บันเทิง

“หนุ่ม กรรชัย” เป็นแขกรับเชิญในรายการตัวเอง ย้อนที่มาโหนกระแสในมุมที่ไม่เคยเล่า ติดหนี้ตัวแดง 30 ล้าน

แชร์ข่าว

เรียกว่าเป็นครั้งแรก ที่นั่งโต๊ะรายการโหนกระแส ซึ่งเป็นรายการตัวเอง ในฐานะแขกรับเชิญ โดยเปิดโอกาสให้ ป๋อง กพล ทองพลับ, แจ็ค เดอะโกสต์, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทำหน้าที่สัมภาษณ์ทุกเรื่องที่อยากรู้ สำหรับรายการโหนกระแส วันที่  31 ธ.ค. ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมาย เลข 33 ซึ่ง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้ย้อนเล่าที่มาที่ไปของรายการโหนกระแส ในมุมที่ไม่เคยเล่ามาก่อน 

หนุ่ม : มุมมองป๋อง ในรายการโหนกระแส เป็นยังไง 

ป๋อง : ผมชอบดู วิธีการนำเสนอของพี่หนุ่ม มีคนมาร่วมรายการ มีหลากหลายมุมมอง หลายเคสก็น่าศึกษา ต่อให้ไม่รู้จักคุณผมก็ชอบดู เวลาพี่หนุ่มทำเรื่องความรัก ชู้สาว จะรู้สึกว่าเห็นแล้วหมั่นไส้ ทำแบบไร้เดียงสา อุ้ย จริงเหรอ ตายแล้ว อินโนเซ้นส์ เหมือนไม่รู้เรื่อง อย่างถามคนมาร่วมรายการ เขินมั้ย ผมยังเขินเลยเนี่ย เราดูอยู่ก็หมั่นไส้เพราะเรารู้จักเขา 

แจ็ค : (หัวเราะ) 

ป๋อง : บางทีทำเรื่องการเมือง สังคม ความเดือดร้อนของสังคม 

หนุ่ม : คิดว่าโหนกระแสเป็นศาลเตี้ยมั้ย 

ป๋อง : ไม่นะ เหมือนเป็นโต๊ะกลมที่มานั่งพูดคุยกัน สุดท้ายการตัดสินก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่หรือศาลอยู่แล้ว 

แจ็ค : ผมว่าพี่หนุ่มถามแทนใจคนดูมากกว่า หลายคนจะเป็นกระแสว่าถ้าเขาทำผิด อย่าพามาโต๊ะนี้นะ พาเขาไปติดคุกดีกว่า เพราะเขาคิดว่านี่คือการตัดสินศาลเตี้ยไปแล้ว แต่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะผลสุดท้ายความจริงจะบอกเอง มันหนีความจริงไม่พ้นอยู่แล้ว ฉะนั้นคนมีชนักปักหลัง คนไม่ได้คลีนพอ โต๊ะนี้มันคือโต๊ะบริสุทธิ์ คุณต้องเคลียร์ ดีแคร์ให้ได้ แต่ผมชอบเรื่องชาวบ้าน ผมไม่ได้ชอบเรื่องการเมืองนะ 

ป๋อง : ชอบปฏิกิริยาพี่หนุ่ม เวลาสัมภาษณ์ มันมีความกวนๆ ยิ่งอยู่กับพี่แก้ว บางทีพี่แก้วมีแขกมาร่วมรายการเป็นผู้หญิง ก็น่ารักนะ พี่แก้วก็แอบมองเขาบ้าง แอบส่งสายตานิดหน่อย 

ทนายแก้ว : ส่วนตัวผม ผมชอบเทปป้าคนเลย 

ป๋อง : พี่แก้วรีบไปไหน 

หนุ่ม : ทนายแก้วมองโหนกระแสเป็นศาลเตี้ยมั้ย 

ทนายแก้ว : ผมมองว่าเป็นการนำเสนอรอบด้านมากกว่า 

ป๋อง : ยิ่งเห็นหน้ายิ่งหมั่นไส้ เจอบ่อยมากช่วงหลัง 

แจ็ค : เจอในงาน 

ป๋อง : เจอตามร้าน (หัวเราะ) 

ทนายแก้ว : (หัวเราะ) ต้องเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด แต่สิ่งหนึ่งคือใครจะเล่ามากน้อยแค่ไหนเป็นสิทธิ์ของเขา บางคนอาจมองว่าเอ๊ะ ทำไมไม่ได้เปิดโอกาส เขาไม่มีของที่จะเล่าเอง เขาเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้รอบด้าน แต่จริงๆ รายการโหนกระแสสะท้อนให้เห็นอีกมุมนึง ต้องเข้าใจว่าศาลไม่มีโอกาสถามความ เพราะระบบกฎหมายเรา ศาลต้องนั่งฟังการพิจารณาของคู่ความทั้งสองฝ่าย ไม่เหมือนระบบไต่สวน เหมือนศาลฎีกา ที่ศาลมีอำนาจไปถามได้ จริงๆ คำว่าคู่ความถามความกัน แต่พี่หนุ่มไม่ใช่คู่ความ พี่หนุ่มจะเป็นลักษณะมองจากข้างนอกมาข้างใน 

