เมืองพัทยาเดินหน้าระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ War Room เฝ้าระวังน้ำท่วมเรียลไทม์ เฟสแรกติดเซ็นเซอร์ 43 จุด พร้อมป้ายเตือนอัตโนมัติ เตรียมขยายเฟส 2 ครอบคลุม 4 เส้นทางหลัก มุ่งสู่ Smart City
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ห้องวางแผนและปฏิบัติการ War Room สำนักช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา ภายในโรงบำบัดน้ำเสียหนองใหญ่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่สำนักช่างสุขาภิบาล ร่วมติดตามความคืบหน้าระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ โดยมีนายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข ผู้อำนวยการส่วนจัดการระบบป้องกันและระบายน้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักช่างสุขาภิบาล พร้อมทีมวิศวกร ร่วมบรรยายและสาธิตการทำงานของระบบ
โดยทางเจ้าหน้าที่ได้สาธิตการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำภายในท่อและบนผิวจราจร ซึ่งสามารถแสดงผลผ่าน Dashboard แบบเรียลไทม์ โดยหากระดับน้ำในท่อสูงเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ระบบจะเปลี่ยนสถานะเป็น สีแดง และสั่งการไปยังป้ายอัจฉริยะให้แสดงข้อความ ห้ามผ่าน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ ก่อนเกิดน้ำท่วมบนผิวถนน ลดความเสี่ยงที่ประชาชนจะขับรถเข้าสู่พื้นที่อันตราย
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางภายในท่อระบายน้ำ เช่น ตะกอนทรายหรือเศษวัสดุที่สะสมอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบตำแหน่งและเข้าดำเนินการลอกท่อได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำก่อนเกิดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งปัจจุบัน เฟสที่ 1 ได้เปิดใช้งานแล้ว โดยติดตั้งเซ็นเซอร์ภายในท่อระบายน้ำ 43 จุด บนผิวจราจร 15 จุด และป้ายแจ้งเตือนอัจฉริยะ 6 จุด ครอบคลุมเส้นทางระบายน้ำหลัก จากถนนสุขุมวิท ซอย 45 ไปยังพัทยา 6/1 และแนวเขาน้อยสู่แหลมบาลีฮาย
ส่วน เฟสที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน สิ้นปี 2569 โดยจะติดตั้งเซ็นเซอร์ภายในท่อเพิ่มอีก 40 จุด บนผิวจราจร 10 จุด และป้ายแจ้งเตือนอัจฉริยะเพิ่มอีก 13 จุด รวมเป็น 19 จุด ครอบคลุมเส้นทางระบายน้ำหลักเพิ่มเติม ได้แก่ แนวจอมเทียน–เทพประสิทธิ์ ออกประตูระบายน้ำโรงแรมดีวารี รวมถึงแนวคลองนาเกลือ เชื่อมสะพานยาวและลานโพธิ์นาเกลือ ทำให้ระบบครอบคลุมเส้นทางระบายน้ำหลักทั้ง 4 สายของเมืองพัทยา
นายณัฐพงศ์ เปิดเผยว่า หลังจากเฟส 2 แล้วเสร็จ ระบบจะพัฒนาเป็น ภาพจำลอง 3 มิติ (3D) แสดงทิศทางการไหลของน้ำ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับกล้องจราจร และระบบพยากรณ์อากาศขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เพื่อคาดการณ์ล่วงหน้าว่าฝนจะตกในพื้นที่ใด อีกกี่นาที และประเมินความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วม รวมถึงผลกระทบด้านการจราจรได้อย่างแม่นยำ ในอนาคต ประชาชนจะสามารถติดตามข้อมูลระดับน้ำ สถานการณ์ฝน และจุดเสี่ยงน้ำท่วมได้ผ่านแอปพลิเคชันของเมืองพัทยา โดยใช้สัญลักษณ์ สีเขียว สีส้ม และสีแดง เพื่อแสดงระดับความเสี่ยง ช่วยให้วางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที
ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า โครงการ War Room ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการน้ำของเมืองพัทยา จากเดิมที่ต้องรอการแจ้งเหตุหรือส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ มาเป็นการใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการวิเคราะห์ คาดการณ์ และสั่งการได้ทันที ทั้งการแจ้งเตือนประชาชน การบริหารการจราจร และการควบคุมประตูระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าพัฒนาเมืองพัทยาสู่การเป็น Smart City ที่ใช้เทคโนโลยีดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ








