ตำรวจบ้านค่ายสกัดรถฟอร์จูนเนอร์ขับโดยชายชาวจีน ต่อพ่วงกระบะดัดแปลงขนแรงงานเมียนมา 34 คน ตรวจพบเอกสารถูกต้องทั้งหมด แต่คนขับถูกดำเนินคดีใช้รถผิดประเภทและลากจูงโดยไม่ได้รับอนุญาต
วันที่ 19 ส.ค.69 พ.ต.อ.ปราโมทย์ คงคาลัย ผกก.สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.เสน่ห์ ศรีตรัย สว.จร.สภ.บ้านค่าย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บ้านค่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบรถลักษณะผิดปกติวิ่งอยู่บนถนนหมายเลข 3143 มุ่งหน้าแยกคลองช้างตาย พื้นที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
ชาวบ้านแจ้งว่า รถคันดังกล่าวเป็น โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มีชายชาวจีนเป็นคนขับ แต่ด้านท้ายกลับต่อพ่วงกระบะขนาดใหญ่สำหรับบรรทุกคน โดยมีแรงงานชาวเมียนมาทั้งชายและหญิงนั่งโดยสารกันมาเป็นจำนวนมาก ลักษณะการขับขี่สร้างความหวาดเสียวและกีดขวางการจราจร โดยเฉพาะช่วงที่มีรถใช้เส้นทางจำนวนมาก เกรงว่าหากเกิดเบรกกะทันหันหรือรถเสียหลัก อาจเกิดอันตรายกับคนจำนวนมาก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บ้านค่าย ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเส้นทางดังกล่าว พบรถคันที่ได้รับแจ้งพอดี จึงเรียกให้หยุดตรวจทันที เมื่อเปิดตรวจพบชายชาวจีน อายุประมาณ 30 ปีเศษ เป็นผู้ขับขี่ ส่วนบริเวณพ่วงท้ายพบแรงงานชาวเมียนมา 34 คน ทั้งชายและหญิง นั่งเบียดเสียดกันเต็มพื้นที่
จากการตรวจสอบพบว่า รถคันดังกล่าวใช้รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์เป็นรถลากจูงพ่วงท้าย ซึ่งพ่วงดังกล่าวมีลักษณะต่อเติมขึ้นมาเพื่อบรรทุกคน และนำมาใช้ผิดไปจากประเภทการใช้งานที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมรถไว้ตรวจสอบ พร้อมตรวจเอกสารของผู้ขับขี่และแรงงานทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภายหลังพบว่าแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 34 คน เป็นคนงานที่มีเอกสารประจำตัวและเอกสารการทำงานถูกต้องครบถ้วน จึงไม่พบความผิดในส่วนของแรงงาน และไม่มีการดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองหรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด
เบื้องต้นทราบว่า แรงงานทั้งหมดเป็นคนงานของกลุ่มทุนจีนที่เข้ามารับเหมางานก่อสร้างโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยรถคันดังกล่าวกำลังนำแรงงานเดินทางเข้าไปยังไซด์งานก่อสร้าง
ส่วนชายชาวจีนผู้ขับรถ เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่ 1.ลากจูงรถโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 2.ใช้รถผิดประเภท โดยกำหนดค่าปรับ ข้อหาละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนที่พบเห็น เพราะต้องนำรถฟอร์จูนเนอร์มาต่อพ่วงบรรทุกคนจำนวนมาก เปรียบเสมือน “ขบวนคนบนพ่วงที่พร้อมเสียหลักได้ทุกเมื่อ” หากเกิดเหตุฉุกเฉินบนถนนขึ้นมา อาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น จึงฝากเตือนผู้ขับขี่และผู้ประกอบการให้ใช้รถให้ถูกประเภทและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน








