ชาวบ้านชากหมากร้องสื่อ ซื้อสิทธิ์ที่ดินทำกินในโครงการ “นิวแลนด์มาร์ค” หวังสร้างบ้านเป็นที่อยู่อาศัย แต่กลับไม่มีไฟฟ้า-น้ำประปาตามที่คาดหวัง บางรายต้องลากสายไฟต่อจากเพื่อนบ้าน ขณะที่บางรายลงทุนซื้อเครื่องปั่นไฟใช้เอง เผยปัญหายืดเยื้อถึงขั้นมีข้อพิพาทในชั้นศาล ด้านเจ้าของโครงการแจงคนอื่นเป็นผู้ริเริ่ม ก่อนเข้ามาดูแลต่อหลังชนะคดี ขณะที่ มาร์ค พิทบูล รับเรื่องประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือภายใน 3 เดือน
เมื่อวันที่ 17 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณโครงการนิวแลนด์มาร์ค หมู่ 2 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาสาธารณูปโภค โดยเฉพาะไฟฟ้าและน้ำประปา ภายหลังชาวบ้านซื้อสิทธิ์ที่ดินแบ่งเป็นแปลง หวังนำมาปลูกบ้านและใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่บางรายยังไม่สามารถขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าและระบบน้ำประปาได้ตามที่ต้องการ
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายเอ็ด ชาวบ้านซึ่งซื้อสิทธิ์ที่ดินในโครงการดังกล่าว โดยนายเอ็ดเปิดเผยว่า ที่ดินเดิมเป็นของนายศักดิ์ชัย เป็นเอกสาร ภบท.5 และมีการเสียภาษีให้ท้องถิ่น ต่อมามีนายทุนเข้ามาซื้อที่ดินและนำมาแบ่งจัดสรรขายสิทธิ์ทำกิน โดยใช้ชื่อโครงการนิวแลนด์มาร์ค มีชาวบ้านทยอยเข้าซื้อสิทธิ์และนำมาปลูกบ้านพักอาศัย
นายเอ็ด กล่าวว่า ก่อนการซื้อขายมีการแจ้งเกี่ยวกับการโอนสิทธิ์ทำกิน รวมถึงน้ำประปา ไฟฟ้า และสาธารณูปโภคภายในโครงการ ทำให้ชาวบ้านตัดสินใจซื้อ บางรายซื้อด้วยเงินสด ขณะที่บางรายผ่อนชำระกับโครงการ แต่เมื่อไม่สามารถผ่อนต่อได้ มีกรณีที่เจ้าหน้าที่ของโครงการ ซึ่งชาวบ้านระบุว่าเป็นบุคคลที่ทำงานให้กับเจ้าของโครงการ เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยชาวบ้านบางรายอ้างว่าไม่ได้รับเงินคืนและไม่สามารถรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปได้ ก่อนที่บ้านและที่ดินจะถูกนำไปขายต่อ
นายเอ็ด กล่าวต่อว่า ยังมีกรณีชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเคยทำงานบริษัทและเกษียณอายุ มีเงินเก็บประมาณ 200,000 บาท นำมาซื้อสิทธิ์ที่ดินเพื่อสร้างบ้านหวังใช้ชีวิตกับครอบครัวในช่วงบั้นปลาย แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถผ่อนชำระต่อได้ จึงถูกยึดที่ดินและมีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง จนต้องย้ายออกไปพักบริเวณข้างสนามกอล์ฟ และเก็บของเก่าขายเพื่อประทังชีวิต
ส่วนปัญหาสาธารณูปโภค นายเอ็ดระบุว่า ชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถขอติดตั้งน้ำประปาและไฟฟ้าได้ ต้องใช้วิธีลากสายไฟและต่อท่อน้ำจากบ้านใกล้เคียงเป็นทอดๆ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ ขณะที่บางรายต้องซื้อเครื่องปั่นไฟมาใช้เอง ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นเวลานาน และมีการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาล
ด้านนางแหม่ม เจ้าของโครงการ ชี้แจงว่า เดิมตนเองไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มโครงการ แต่ผู้ที่ดำเนินการโครงการในช่วงแรกได้กู้ยืมเงินเพื่อนำไปลงทุน ก่อนที่โครงการจะไม่สามารถดำเนินการต่อและเกิดข้อพิพาททางคดีในชั้นศาล โดยตนเองเป็นฝ่ายชนะคดีและเข้ามาดูแลโครงการต่อ
นางแหม่ม กล่าวว่า ในช่วงแรกได้ประสานสำนักงานประปาภูมิภาคและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาบ้านฉาง ให้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน จนชาวบ้านกลุ่มแรกที่เข้ามาอยู่อาศัยสามารถมีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ส่วนชาวบ้านที่เข้ามาภายหลังบางรายไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้ เนื่องจากไม่ได้มีการผ่อนชำระกับโครงการ แต่ยังปลูกสร้างและพักอาศัยอยู่จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ทางโครงการไม่ได้เข้าไปเรียกร้องหรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถมีที่อยู่อาศัยต่อไป
ขณะเดียวกัน นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล” หัวหน้าพรรคศรัทธา ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านกรณีไม่มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่เข้าร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดระยอง โดยสำนักงาน ป.ป.ช.ระยองได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขและช่วยเหลือชาวบ้าน โดยมีกรอบดำเนินการภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขเรื่องไฟฟ้า น้ำประปา และสาธารณูปโภคในพื้นที่ ขณะที่ข้อกล่าวอ้างของแต่ละฝ่ายยังเป็นข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเอกสารสิทธิ์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป.








