลบั้มคู่ของ ปีเตอร์ แฟรมป์ตัน นักร้อง, นักแต่งเพลง และยอดมือกีตาร์ อดีตสมาชิก ฮัมเบิ้ล พาย วงบลูส์-ร็อคดังของอังกฤษ ออกวางวันที่ 15 มกราคม 1976 โดย เอ&เอ็ม เรคอร์ดส์ ตอนนั้นเขาอายุแค่ 26 ปี
Frampton Comes Alive! เข้าอันดับตารางอัลบั้ม บิลล์บอร์ด 200 ครั้งแรกที่ 191 แต่พอถึงสุดสัปดาห์ที่ 10 เมษายน 1976 อัลบั้มก็ขึ้นไปติดอันดับ 1 อยู่บนตารางอันดับนานถึง 97 สัปดาห์ และติดต่อกัน 10 สัปดาห์ตลอดช่วงเดือนตุลาคม
อัลบั้มยังติดอันดับ 1 บนตาราง ท็อป 100 อัลบั้มของ แคชบ็อกซ์ อีกด้วย กลายเป็นอัลบั้มขายดีที่สุดในอเมริกาของปี 1976 ด้วยยอดขายรวมกว่า 8,330,000 ประสบความสำเร็จมากกว่า 4 อัลบั้มจากสตูดิโอที่เขาออกมาก่อนหน้านั้น
"Show Me the Way", "Baby, I Love Your Way" และ "Do You Feel Like We Do" ออกเป็นซิงเกิ้ล สามารถติดท็อป 15 บนตาราง บิลล์บอร์ด ฮ็อท 100 ทั้งสามเพลง
Frampton Comes Alive! ได้รับการโหวตจากผู้อ่านนิตยสาร โรลลิ่ง สโตน ให้เป็น ‘อัลบั้มแห่งปี’ ประจำปี 1976 และได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 50 อัลบั้มแสดงสดยอดเยี่ยมตลอดกาลของนิตยสาร โรลลิ่ง สโตน และในปี 2020 Frampton Comes Alive! ได้รับการบันทึกเข้าสู่หอเกียรติยศของ แกรมมี่
อัลบั้ม Frampton Comes Alive! บันทึกเสียงระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ทเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน 1975 ของ แฟรมป์ตัน เป็นบันทึกจากการคอนเสิร์ท 2 ครั้งในแคลิฟอร์เนีย และ 2 ครั้งในนิวยอร์ค แต่หลักๆ เลือกเอามาจากคอนเสิร์ทที่ วินเทอร์แลนด์ บอลล์รูม ในซานฟรานซิสโก, แคลิฟอร์เนีย อาจจะเพราะด้วยเครื่องบันทึก 24 แทร็ค ส่วนที่เหลือไม่กี่เพลงบันทึกจากการแสดง 3 แห่ง โดยใช้เครื่องอัด 16 แทร็คบันทึก
นอกจากนักดนตรีที่เล่น อันประกอบด้วย ปีเตอร์ แฟรมป์ตัน - ร้องนำ/กีตาร์, บ็อบ มาโย - ริธึ่มกีตาร์/คีย์บอร์ด/ร้องประสาน, สแตนลี่ย์ เชลดอน - เบสส์/ร้องประสาน และ จอห์น ซิโอมอส - กลอง/เพอร์คัสชั่น อีกคนที่มีบทบาทสำคัญมากในผลงานชุดนี้คือ คริส คิมซี่ย์ เอ็นจิเนียร์ผู้ทำการบันทึกสดและมิกซ์ต้นฉบับในปี 1976
แฟรมป์ตัน เคยให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุแห่งหนึ่งว่า “อัลบั้มเล่นสดเกือบทั้งหมด ยกเว้นวรรคแรกของเพลง 'Something's Happening', กีตาร์ริธึ่มในเพลง 'Show Me the Way' และเปียโนท่อนอินโทรของเพลง 'I Wanna Go to the Sun' ถูกอัดแก้ไขในสตูดิโอ แต่ที่เหลือทั้งหมดเป็นการเล่นสด (ทุกกีตาร์โซโล่, กีตาร์อะคูสติค, คีย์บอร์ด, กลอง, เบสส์ และเสียงร้องทั้งหมด)"
ตอนแรก แฟรมป์ตัน ตั้งใจว่าจะออกเป็นอัลบั้มแสดงสดแผ่นเดียว แต่ด้วยคำแนะนำจากต้นสังกัด เอ&เอ็ม ให้ใส่การแสดงทั้งหมดลงไป จึงต้องกลายเป็นอัลบั้มคู่เพราะความยาวแผ่นเดียวไม่สามารถบรรจุได้พอ
