วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลนาแก้ว อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร นายศราวุธ สุวรรณจูฑะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นงานก่อสร้างโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูห้วยลองสนับสนุนแผนการพัฒนาหนองหาร (พื้นที่ต้นน้ำ) ตำบลนาแก้ว อำเภอโพนนาแก้ว โดย นายสรศักดิ์ ใจประเสริฐ ผู้แทนกรมทรัพยากรน้ำ ได้กล่าวถึงความเป็นมาโครงการ และวัตถุประสงค์ของการประชุมว่า ห้วยลอง เป็นลำน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คน มีลำน้ำสาสาขาขาไหลมารวมกันแล้วไหลลงหนองหารบริเวณตำบลนาแก้วและตำบลบ้านแป้น อำเภอโพนนาแก้ว มีความยาวลำน้ำประมาณ 14 กิโลเมตร โดยน้ำจากห้วยลองจะใช้เพื่อการเกษตรเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันห้วยลองมีสภาพตื้นเขิน เนื่องจากการสะสมของตะกอน อาคารสิ่งก่อสร้าง
สำหรับการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่เดิมและคันดินชำรุดเสียหาย ทำให้เก็บกักน้ำได้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ช่วงฤดูแล้งน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อเกษตรกรรมในในฤดูแล้ง โดยเฉพาะการทำนาของราษฎรในพื้นที่ จากสภาพปัญหาดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำจึงเห็นความจำเป็นที่ต้องเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำลำห้วยสาขาหนองหาร โดยให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ได้มาซึ่งแนวทางในการบริหารจัดการและอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ เพื่อประโยชน์อันยังยืนของราษฎรสืบต่อไป กรมทรัพยากรน้ำ ได้รับงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข็มแข็งของระบบเศรษฐกิจ เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูห้วยหนองลอง สนับสนุนแผนการพัฒนาหนองหาร (พื้นที่ต้นน้ำ) งบประมาณ 210,037,600 บาทและได้ว่าจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทีเจนเทรตลิ้ง ดำเนินการก่อสร้างโตรงการอนุรักษ์ฟื้นฟูห้วยลอง 210,000,000.00 บาท (สองร้อยสิบล้านบาทถ้วน) ระยะเวลา 270 วัน นับตั้งแต่ 12 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 7 กันยายน 2569
ในการประชุมวันนี้เป็นการการประชุมปัจฉิมนิเทศ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูห้วยลอง เพื่อสรุปข้อมูลการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้นประมาณ 100 คน ทางกรมทรัพยากรน้ำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือ เพื่อให้โครงการตามแผนงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นพื้นที่ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร รับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การแก้ขตามความต้องการพร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
นายสรศักดิ์ ใจประเสริฐ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากกรมทรัพยากรน้ำได้ศึกษาพื้นที่ต้นน้ำ ส่งมาถึงหนองหาร 21 สาย แต่ว่าที่มีศักยภาพจริงๆก็จะมีอยู่ 9 สายที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำลงมาหนองหาร ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำได้ทำการศึกษาและทำการสำรวจออกแบบไว้ 9 สายซึ่งกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการออกแบบแล้วก็ก่อสร้างแล้วจำนวน 3 โครงการที่ได้รับงบประมาณแล้ว ซึ่งโครงการในส่วนของห้วยลองนี้เป็นโครงการที่ 3 โครงการแรกจะเป็นโครงการห้วยแ ปีงบประมาณ 2567 แล้วก็จะเป็นห้วยโมงปีงบประมาณ 2568 และในโครงการสุดท้ายก็จะเป็นโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูโครงการห้วยลอง ซึ่งได้รับงบประมาณในส่วนของกาก่อสร้าง 210 ล้าน ซึ่งในส่วนของงบประมาณเราก็ได้สำรวจออกแบบประกอบด้วยทั้งหมด 3 ส่วนหลักๆด้วยกัน คือ ทำการขุดลอกลำน้ำประมาณ 14 กม.แต่่ว่าหลังจากทำการสำรวจแล้วปราฏว่าพื้นที่บางช่วงได้มีการ ดำเนิรการไปแล้วจากบางหน่วยงานซึ่งสุดท้ายเราก็ได้ดำเนินการออกแบบขุดลอกอยู่ที่ 9,300 เมตร ซึ่งในส่วนของงานขุดลอกก็จะประกอบด้วย อาคารที่อยู่ในบริเวณลำน้ำห้วยลองหลังจากศึกษาก็พบว่ามันจะมีฝายที่ดำเนินการก่อสร้างไว้แล้วเดิม ซึ่งทำให้เราได้ดูแล้วก็ศึกษาในภาพรวมแล้วก็พบว่าตำแหน่งของฝายที่ควรจะก่อสร้างเพิ่มเติม
"ในส่วนของห้วยลองนี้มีอีก 5 อาคารก็จะทำให้ความจุของห้วยลองทั้ง 14 กม.นี้มีความจุเก็บกักเป็นขั้นบันไดตลอดลำน้ำซึ่งจะทำให้ราษฎรที่อยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ของลำน้ำห้วยลองก็จะสามารถใช้น้ำที่อยู่ในลำน้ำห้วยลองตลอดแนวทั้ง 14 กม.ซึ่งในส่วนของกิโลครึ่งนี้จะมีจุดปล่อยน้ำอยู่ 10-15 จุดซึ่งในจุดปล่อยน้ำนี้สามารถที่จะเปิดเป็นก๊อกน้ำเข้าพื้นที่นาได้เลยโดยก๊อกน้ำที่เกิดขึ้นนี้ไปจากแนวท่อเรียกว่าท่อ SDPE ท่อตัวนี้เราฝังอยู่ใต้ดินเพราะมันอยู่ในส่วนของหลังท่อชาวบ้านก็เพาะปลูกได้ปกติหลังจากที่เราก่อสร้างแล้วเสร็จจะเห็นว่าการใช้น้ำมีความสำคัญในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำซึ่งตัวนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำซึ่งก็เป็นเหตุผลให้เราทำการจัดตั้งกลุ่มในส่วนของตัวระบบกระจายน้ำของเราที่ก่อสร้างแล้วทั้ง 3 จุดซึ่งใน1จุดก็จะกระจายน้ำไป1 กิโลครึ่งก็จะได้ 3-500ไร่ชาวบ้านที่มีส่วนได้เสียในพื้นที่ที่มีแนวท่อผ่านเราก็จะเชิญเข้ามาประชุมแล้วก็จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำกัน"