หนุ่ม : แก้วจะบอกว่าถ้าเป็นผู้พิพากษาในศาล ท่านเองไม่มีการมาถาม มีทนายสองฝั่งเป็นคนซักถาม สุดท้ายท่านมีองค์คณะของท่านในการตัดสินว่าเป็นยังไง ท่านไล่ซักไม่ได้ กรณีโหนกระแสอย่างตัวผมเอง ใช้วิธีถาม สังคมจะเป็นคนตัดสินเอง มีนะบางเทปเชื่อมั้ยว่า ผมรู้อยู่แก่ใจว่าคนนี้ผิด แต่ขณะเดียวกันสังคมกลับมองว่าเขาถูก ก็มีนะ เทปอย่างนี้อึดอัดใจมาก บางคนมาแบบไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเลย แต่บางครั้งพูดอะไรออกไป คนเขาไม่เชื่อก็มี แต่บางทีเราฟัง เราดูเหตุผล ก็เข้าใจได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นอย่างที่คนนี้พูด คนนี้กำลังโกหกอยู่ แต่พอเราพูดเข้าทางอีกมุมนึงก็จะด่าเราว่าทำไมไม่เข้าข้างมุมนี้ แต่จริงๆ เรารู้ทั้งรู้ว่าคนนี้ไม่ใช่ เพราะคนดู ดูจากข้างนอก แต่เวลาผมทำ ผมมีข้อมูลโน่นนี่นั่น จะรู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง 

แจ็ค : ปีนี้โดนเยอะเหมือนกันนะ 

หนุ่ม : ดราม่าเยอะ แต่มันก็ผ่านไป โดยเฉพาะอึดอัดที่สุดคือเรื่องของคนที่มาออกรายการ บางคนต้องบอกว่าเขามาออกรายการเรา เขาช่วยคน แต่ขณะเดียวกัน หลังออกไปแล้ว เขาจะมีอีกเรื่องนึง ก็เป็นเรื่องส่วนตัวเขา แต่เวลาโดน เราก็จะโดนด้วย อันนี้โคตรอึดอัดเลย 

ป๋อง : เป็นเป้าใหญ่ด้วย 

หนุ่ม ซ ตอนแรกไม่ได้คิดจะทำเลยนะ ตอนนี้คิดได้แล้ว ไม่เคยมีใครสัมภาษณ์ผมเลย สัมภาษณ์ผมมั้ย ผมถามมาเยอะแล้ว ให้คุณถามผมบ้าง ในสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ แต่ถ้าอันไหนตอบไม่ได้ก็ไม่ได้นะ ผมมีความใฝ่ฝันอย่างนึง ผมอยากถูกสัมภาษณ์บนโต๊ะโหนกระแส นี่เป็นครั้งแรก ที่อยากมานั่งบนโหนกระแส อยากมีฟีลนั้น แต่ไม่รู้ใครจะสัมภาษณ์ 

ป๋อง : วันนี้พวกเรารุมแล้วกัน 

หนุ่ม : อย่าใช้คำว่ารุม ช่วยกันถาม 

ป๋อง : (หัวเราะ) โหนกระแสทำมากี่ปีแล้ว 

หนุ่ม : ทำมา 9 ปี

ป๋อง : จุดเริ่มต้นทำโหนกระแส 

หนุ่ม : จริงๆ ก็เคยพูดไปแล้วในรายการอื่น เมื่อก่อนผมทำรายการประเภทเดียวกันชื่อปากโป้ง ที่ช่อง 8 ช่วงนั้นทางช่อง 8 เองเขาต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการอะไรใหม่ๆ ปากโป้งอยู่มานานแล้ว ผมเลยเอารายการโหนกระแสมาเสนอช่อง 3 ก็ไปคุยกับคุณอัมพร และพี่ตั๋ม ศุบัณฑิต ตอนนั้นเสนอไปสองชื่อ ชื่อนึงคือโหนกระแส อีกชื่อขออนุญาตไม่บอก เพราะกำลังเอารายการนั้นมาทำ เป็นความลับ เป็นชื่ออีกหนึ่งรายการในปีหน้า กำลังคิดอยู่จะเป็นพิธีกรเองมั้ย แต่อันใหม่สนุกแน่ๆ จะเป็นรายการที่ถูกถอดแบบมาจากกีฬาชนิดนึง แต่มันจะเป็นในเชิงข่าว เอาไว้ติดตามแล้วกัน คุณอัมพรเลือกชื่อโหนกระแส ตอนนั้นมีข้อแม้ว่าต้องไม่ทำอะไรที่มันดูรุนแรงมากเกินไปนะ เพราะต้องยอมรับว่าตอนนั้นที่ผมมาเมื่อ 9 ปีก่อน ช่อง 3 ก็เซนซิทีฟ เขาเป็นช่องอยู่ในกรอบจริงๆ เชื่อมั้ยผมว่าผมเป็นคนที่มาแหกกรอบของช่อง 3 เมื่อก่อนช่อง 3 ไม่เคยมีมานั่งทอล์กสินค้า อีนี่ก็มาทำคนแรก แต่ถามว่าทำไมต้องทำ ไม่เคยเล่าเลยนะ เมื่อก่อนโหนกระแสอยู่ในช่อง 28 ตอนนั้นมีช่อง 13 28 33 ผมอยู่ในช่อง 28 เวลาประมาณ 2 ทุ่ม คิดดูดิ พี่ต้องเจออะไรบ้าง เจอละคร ชนโน่นนี่ แมสซิงเกอร์ แล้วโหนกระแสขายไม่ได้เลยนะ ก็คิดในใจจะทำยังไงดีวะ จำได้ตอนนั้นจอนนี่ไปขายมาตัวนึง ขายปูนจีพีไอ ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว ก็ติดอยู่ตัวเดียว เชื่อมั้ยผมไปขายโฆษณาทั่วไปหมดเลย ขายไม่ได้ 

