วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น. เป็นต้นมา เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบกระจายหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาสรายงานเบื้องต้นถึงเหตุระเบิด เพลิงไหม้ เผายางรถยนต์ และการก่อเหตุต่อสถานที่ราชการหลายจุด ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเร่งเข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมได้ มีจุดเกิดเหตุสำคัญอย่างน้อย 11 จุด ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย
1.พื้นที่บ้านบูเก๊ะบือเร๊าะ และองค์การบริหารส่วนตำบลบองอ อำเภอระแงะ
2.เส้นทางรอยต่อ ตำบลมะรือโบตก–ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ โดยมีรายงานเหตุระเบิดบริเวณรอยต่อบ้านกำปงปาเร๊ะ หมู่ 8 ตำบลมะรือโบตก กับบ้านกูจิงลือปะ หมู่ 4 ตำบลเฉลิม เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
3.พื้นที่บ้านสกูปา อำเภอศรีสาคร
4.พื้นที่บ้านทำเนียบ อำเภอเมืองนราธิวาส
5.บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ
6.เส้นทางบายพาสมุ่งหน้าสนามบินนราธิวาส มีการเผายางรถยนต์
7.บริเวณทุ่งคา ฝั่งเส้นทางเข้าเมืองนราธิวาส มีการเผายางรถยนต์
8.พื้นที่อำเภอศรีสาคร บริเวณไอร์ตืองอ ก่อนถึงสามแยกสกูปา ระเบิดเสาไฟฟ้า
9.องค์การบริหารส่วนตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ มีรายงานเหตุวางเพลิง
10.บริเวณศาลาที่พักริมถนน หน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดนราธิวาส สาขาอำเภอสุไหงโก-ลก บ้านกวาลอซีรา ต.ปาเสมัส บนเส้นทางสุไหงโก-ลก–มูโนะ ซึ่งเบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
11.เผาศาลาริมทาง ถนนหมายเลข 42 บ้านกูบู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ
ด้านอำเภอสุไหงโก-ลกได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเหตุระเบิดหน้าสำนักงานขนส่งฯ โดยปิดเส้นทางเข้า–ออกเมืองและพื้นที่รอยต่อเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คัดกรองบุคคลและยานพาหนะ รวมถึงป้องกันการก่อเหตุซ้ำ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนอยู่ภายในบ้านพักและงดเดินทางโดยไม่จำเป็น
ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 22.15 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จนถึงเวลา 06.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับการควบคุมสถานการณ์ หลังมีเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายพื้นที่
ขณะเดียวกัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นเขตควบคุม ไม่เข้าใกล้หรือเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งไม่เผยแพร่ภาพ คลิป หรือตำแหน่งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ เพราะอาจกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยและการติดตามผู้ก่อเหตุ
หากพบความผิดปกติ บุคคล ยานพาหนะ หรือวัตถุต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ผ่าน สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 หรือ 191 โดยสถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมรายละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด








