กำนันบ้านฉางติดตามหลักหมุดแนวเขตที่ดิน หลังรับปากขุดหาแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านห่วงกระทบคลองสาธารณะและระบบระบายน้ำโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมขอรัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
วันที่ 17 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีการลงทุนมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท โดยชาวบ้านยังคงตั้งข้อสังเกตและขอให้ตรวจสอบโครงการในทุกมิติ ทั้งเรื่องแนวเขตที่ดิน การใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ ระบบระบายน้ำ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่โครงการยังคงเดินหน้าก่อสร้างตามปกติ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.บุญเรือน แย้มกลีบ ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง พร้อมด้วย นายนิรันดร์ ปรัชญกุล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง น.ส.ศิริวรรณ คามาปาน เจ้าพนักงานที่ดินสาขาบ้านฉาง นายชายภัทร ทัดมาลี เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง นายอุทัย เสาร์มั่น กำนันตำบลบ้านฉาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโครงการ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน โดยมีผู้บริหารและพนักงานสนามกอล์ฟเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ชาวบ้านยังค้างคาใจ คือเรื่อง หลักหมุดแนวเขตที่ดิน หลังสนามกอล์ฟรับปากกับผู้นำชุมชนว่าจะนำรถแบ็กโฮหรือรถแมคโครเข้าขุดค้นหาหลักหมุดที่อ้างว่ามีอยู่ในพื้นที่ เพื่อนำมาให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินตรวจสอบแนวเขตให้เกิดความชัดเจน แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว กลับยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้กำนันตำบลบ้านฉางต้องออกมาติดตามทวงถามอีกครั้ง
นายอุทัย เสาร์มั่น กำนันตำบลบ้านฉาง เปิดเผยว่า ยังคงเดินหน้าตรวจสอบโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ให้ครบทุกมิติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่มีการร้องเรียนว่าการก่อสร้างอาจเกี่ยวข้องกับแนวเขตทางสาธารณะและคลองสาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบตามข้อเท็จจริง
กำนันตำบลบ้านฉาง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของพื้นที่สนามกอล์ฟเดิมอ้างว่ามีหลักหมุดแสดงแนวเขตอย่างชัดเจน เพียงแต่อาจถูกดินฝังกลบไป จึงรับปากว่าจะนำรถแมคโครเข้าขุดค้นหา เพื่อนำหลักหมุดมาแสดงและให้เจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบ แต่จนถึงขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเร่งติดตามและดำเนินการให้เกิดความชัดเจน
นายอุทัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ชาวบ้านกังวลไม่ได้มีเพียงเรื่องแนวเขตที่ดิน แต่ยังเกี่ยวข้องกับคลองสาธารณะและทิศทางการระบายน้ำ หากมีการถมดินหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่จนทำให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนทิศทาง อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งมีพื้นที่รับน้ำจากบริเวณเขาห้วยมะหาด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อนที่จะเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากหรือกระทบพื้นที่ชุมชน
“ถ้ายังไม่มีการดำเนินการที่ชัดเจน ชาวบ้านก็จะต้องยกระดับการร้องเรียนต่อไป ทั้งทำหนังสือถึง ป.ป.ช.ระยอง ป.ป.ช.ส่วนกลาง รวมถึงศาลปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายอุทัย กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการซึ่งมีแรงงานจำนวนมาก รวมถึงแรงงานต่างด้าว จึงต้องจับตาเรื่องมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะการมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ หรือ จป.วิชาชีพ ตามประเภทและขนาดของกิจการที่กฎหมายกำหนด เพื่อดูแล ควบคุม และป้องกันอุบัติเหตุ ตลอดจนโรคจากการทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
ขณะที่หลักหมุดแนวเขตที่ดิน หากพบว่าสูญหาย ชำรุด หรือสงสัยว่าถูกเคลื่อนย้าย ไม่ควรดำเนินการขุด ย้าย หรือปักหลักหมุดใหม่ด้วยตนเอง แต่ต้องแจ้งสำนักงานที่ดินเพื่อดำเนินการรังวัดสอบเขตตามขั้นตอน เนื่องจากหลักหมุดเป็นเครื่องหมายแสดงแนวเขตและเป็นหลักฐานทางราชการ การทำลาย ดัดแปลง เคลื่อนย้าย หรือถอดถอนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ประเด็นต่างๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ชาวบ้านยังคงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้านอย่างโปร่งใส ก่อนที่โครงการจะเดินหน้าก่อสร้างไปมากกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อชุมชนในระยะยาว