ป๋อง : ระดับหนุ่ม กรรชัยอ่ะนะ 

หนุ่ม : ตอนนั้นยังไม่มีอะไร วันแรกมันไม่ได้จริงๆ ปรากฏว่าตอนนั้นติดตัวแดงกับโหนกระแส เชื่อมั้ยทำสองปีกว่า ผมขายไม่ได้ ติดตัวแดง 20 กว่าล้าน เกือบ 30 ล้าน เป็นหนี้ตัวเอง เพราะเงินออกทุกเดือน จ่ายเงินเดือนให้พนักงาน จ่ายโน่นนี่นั่น จ่ายแขกรับเชิญ จ่ายค่าเครื่องบิน ขณะเดียวกันไม่มีเงินเข้ามาแม้แต่บาทเดียว มันน้อยมาก น้อยจริงๆ แทบไม่มีเลย มันไม่บาลานซ์กัน ค่าพิธีกรตัวเองก็ติดตัวแดง ทำรายการเอาแต่เงินออกไปอย่างเดียว จนสุดท้ายไม่ไหว ช่องก็เลยย้ายให้มาอยู่ 5 โมงเย็น จากนั้นก็เป็นตอนบ่าย แต่อยู่เวลาไหนก็ตามแต่ ก็ยังขายไม่ได้อยู่ดี ถามว่าเพราะอะไรรู้มั้ย ผมขอโทษช่อง 3 นะ ไม่ได้เอาเรื่องเก่ามาพูดนะ เป็นเพราะว่าเมื่อก่อนช่อง 3 เขาจะมีระบบพ่วง เขาขายช่อง 33 เขาก็จะแถมช่อง 28 แวลู่ตัวรายการมันก็ไม่มีไง สมมติไปขายบริษัท ก. กำลังขายอยู่ บริษัท ก. บอกจะซื้อ ดีใจ พรุ่งนี้ไปเซ็นสัญญา บริษัท ก. บอกว่าขอโทษนะคะ ทางผู้ใหญ่ต้องดันกลับ เพราะเราไปซื้อละครช่อง 3 แล้วเขาแถมรายการนี้ ผมทำไง แต่จะโทษช่อง 3 ไม่ได้นะ เพราะเป็นระบบของเขา เมื่อก่อนเป็นไทม์แชร์ริ่ง มันมี 3 ระบบ คือหนึ่งซื้อเวลา สองไทม์แชร์ริ่ง แบ่งกันขาย ผมขาย 3 นาที  คุณขาย 2 นาที แล้วก็เรฟแชร์ แบ่งคนละครึ่ง หรือ 70-30 60-40 แล้วแต่ ก็คือรวมกันขายได้เงินมาก็แบ่งกัน ตอนนั้นผมใช้วีไทม์แชร์ริ่ง โอ้โห ชีวิตลำบากมาก อยู่ในช่องที่มีการแถม ผมก็ไปไม่ไหว พอไปไม่ไหว ทำยังไงดีวะ ตอนนั้นผมถืออยู่ประมาณ 4 นาทีมั้ง ช่องถือ 2 นาที ช่องเก็บของเขาไว้อีก 1 นาที ก็ไปคุยกับคุณอัมพรและพี่ตั๋ม ว่าไม่ไหวแล้ว นี่ไม่เคยเล่านะ ขอคืนรายการ แต่โหนกระแสตอนนั้นเหมือนน้ำซึมบ่อทราย ถึงเรตติ้งน้อยมาก ผมมาจากเรตติ้ง 0.2 0.3 0.1 แต่ก็อยู่ ทางผู้ใหญ่บอกว่าไม่อยากให้ไป ไม่อยากให้ออก อยากให้ทำก่อน ให้ทำไปเรื่อยๆ แกมองว่ารายการก็ให้ประโยชน์คนดูนะ ผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตได้มั้ย ผมขอขายตรงเลยได้มั้ย นั่งทอล์กสินค้า ตอนแรกนายก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะจะผิดกฎเรื่องกสทช. หลายอย่าง ต้องยอมรับอย่างนึงว่าช่อง 3 เขามีกรอบ มีกฎระเบียบของเขา ผมบอกว่างั้นไม่ไหวจริงๆ สุดท้ายนายบอกว่า โอเค ได้ ตามนั้น แต่ขอนะว่าอย่าฮาร์ดคอร์ อย่าฮาร์ดเซลล์ ขายอยู่ในกรอบที่ไม่มีใครมาว่าเราได้ ผมก็รับปาก ผมก็แฮปปี้ แต่เจอปัญหาอีก ทั้งหมด 6 นาที ผมถือ 4 ช่องถือ 2 ช่องมีอีก 1 เป็น 7 ผมไปขายลูกค้า 4 นาทีทอล์ก ลูกค้าไม่ซื้อเลย ลูกค้าบอกขอ 7 นาที ตอนแรกจะขอประมาณ 7-8 นาที ผมไม่รู้ทำไง สุดท้ายสิ่งที่ผมทำคือผมต้องไปคุยกับนาย บอกผมขอช้อนซื้อ 3 นาทีของช่องมาถือไว้เองเลยได้มั้ย ช่องไม่ต้องขายเลยในช่อง 28 ผมเหมาเอง ช่องเห็นว่าเขาก็ไม่เหนื่อย ขายผมมา 3 นาที ผมก็ไปขายลูกค้า 7 นาที ผมถึงเริ่มนับหนึ่งได้จากวันนั้น ถ้าสังเกตเมื่อก่อนโหนกระแสจะไม่มีโฆษณาเลยในช่อง จะมีแค่ 7 นาทีนี้ เพราะเราถือ 3 นาทีที่ช่องต้องไปขายสปอตเอามารวมกับ 4 เป็น 7 นั่นคือสตาร์ทอัพของผมเลย 

