เจ้าหน้าที่บุกตรวจไซต์ก่อสร้าง พบแรงงานจีนกำลังทำงาน ก่อนแตกตื่นวิ่งหนีคนละทิศ สุดท้ายถูกติดตามควบคุมตัวครบ 18 ราย ส่ง สภ.บ้านฉางดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง (ศปชก.ภ.จว.ระยอง) พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.ท.ภูวนาถ ภูถี่ถ้วน รอง ผกก.ฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปชก.ภ.จว.ระยอง ร่วมกันเปิดปฏิบัติการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวภายในไซต์งานก่อสร้างโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ บ้านฉาง จ.ระยอง
กำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณด้านในพื้นที่ก่อสร้างโครงการดาต้าเซ็นเตอร์บ้านฉาง ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยระหว่างเข้าตรวจสอบพบกลุ่มแรงงานชายชาวจีนอยู่ภายในพื้นที่และมีพฤติการณ์กำลังปฏิบัติงานก่อสร้าง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว รวมถึงใบอนุญาตทำงานตามกฎหมาย
แต่ทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ กลุ่มแรงงานต่างด้าวทั้งชาวจีนและเมียนมาต่างเกิดอาการตกใจ ก่อนพากันวิ่งหลบหนีคนละทิศละทาง คล้ายรู้ตัวว่าถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ทำให้ชุดปฏิบัติการต้องกระจายกำลังติดตามไล่ควบคุมตัว จนสามารถจับกุมแรงงานชายชาวจีนไว้ได้จำนวน 18 ราย
จากการตรวจสอบเอกสารและสถานะการทำงานอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบใบอนุญาตทำงานของแรงงานทั้ง 18 ราย และพบว่าทั้งหมดเป็นบุคคลสัญชาติจีน ซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานก่อสร้างภายในไซต์งาน โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 18 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการ “เช็กบิลกลางไซต์” ของ ศปชก.ภ.จว.ระยอง ที่เดินหน้ากวาดล้างและตรวจสอบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไซต์งานก่อสร้างและสถานประกอบการที่มีการใช้แรงงานต่างชาติ เพื่อสกัดการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ตรวจสอบนายจ้างและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงควบคุมการจ้างแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 18 รายจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนขั้นตอนเกี่ยวกับการอยู่ในราชอาณาจักรและการผลักดันกลับประเทศ จะเป็นไปตามการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข่าวภูมิภาค