อาจจะเป็นกลยุทธ์ของต้นสังกัด เพราะอัลบั้มคู่นี้ลดราคาลงมาเหลือเพียง 7.98 เหรียญ ซึ่งแพงกว่าราคามาตรฐานของแผ่นเดี่ยวในยุคนั้น (6.98 เหรียญ) เพียง 1 เหรียญ แผ่นแรกใส่ด้าน 1 และ 4 อีกแผ่นใส่ด้าน 2 และ 3
เมื่อครบรอบ 25 ปี ในปี 2001 มีการเติม 4 เพลงที่ไม่อยู่ในการออกวางขายครั้งแรก และ 1 เพลงอัดในห้องส่งวิทยุ ซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโปรแกรมหลักของคอนเสิร์ท
เพลงทั้งหมดแต่งโดย แฟรมป์ตัน ยกเว้น "Doobie Wah", "Do You Feel Like We Do" ที่มีชื่อเพื่อนร่วมวงร่วมแต่ง และ "Jumpin' Jack Flash" เป็นการนำเพลงของ เดอะ โรลลิ่ง สโตนส์ จากการแต่งของ มิค แจ็กเกอร์-คีธ ริชาร์ดส์ มาเรียบเรียงและเล่นใหม่
ในคอนเสิร์ท แฟรมป์ตัน ใช้กีตาร์ กิ๊บสัน เลส พอล สีดำ ปี 1954 ที่ผ่านการปรับแต่ง (คัสตอม) ด้วยการใส่พิค-อัป ฮัมบั๊คเกอร์ 3 ตัว แทนพิคอัป พี-90 ที่ติดมากับกีตาร์ตามปกติ กีตาร์ตัวนี้ เพื่อนคนหนึ่งให้เป็นของขวัญในปี 1970 ขณะที่เขาอยู่กับ ฮัมเบิ้ล พาย ตอนนั้นเขาอายุเพียง 20 ปี
ในปี 1980 เครื่องบินขนส่งตกในเวเนซุเอล่า ซึ่งเครื่องดนตรีของ แฟรมป์ตัน ถูกขนส่งไปที่นั่นเพื่อแสดงคอนเสิร์ท กีตาร์ถูกสันนิษฐานว่าพังพินาศไปแล้วจากอุบัติเหตุ แต่ราวๆ ปี 2011 มีการค้นพบกีตาร์ในร้านของช่างซ่อมเครื่องดนตรีคนหนึ่ง และในที่สุดก็คืนมาสู่มือของ แฟรมป์ตัน จึงมีการตั้งชื่อมันว่า ฟีนิกซ์ นกที่ฟื้นคืนชีพจากเถ้าถ่าน
เรื่องราวของกีตาร์ตัวนี้ทำให้บริษัท กิ๊บสัน ออกลิมิเท็ด-เอดิชั่น ใช้ชื่อว่า "Phoenix" โดยสร้างให้เสียงเหมือนที่เขาเล่นในยุค Frampton Comes Alive! เพลง "Do You Feel Like We Do" และ "Show Me the Way" ใช้เอ็ฟเฟ็คท์ ทอล์ค-บ็อกซ์ ซึ่งกลายเป็นจุดขายและลายเซ็นของ แฟรมป์ตัน เวอร์ชั่นซิงเกิ้ลของ "Do You Feel Like We Do" ตัดเหลือ 7:19 นาที จากเวอร์ชั่นต้นฉบับในอัลบั้มที่ยาวถึง 14:15 นาที แต่ก็ยังยาวพอจะทำให้ "Do You Feel Like We Do" เป็นหนึ่งในซิงเกิ้ลยาวที่สุดที่ขึ้นไปติดท็อป 40 แซงหน้า "Hey Jude" ของ เดอะ บีเทิ่ลส์ ที่ยาว 7:11 นาที
ส่วนหน้า บี ของ "Do You Feel Like We Do" เป็นเพลงบรรเลงอะคูสติค "Penny for Your Thoughts" เป็นเพลงสั้นที่สุดของอัลบั้ม Frampton Comes Alive! ความยาวแค่ 1:23 นาที
ความเป็นประวัติศาสตร์ของ Frampton Comes Alive! ยังรวมถึงภาพปกที่ถ่ายโดย ไมค์ ซาการิส ถ้าดูจากหน้าปกตามปกติ เป็นรูป ปีเตอร์ แฟรมป์ตัน ใส่เสื้อเชิร์ทสีเหลือง กางเกงขาว กำลังเล่นกีตาร์ ตัดแค่หน้าอก สายตามองไกลไปยังผู้ชม แต่เมื่อคลี่ปกที่พับออกมา จะเป็นรูปค่อนตัวของเขา ยาวลงมาถึงหัวเข่า ดูเรียบง่าย แต่ไม่มีใครทำมาก่อน ขายหน้าตาที่หล่อเหลาของ แฟรมป์ตัน ตอนหนุ่มๆ
และทำให้มือกีตาร์บลูส์-ร็อกคนหนึ่งกลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นในยุคนั้น