ป๋อง : สินค้าที่มาลงกับเราครั้งแรก 

หนุ่ม :  1577 ไตรลาจิน่า ทุกวันนี้ไตรลาจิน่าก็ยังอยู่กับผม แต่เมื่อก่อนพี่โน่ยังไม่อยู่เลยนะ เจออะไรมาเยอะมาก เคยเล่าแต่ไม่เคยลงดีเทลละเอียดมาก ไม่เคยมีใครเคยรู้ด้วยว่าเป็นตัวแดงขนาดนี้ ไม่เคยบอก 

ทนายแก้ว : อะไรที่ทำให้พี่กล้าซื้ออีก 3 นาที 

หนุ่ม : ด้วยนิสัยส่วนตัวเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว เป็นคนชอบวัด ก็ไม่ได้กลัว ตัวพี่เองเล่นละคร มีละครเล่นตลอดเวลานะ แต่วันนึงมาเป็นพิธีกร พี่เลิกเลย ไม่เล่นละครเลย หยุดเลย เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่วัดในการหยุดเล่นละคร จะเป็นพิธีกรที่ดีไม่ได้ นี่เป็นความคิดของผมคนเดียวนะ ถามว่าเพราะอะไร ไม่ได้ขี้เกียจนะ แต่การที่เราจะเป็นพิธีกร เราไม่สามารถมีภาพอย่างอื่นที่หลากหลายได้ คนต้องจำภาพเราเป็นพิธีกรเท่านั้น พอเราเล่นละคร วันนี้เราเป็นตัวละครตัวนี้ พรุ่งนี้เราเป็นตัวละครตัวนี้ คนก็จะเชื่ออยู่อย่างนั้น พอวันนึงเราเป็นตัวเราเป็นพิธีกร คนก็จะไม่เชื่อแล้ว เพราะพรุ่งนี้เราก็เล่นเป็นอีกคนนึงในละคร สิ่งที่ทำได้คือเลิกเลย ตัดทิ้งเลยละคร เป็นพิธีกรอย่างเดียว พอวันนึงมาทำข่าว ก็เลิกทำตีท้ายครัว ช่วงแรกๆ ยังทำอยู่นะ แต่ช่วงหลังที่เลิก เพราะด้วยภาพลักษณ์ของเราเอง พี่จำเป็นต้องหยุดพิธีกรอย่างอื่นเพราะมันจะทำให้ข่าวเองดูไม่น่าเชื่อถือ พี่ก็ต้องเลิกเป็นพิธีกรอื่นๆ ทิ้งไปเลย จนกระทั่งพี่มาทำข่าวแล้วพี่รู้สึกว่า พี่แข็งแรงในมุมของพี่แล้วนะ มุมตัวเราเองนะ ไม่ใช่มุมคนอื่น เรารู้สึกว่าแข็งแรงแล้ว ก็แวะไปรับ 3 แซ่บหน่อย แต่ก็จะอยู่ในโครงของตัวพี่ที่แค่สัมภาษณ์นะ ก็จะแตกต่างกันไป พี่เป็นคนแบบนี้ ก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร ถ้าพี่จะเสีย 30 ล้านแล้ว ถ้ากูจะเสียอีก 5 ล้านแต่ได้วัด ก็เอา แต่ก็ดีใจที่เราตัดสินใจถูก ตอนนั้นพี่มีพาร์ตเนอร์ ก็คุยกับจอนนี่ มีความเห็นตรงกัน มีการพูดคุยกัน จากนั้นก็ซื้อช่องมาแล้วมาขาย แรกๆ ลูกค้ามีไตรลาจิน่า มีหลินจือมิน โดนัทซึ่งเป็นคอลลาเจน อาหารเสริม ของพี่เก๋ เขาก็ซื้อมาตั้งแต่แรกๆ บางเจ้าก็ยังอยู่ บางเจ้าไม่มีนโยบายทำพีอาร์แล้ว อาจติดลมบนไปแล้วก็มี ก็แล้วแต่กันไป 

