เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ดร.สัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค 7 ลงพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อรับฟังสถานการณ์ด้านการศึกษา ติดตามการดำเนินงานด้านความปลอดภัย และสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ โดยลงพื้นที่ติดตามงานจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเบตง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 โรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) และวิทยาลัยการอาชีพเบตง
ดร.สัมนาการณ์ กล่าวว่า ความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยสถานศึกษาจะต้องเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนได้อย่างมั่นใจ ขณะที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย จึงจำเป็นต้องยกระดับระบบป้องกัน เฝ้าระวัง และบริหารจัดการความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ ความมั่นคง สุขภาพจิต การสื่อสาร และกฎหมาย
สำหรับแนวทาง “5 มิติ ยกระดับความปลอดภัยสถานศึกษา” ประกอบด้วย
มิติที่ 1 คัดกรองและรักษาความปลอดภัย มุ่งตรวจสอบบุคคลและสิ่งของอย่างเหมาะสม พร้อมนำรูปแบบการรักษาความปลอดภัยมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมถึงเตรียมความพร้อมและฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างเป็นระบบ
มิติที่ 2 ประสานงานด้านความมั่นคง เน้นการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง การสืบสวนและประเมินภัยคุกคาม การดูแลนักเรียนและครูโดยตรง ตลอดจนจัดระบบสื่อสารภายในสถานศึกษาให้สามารถแจ้งเหตุและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
มิติที่ 3 ประเมินภัยคุกคามและดูแลสุขภาพจิต ให้ความสำคัญกับการคัดกรองและดูแลสุขภาพจิตของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยทีมสหวิชาชีพ พร้อมสร้างระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกถึงความปลอดภัย เสรีภาพ และความมั่นคงทางจิตใจ
มิติที่ 4 สื่อสารและป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ เป็นอีกประเด็นที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยยึดหลัก “หยุดแชร์ – แจ้งทันที” เมื่อพบข้อมูล ข่าวสาร หรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง ไม่ส่งต่อหรือเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นการข่มขู่หรือสร้างความตื่นตระหนก พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
มิติที่ 5 พัฒนาโครงสร้างกฎหมายระยะยาว มุ่งผลักดันการพัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสถานศึกษาให้มีความทันสมัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ดร.สัมนาการณ์ เน้นย้ำว่า การสร้างสถานศึกษาปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่ของสถานศึกษาเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีบริบทเฉพาะ จึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจริงในพื้นที่เป็นฐานในการกำหนดมาตรการและแนวทางป้องกันที่เหมาะสม
“หยุดแชร์ – แจ้งทันที” จึงเป็นหลักสำคัญในการรับมือกับข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อความปลอดภัย เพราะการไม่ส่งต่อข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนก และการแจ้งผู้รับผิดชอบอย่างรวดเร็ว จะช่วยลดการขยายผลของเหตุการณ์ และเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที
การลงพื้นที่อำเภอเบตงในครั้งนี้ นอกจากเป็นการติดตามและขับเคลื่อนนโยบายด้านความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ของ ศธภ.7 ที่จะร่วมกับทุกภาคส่วน “ร่วมสร้างสถานศึกษาที่ปลอดภัย เพื่ออนาคตของชาติ” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน








