KPI Poll ชี้ ประชาชนกว่า 50% จี้องค์กรอิสระเปิดแจงเหตุผล-คดี กกต. โจทย์หินสอบตกด้านความเป็นอิสระ
วันที่ 21 ส.ค.69 สถาบันพระปกเกล้า เผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 34 สะท้อนเสียงประชาชนต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พบคนไทยกว่าครึ่งอยากเห็นความโปร่งใส ชี้ 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ครองแชมป์ความเชื่อมั่นสูงสุด ขณะที่ 'กกต.' เจองานยาก ประชาชนเกิน 50% มองยังขาดความเป็นอิสระทางการเมือง
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน KPI Poll ครั้งที่ 34 หัวข้อ "ความเชื่อมั่นต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญและมุมมองต่อการทำหน้าที่ของ กกต." ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7–10 สิงหาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยเน้นย้ำหลักความเป็นกลาง นำเสนอข้อเท็จจริง และมุ่งฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ผลการสำรวจประเด็นข้อมูลที่ประชาชนต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเปิดเผยมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 (32.8%) ต้องการทราบความคืบหน้าของคดีและเรื่องร้องเรียนต่างๆ อันดับ 2 (18.2%) ต้องการทราบเหตุผลประกอบคำวินิจฉัยหรือผลการพิจารณา
อันดับอื่นๆ การใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง (15.3%), หลักเกณฑ์การพิจารณา (11.2%), ช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย (7.2%), ผลงานเชิงรูปธรรม (5.2%), มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน (4.7%) และระยะเวลาขั้นตอนทำงาน (3.9%)
ข้อสังเกตสำคัญคือ เมื่อนำสองอันดับแรกมารวมกัน พบว่าประชาชนสูงถึง 51.0% ไม่ได้ต้องการรู้เพียงแค่ "ผลตัดสิน" แต่ต้องการติดตามความคืบหน้าและเข้าใจ "ตรรกะเหตุผล" ในการตัดสินใจขององค์กรอิสระ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ในมิติความเชื่อมั่นต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ผลสำรวจระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดที่ 31.3%คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) 13.2% คณะกรรมการ ป.ป.ช. 10.9% คตง. / สตง. 6.6% ผู้ตรวจการแผ่นดิน 6.5% คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับความเชื่อมั่นน้อยที่สุดที่ 3.8%
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ตอบ "ไม่แน่ใจ / ไม่มีความเห็น" มีสัดส่วนสูงถึง 27.7% ซึ่งใกล้เคียงกับอันดับหนึ่ง สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของประชาชนยังไม่ได้กระจุกตัวที่องค์กรใดอย่างเด็ดขาด และยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องเร่งสร้างผลงานและความเข้าใจ
เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดในพื้นที่ภาคเหนือ (44.8%), ภาคใต้ (37.5%) และภาคตะวันออก (29.6%) ขณะที่คนกรุงเทพฯ เชื่อมั่นใน คตง./สตง. มากที่สุด (28.9%) ด้านภาคอีสาน (38.4%) และภาคกลาง (33.5%) สัดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม "ไม่แน่ใจ"
สำหรับการประเมินการทำงานของ กกต. ใน 6 ด้าน พบสภาวะย้อนศรอย่างชัดเจน โดยด้านที่ได้รับประเมินเชิงบวก (ระดับมาก–มากที่สุด) สูงสุด คือ ประสิทธิภาพและความเชี่ยวชาญในการจัดการเลือกตั้ง (23.7%)
ทว่าในมุมมองเชิงลบ (ระดับน้อย–น้อยที่สุด) ประชาชนส่วนใหญ่กลับประเมิน กกต. ในระดับต่ำถึง 5 จาก 6 ด้าน โดยประเด็นที่น่าห่วงที่สุด ได้แก่ ความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง สูงถึง 51.9% ประเมินว่ามีน้อยถึงน้อยที่สุด ความเป็นกลางและเป็นธรรมในการวินิจฉัยคดีเลือกตั้ง 50.8% ประเมินว่ามีน้อยถึงน้อยที่สุด ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 48.1% ประเมินว่ามีน้อยถึงน้อยที่สุด
บทสรุปเชิงนโยบาย ผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 34 สะท้อนชัดเจนว่า การสร้าง "ความเชื่อมั่น" ขององค์กรอิสระ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้น แต่หัวใจสำคัญคือ "กระบวนการที่มองเห็นได้" ประชาชนต้องการเห็นความอิสระ เป็นธรรม และมีมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะ กกต. ที่ต้องเร่งปรับตัวจากการสื่อสารทางเดียว มาเป็นการสื่อสารแบบสองทาง เปิดเผยหลักเกณฑ์คำวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นจากประชาชนในระยะยาว
#KPIPoll #สถาบันพระปกเกล้า #องค์กรตามรัฐธรรมนูญ #ศาลรัฐธรรมนูญ #กกต #ข่าวการเมือง #ผลสำรวจ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