ทนายแก้ว : พอขายปั๊บลูกค้าเข้าช่องโอเคมั้ย 

หนุ่ม : ก็โอเค แต่เมื่อก่อนไม่ได้ขายเต็มนะ สมมติเดือนนึงเราขายได้ 7-8 ครั้งก็มี เดือนนึงเรามี 20 กว่าเทป มันพออยู่ได้ไง นั่นแหละ แต่ถามว่ากำไรมีมั้ย ไม่มี แต่ถามว่าเริ่มเก็บเล็กผสมน้อยขึ้นมาได้มั้ย ก็เริ่มได้ 

ป๋อง : ย้อนกลับไปเกือบ 10 ปี การคิดคำรายการ มีคำว่าโหน 

หนุ่ม : เชื่อมั้ย ผมคิดตอนผมนั่งขรี้ด้วย 

แจ็ค : ไปทางเก่งซะแล้ว (หัวเราะ) 

หนุ่ม : ไม่ได้เก่ง แต่มันเหมือนบรรลุขึ้นมา ตอนนั้นนั่งขรี้อยู่ที่ห้องน้ำช่อง 8 (หัวเราะ) จะเอารายการโหนกระแสไปให้ทางไลน์ทีวี ตอนนั้นก็อยากทำรายการเพิ่ม ตอนนั้นช่อง 8 อยากเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ก็คิดว่าเอ๊ะ หรือเอารายการใหม่ไปอยู่ไลน์ทีวีดี เข้าห้องน้ำไปเสร็จออกมา นึกได้ ก็บอกบอย ทีมงานที่ทุกวันนี้ก็ยังอยู่นะ 

ป๋อง : คนที่ด่าบ่อยๆ 

หนุ่ม : เดี๋ยวให้เดินมาโชว์ตัวเลย ของขวัญที่หลายคนอยากเห็นว่าด่าใครวะ 

ป๋อง : อยากเห็นหน้ามาก ว่าอยู่ทนกับกรรชัยได้ไงวะ (หัวเราะ) 

หนุ่ม : นั่นแหละ พอออกมาก็บอกว่าบอย เดี๋ยวเอาชื่อนี้นะ โหนกระแส กับอีกชื่อนึง เดี๋ยวไปส่งทางไลน์ทีวี สุดท้ายไม่ได้เอาไปยื่นที่ไลน์ทีวี เอามายื่นที่ช่อง 3 นั่นคือจุดเริ่มต้นโหนกระแส แล้วออกจากช่อง 8 จากช่อง 28 ก็ได้มาอยู่ช่อง 33 

ทนายแก้ว : มายังไง 

หนุ่ม : ตอนนั้นทางกสทช. เขามีนโยบายว่าใครที่ต้องการคืนช่องดิจิทัล ก็ยื่นเรื่องได้เลย ตอนแรกช่อง 3 ก็ยื่นเรื่องไป เขาจะคืนช่อง 13 อีกช่องยังก้ำกึ่ง เสร็จปุ๊บทางผู้บริหารตัดสินใจและตกลงจะคืนช่อง 28 ด้วย พอคืนช่อง 28 รายการที่มีอยู่ต้องโละทิ้งหมดเลย ตอนแรกโหนกระแสก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่บังเอิญว่าคุณอัมพร และพี่ตั๋ม สุบัณฑิต เรียกพี่ไป บอกว่าไม่ต้องตกใจนะ โหนกระแสเป็นรายการที่เราแฮปปี้ เป็นรายการที่น่าจะอยู่ในช่อง 3 ต่อไปได้ เลยบอกว่าจะเอารายการนี้มาอยู่ช่อง 33 เขาเห็นว่าหนุ่มทำรายการตอนเที่ยง อ่านข่าวอยู่แล้ว ก็เอามาต่อข่าวเที่ยงเลยแล้วกัน ก็เป็นที่มาว่ามาชิดกันอย่างนี้พอดี ทางช่อง ทางสตูฯ เลยออกแบบฉากให้ เมื่อก่อนโต๊ะนี้อยู่ชั้น 11 อยู่ตึกเดียวกันคนละชั้น เมื่อก่อนอ่านข่าวเสร็จต้องวิ่งขึ้นข้างบน เป็นสตูฯ เล็กอีกอันนึง แต่ทีนี้เขามองว่า ถ้าอยู่ในช่องนี้แล้ว ด้วยเวลา ก็ทำตรงนี้เลย จะได้สะดวกเดินไปมา นี่คือที่มาที่ไป เลยได้มาอยู่ช่อง 33 

