หมอกควันข้ามพรมแดนยังปกคลุมเมืองเบตงต่อเนื่อง ทำทัศนวิสัยลดลง ตรวจพบ PM2.5 เป็นปัจจัยหลัก ขณะที่สาธารณสุขอำเภอเบตงแนะประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากเมื่อออกนอกอาคาร
วันที่ 26ส.ค.69 สถานการณ์หมอกควันที่ลอยข้ามพรมแดนได้แผ่ปกคลุมเขตเมืองเบตงอย่างต่อเนื่อง สังเกตเห็นท้องฟ้ามีลักษณะสลัว ขมุกขมัว และมีสีเทา ทัศนวิสัยลดลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้บรรยากาศไม่โปร่งใสตามปกติ ซึ่งจากข้อมูลตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ โครงการดัชนีคุณภาพอากาศโลก (WAQI)ณ วันที่25สิงหาคม2569ที่ผ่านมา พบว่าดัชนีคุณภาพอากาศ อยู่ในระดับ ปานกลาง ยังไม่เข้าขั้นวิกฤต โดยมีฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าดัชนีสูงขึ้น
โดยประชาชนในพื้นที่เริ่มเห็นความสำคัญและป้องกันตัวเองมากขึ้น โดยสังเกตเห็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์สวมหน้ากากอนามัยขณะออกนอกบ้านเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หลังพบกลุ่มผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เริ่มมีอาการระคายเคืองตา แสบจมูก และคัดจมูกเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณฝุ่นละอองในอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น
นายศุภกฤตย์ ภคพงศ์พันธุ์ สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรลดเวลาอยู่กลางแจ้งหากไม่จำเป็น เด็กเล็ก,ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด ควร จำกัดการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง เมื่อต้องออกนอกอาคาร แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองที่สูดหายใจเข้าไป ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ และหากมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรืออาการรุนแรงขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์ และแม้ว่าค่าคุณภาพอากาศยังไม่เข้าขั้นวิกฤต แต่หมอกควันยังคงปกคลุมพื้นที่ต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่ไวต่อสภาพอากาศเป็นพิเศษ








