วันที่ 21 สิงหาคม 2569 สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลง โดยเฉพาะจุดวัดน้ำสำคัญ ขณะที่มวลน้ำก้อนใหญ่ได้เคลื่อนผ่านตัวเมืองน่านเข้าสู่พื้นที่อำเภอเวียงสา ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกหนักหรือปัจจัยเปลี่ยนแปลง คาดว่าสถานการณ์ในพื้นที่เวียงสาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2–3 วัน ก่อนมวลน้ำจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ต่อไป
โดยเช้าวันนี้ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน พ้นจุดวิกฤติ ระดับน้ำจุดวัด N.64 บ้านผาขวาง และ N.1 สะพานพัฒนาภาคเหนือ ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำที่ N.1 ต่ำกว่าแนวพนังกั้นน้ำประมาณ 8.5 เมตร อย่างไรก็ตาม จังหวัดยังคงติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะความเสี่ยงฝนตกหนักซ้ำและดินโคลนถล่ม เนื่องจากหลายพื้นที่มีดินอุ้มน้ำสูงแล้ว และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย โดยทาง มูลนิธิเพชรเกษม พบผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่งราย ลอยติดเหนือเหนือสะพานสบยาว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ไม่พบเอกสารใดๆติดตัว กำลังประกาศตามหาญาติ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
ขณะที่ อำเภอปัวและท่าวังผา เริ่มนำเครื่องจักรเข้าทำความสะอาดบ้านเรือนและถนนแล้ว ส่วนพื้นที่เมืองน่าน ภูเพียง และเวียงสา ยังคงจัดส่งอาหารให้ประชาชนครบ 3 มื้อ ขณะที่ระบบไฟฟ้าซึ่งเคยได้รับผลกระทบราว 50,000 หลังคาเรือน สามารถกู้คืนได้เกือบทั้งหมด เหลือประมาณ 4,000 กว่าหลังคาเรือนที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ
ขณะที่เขตเทศบาลเมืองน่าน น้ำลดลง แต่ยังคงท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมน้ำน่าน กว่า 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะที่ถนนข้าหลวง น้ำยังท่วมขังตลาดสด โรงเรียนสตรีศรีน่าน โรงเรียนบ้านดอนศรีเสริม และชุมชนริมน้ำอีกหลายชุมชน ซึ่งทาง เทศบาลเมืองน่านยังเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 เครื่องบริเวณคลองเจ้าฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะน้ำที่ผุดจากระบบท่อระบายน้ำและพื้นที่ซึ่งยังไม่มีแนวพนังกั้นน้ำ
และเมื่อ เวลา 08.30 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นำเจ้าหน้าที่ รถน้ำจากกรมชลประทาน และกำลังทหาร เข้าร่วมทำความสะอาดและล้างถนนสุมนเทวราช เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่หลังน้ำลด
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า หลังระดับน้ำลดลง จะเร่งเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่และเยียวยาประชาชนให้เร็วที่สุด พร้อมเร่งวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมในอนาคต โดยการแก้ปัญหาจะต้องดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาวควบคู่กัน
แม้สถานการณ์น้ำจะดีขึ้น แต่จังหวัดยังเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เชียงกลาง และ อ.ทุ่งช้าง ให้เฝ้าระวังดินสไลด์และดินโคลนถล่ม หลังพบฝนสะสมในช่วง 12 ชั่วโมงที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ สูงถึง 103 มิลลิเมตร รวมถึงติดตามฝนระลอกใหม่อย่างใกล้ชิด
สำหรับเส้นทางสายหลักที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางหลวงหมายเลข 101 และเส้นทางในพื้นที่เสี่ยง ยังคงต้องเฝ้าระวังดินทรุดและดินสไลด์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดกลับมาให้บริการได้ตามปกติ และหน่วยงานสาธารณสุขเตือนประชาชนให้ระวัง โรคฉี่หนู หลังน้ำลด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัมผัสน้ำหรือโคลนจากพื้นที่น้ำท่วม สถานการณ์จึงอยู่ในช่วง “น้ำลด–เร่งฟื้นฟู” แต่ยังไม่ใช่เวลาที่จะวางใจ จังหวัดน่านยังคงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดฝนตกหนักซ้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ปลายน้ำได้อีกครั้ง