แจ็ค : เขาให้พี่อยู่ต่อ เพราะรายการติดแล้ว มีคนรู้จักแล้ว 

หนุ่ม : ตอนนั้นคนน่าจะรู้จักแล้ว แต่อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมากมาย เพราะต้องยอมรับว่ารายการฮาร์ดทอล์กหรือดีฟทอล์ก ประเด็นคือแย่งแขกกันเยอะมาก อย่างแขกมาออกรายการนี้แล้วก็ไม่อยากให้ไปออกรายการอื่น เพราะเขาก็อยากให้รายการเขาเป็นหนึ่งเดียว มันมีการแย่งแขกกัน สู้กัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วนะ มีการพูดถึงกันโน่นนี่นั่น เมื่อก่อนนะ กับคุณพุทธ ไม่ใช่พูดไม่ได้ แย่งแขก ตีกันไปตีกันมา หลังๆ สุดท้ายพอโตขึ้น แก่ตัวลง ก็ตีกันทำไมวะ อันไหนเกื้อกูลกันได้ ก็เกื้อกูล เป็นกัลยาณมิตร พูดหลายครั้งแล้วว่าการทำรายการประเภทนี้ก็เหมือนนักมวย ต่างคนต่างมีค่าย ขึ้นเวทีก็ต่อยกัน กูต้องชนะให้ได้เพื่อค่ายกู กูต้องทำเพื่อช่อง 3 เขาก็ต้องทำเพื่อช่องอมรินทร์ คุณต้องทำเพื่อไทยรัฐ ต้องทำเพื่อเวิร์คพ้อยท์ แล้วแต่บริบท แต่ลงจากเวทีก็เป็นเพื่อนกัน นักมวยลงจากเวทีก็ไปเที่ยวกัน รู้จักกัน แต่ขึ้นเวทีปุ๊บต่อยกันยับ 

ป๋อง : มึงชอบไปอำพิธีกรภาคสนามเขา ไปแซวน้องผู้หญิงหลายๆ คน น้องแผ่นฟิล์ม 

หนุ่ม : จำแม่นนะ นี่ยังจำไม่ได้เลย 

ป๋อง : แต่ก่อนเขาจัดแรงกิ้ง นักข่าวภาคสนาม ชอบไปแซวเขา 

หนุ่ม : ก็มีบ้าง เอาจริงๆ ตอนนั้นที่จัดนางฟ้าภาคสนาม ผมก็โดนคนด่านะ มีคนโลกสวยกลุ่มนึงบอกว่าจัดทำไม จัดเพื่ออะไร ผมอยากจะด่าคนพวกนี้มากเลย ผมไม่ได้มองสีสัน ผมมองว่าคุณรู้มั้ยจริงๆ พวกผมเป็นเหมือนแนวหลัง แต่คนที่เขาเหนื่อยคือคนที่ลงภาคสนาม ไปเอาข่าวมาให้คุณ ต้องไปวิ่งตามแขกที่จะสัมภาษณ์ แย่งเอาไมค์ อากาศก็ร้อน ทุกคนก็ต้องต่อสู้ วันนึงเขาควรได้พื้นที่หน้าจอบ้าง แล้วทุกคนก็สวยนะ แล้วมีคนมาว่า ซึ่งผมไม่เข้าใจคนประเภทพวกนี้ 

ป๋อง : พี่ดูอยู่ น้องนักข่าวภาคสนามก็น่ารักหลายคน 

หนุ่ม : ผมอยากให้เขาได้มีพื้นที่ ได้หายเหนื่อยกัน 

แจ็ค : ฉีกกฎหมายครั้ง ผมจำได้ที่สัมภาษณ์กันข้ามช่องเลย น่าจะเป็นรายการแรกนะ 

หนุ่ม :   สัมภาษณ์ เมย์ คนดังนั่งเคลียร์ 

ป๋อง : พี่หนุ่มเป็นคนแบบนั้น พูดตรง บางทีโทรหาเลย มีปัญหาอะไรก็โทรหา คุยเลย 

หนุ่ม : นี่คือที่มาที่ไปโหนกระแสได้มาอยู่ช่อง 33 ทางฝั่งนายเองก็อยากให้มาอยู่ที่นี่ ก็เลยมาอยู่ตรงนี้ 

ป๋อง : 9 ปี 

หนุ่ม : อยู่ช่องใหญ่ ตั้งแต่เขาคืนช่อง ต้องไปดูว่ากี่ปี แต่ถ้าโดยรวมจากช่อง 28 มา 33 ก็ 9 ปี 

แจ็ค :   ไม่ง่ายนะ ผ่านมากี่ดราม่า 

หนุ่ม : เยอะมาก แต่เชื่อมั้ยโดนดราม่าพี่ก็เฉยนะ 

ทนายแก้ว : ทำไมพิธีกรหลายคนเขาไม่สามารถมาทำรายการแทนพี่ได้ 

หนุ่ม : อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆ เป็นทริกที่ต้องตอบกันหลังบ้าน 

แจ็ค : ผมว่าพี่หนุ่มมีลูกล่อลูกชน เขาตลกได้ บางทีก็กวนเลย 

หนุ่ม : ผมลองผิดลองถูกมาเยอะ สมัยก่อนเป็นพิธีกรเสียงดัง คนชอบนะ แต่เวลาทำรายการแม่Xโคตรท็อกซิกเลย บางทีเรื่องเครียดอยู่แล้ว คนชอบนะกรรชัยไล่บี้ ยอมรับเมื่อก่อนเป็นแบบนี้ แต่หลังๆ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ รายการคำว่าฮาร์ดทอล์ก ดีฟทอล์ก มันรุนแรงอยู่แล้ว ถ้าเราหาโทนมาเบรกมันได้ มันก็จะดี อย่างเมื่อสองวันก่อน มีคนบอกว่าไปหัวเราะแขกรับเชิญเขาทำไม มันตลกเหรอน้องมันโดนกระทืบโน่นนี่นั่น แต่จริงๆ แล้วคุณไม่รู้หรอกว่าเวลานั่งอยู่ตรงนี้ ทำรายการ คอนโทรลรายการแม่xโคตรยากลำบากเลย แขกพูดไม่เก่ง แขกเจ็บปาก แขกเครียด ตรงนั้นมันร้อยพ่อพันแม่มาก แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยได้เห็นๆ เลยคือการละลายพฤติกรรมแขกรับเชิญ อย่างน้องบีมที่มาเมื่อสองวันก่อน ถ้าผมไปนั่งไล่บี้น้อง เขาจะยิ่งพูดไม่ได้ เราต้องมานั่งเหมือนจิตเวช ต้องมานั่งดูเขาอีกว่าอาการเขาเป็นแบบไหน มันต้องละลายพฤติกรรม อย่างเอาแบงก์พันแก้ว เราบอกว่าสมัยเราไม่มีแบบนี้ ให้เขาได้คลาย ว่ากูก็เป็นเหมือนมึง มันเป็นกุศโลบาย เป็นพวกเดียวกัน เพียงแต่ต่างวิธี ให้เขาได้รู้ไง บางครั้งต้องเอาเรื่องจริงมาคุย 

ป๋อง :   (หัวเราะ) 

หนุ่ม : มันเป็นการละลายพฤติกรรม โทนรายการก็จะเปลี่ยน แต่บางเทปก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ อยู่ที่แขกรับเชิญด้วย อย่างบางเทปรู้สึกว่ามึงโกหกกูแล้ว ก็จะมีบ้าง อย่างบางที ไปตบเขาจริง ไปละเมิดเขาจริง แต่พยายามทำตัวเป็นพระเอกก็มี พยายามไปด่าผู้หญิงอย่างโน้นอย่างนี้ เราก็รู้ ฉะนั้นอันนี้ก็เป็นอีกเรื่องว่ามึงไม่ใช่แล้ว มันมีทางของมัน มันยากมากๆ ในการทำโหนกระแส 

ป๋อง : ชอบพี่หนุ่มตอนนั้นที่บอกว่าตอนโดนเหตุการณ์มันเครียดนะ ตอนนั้นไม่ตลก แต่ตอนนี้นึกแล้วขำ 

หนุ่ม : มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ บางทีเขาหัวเราะตลกไปกับเรา เราจะรู้แล้วว่ามันไม่ใช่ เราเป็นคนเริ่มให้เขาหัวเราะกันเอง อย่างน้องบีม ถ้าวันนั้นโดนยิงตาย จบเลย ตายฟรีเลย เพราะคนนั้นบอกว่ามึงบุกรุกบ้านกู คนตายไม่สามารถมาบอกได้ วันนี้มันยังโชคดี แต่พอมันออกมาได้แล้ว มองย้อนกลับไป มันเป็นเรื่องขำของมัน ครั้งนึงโดนผู้หญิงหลอกไปดูแมวที่บ้านแล้วถูกกระทืบ แต่วันที่เกิดเรื่องมันก็ไม่ขำ คนดูโหนกระแสเขาก็น่ารัก เขาก็จะฟัง เขาจะรู้ว่าเป็นอย่างนี้ๆ 

แจ็ค : พี่หนุ่มรู้ดราม่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น พี่เข้าไปอ่านมั้ย 

หนุ่ม : อ่านบ้าง แต่ตอนนี้มีสองแบบ อันแรกในรายการจะอ่าน แต่นอกรายการไปแล้ว ไม่ค่อยได้ดู เมื่อก่อนเคยดูแล้วรู้สึกทอกซิกกับชีวิต เลยรู้สึกว่าไม่ดูก็ไม่รู้ ไม่อ่านก็ไม่เห็น ก็ผ่านไป พรุ่งนี้ก็มีเรื่องใหม่ เรื่องวันนี้ที่คนด่าเรา พรุ่งนี้เขาจะเข้าใจเรามากขึ้น 

ป๋อง : อ่านทันเหรอ ข้อความเยอะมากเลยนะ 

หนุ่ม : เห็นตลอด เขาก็มีสิทธิ์ด่าเราได้นะ มุมมองคนเราไม่เหมือนกัน สมมติตอนนี้ผมมองไปข้างหน้าผมเห็นเป็นสีเขียว แก้วอาจมองเป็นสีชมพู นี่มองคนละมุมแล้ว จะเกิดข้อถกเถียง ต่อให้ทุกคนเห็นเป็นสีเขียว แต่คนก็จะมาด่าผมว่ามันเป็นสีชมพู มึงไปบอกเป็นสีเขียวได้ไง ผมจะเข้าใจว่าเป็นสีชมพูได้ ก็ต่อเมื่อไปยืนอยู่หลังแก้ว มองไปทิศทางเดียวกับแก้ว ถึงได้อ๋อ มันเป็นสีชมพูแบบนี้ แก้วเข้าใจว่าเป็นสีเขียวได้ก็ต้องมายืนหลังพี่ แล้วมองไปข้างหน้าเหมือนพี่มอง เท่านั้นเอง มันมองกันคนละมุม ไม่ได้มีใครผิดใครถูก ทุกคนมีมุมมองของตัวเองอยู่แล้ว ผมก็ยึดหลักตรงนี้ โอเค ด่าผมก็เข้าใจแล้ว ผมอาจผิดเอง แต่ผมก็มีมุมของผมแบบนี้ จบ ผมก็สบายใจ คิดบวก 

แจ็ค : ถ้าอยู่กับคอมเมนต์มากๆ บางทีใช้ชีวิตยาก 

หนุ่ม : ท็อกซิก บางทีผมเลือกไม่อ่านนะ แต่จะมีน้องๆ ที่เขารักผม บางทีเขาเห็นคนนี้พูดถึงผมแบบนี้ คนนี้ว่าผมแบบนี้ คนนี้ด่าผมแบบนี้ เขาส่งมาให้ดู ผมก็จะบอกว่าขอบคุณมาก แต่ไม่ต้องส่งมาแล้ว เพราะพี่ท็อกซิก พี่ไม่อยากเห็น พี่ไม่เห็น พี่ก็ไม่รู้ ดีกว่า ก็จบไป ส่วนอันไหนดำเนินการตามกฎหมายได้ ผมก็ดำเนินไป มันก็จะมีมุมมองแบบนี้ 

แจ็ค : ทำงานทุกวันแต่ก็ตัดได้ 

หนุ่ม : มันมีเรื่องให้คุยทุกวัน ผมจะเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องคนรอบตัวที่มาออกรายการนี่แหละ เอาตรงๆ นะ รายการโหนกระแส มันคือผมคนเดียว แต่แก้วเอง ทนายคนโน้นคนนี้ ที่เขามาออกรายการ เขาเป็นผู้ร่วมรายการที่มาช่วย สมมติพี่ป๋องมาออกรายการ ช่วยมุมนี้ พี่ป๋องเดินออกจากช่อง 3 ไปปุ๊บก็คือพี่ป๋องแล้ว พี่ป๋องมีเรื่องอะไรก็เป็นชีวิตพี่ป๋อง ถ้าวันนึงพี่ป๋องทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา พี่ป๋องต้องรับผิดชอบเอง แต่อยู่ดีๆ ผมมักถูกดึงไปอยู่กับพี่ป๋องด้วยเสมอ เห็นมั้ยล่ะมึงเอาป๋องมาออก มึงให้ซีนมัน จนวันนี้มันไปทำเรื่องแบบนี้โน่นนี่นั่น ผมก็จะโดนแบบนี้ ขณะเดียวกันผมก็ทุกข์ใจนะ ว่าผมต้องทำยังไง ในวันที่เขามาอยู่กับเรา เขาช่วย แต่พอเขาเดินออกไปมีเรื่องในชีวิตของเขา กูต้องรับผิดชอบชีวิตเขาด้วยเหรอวะ 

ป๋อง :   มันเหมือนมีพี่หนุ่มติดอยู่ตลอดเวลา 

หนุ่ม : ทุกแมตซ์ ทุกสถานการณ์ 

แจ็ค : เหมือนคนทำผิดแล้วโดนจับ ใส่เสื้อนักบอล ทีมฟุตบอลต้องมารับผิดชอบด้วยเหรอ (หัวเราะ) 

หนุ่ม : โดนแบบนั้นตลอด ก็เคยมีทนายเดชาบอกผมว่า หนุ่ม เวลาคุณออกรายการ คุณต้องพูดหน่อยนะว่าใดๆ ก็ตามแต่ คนมาออกรายการร่วมกันผม เขาไม่ใช่คนของโหนกระแสนะ เขาเป็นแขกรับเชิญ บางคนอาจมาบ่อยหน่อย แต่สุดท้ายเวลาแยกย้ายออกไปแล้ว ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 

แจ็ค : บางคนเหมารวม พี่แก้ว โหนกระแส 

หนุ่ม : ยกตัวอย่างแล้วกัน ทนายตั้มตอนนั้นผมก็โดนนะ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลย ตั้มมาออกโหนกระแส เขาเป็นแหล่งข่าว ต้นอ้อเขาเป็นแหล่งข่าว เขาเอาแขกมาออก สุดท้ายต้นอ้อไปมีคดีความมีเรื่องอะไร มันเป็นหน้าที่ของต้นอ้อต้องไปแก้ต่างของเขาเอง บางคนบอกทำไมไม่เอาต้นอ้อมาออกบ้างล่ะ ขยี้ต้นอ้อบ้างสิ อยากบอกว่าเขาไม่มา ผมก็โดนด่าอีก 

ป๋อง : คนคาดหวังกับพี่หนุ่มไง 

หนุ่ม : ไม่รู้จะทำยังไง หรือคนอื่นๆ ที่ได้เอ่ยชื่ออีกหลากหลายคน 

แจ็ค : ส่วนมากเขาเหมารวมว่าเกิดจากโหนกระแสไง ดังได้ก็เพราะโหนกระแสไง 

หนุ่ม : แล้วจะให้ทำไง เหมารวมแบบนี้ เราก็ทำอะไรไม่ได้ ก็โอเค ยอมรับไป 

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว