ลูกศิษย์ "หลวงตาอดุล" จำเป็นต้องจัดเวลารับกิจนิมนต์แล้วเพื่อความปลอดภัยของเจ้าอาวาส หลังมีกลุ่มไม่หวังดีเข้าพบและจี้คำถามจนเกิดภาวะเครียดทั้งยังถูกถ่ายภาพและไลฟ์สด ส่วนการพัฒนาวัดให้เสร็จขั้นตอนทางศาลและโอนที่ดินเป็นชื่อวัดก่อน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า " รู้สึกสงสารท่านจับใจกลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากฟอกไตแล้ว คนนั้นก็โทรมาถามข่าวคนนี้ก็โทรมาถามข่าวหลวงพ่อกดดันมากค่ะวันนี้น่าเห็นใจท่านมาก" ซึ่งในคลิปมีชายสามคนกำลังปลอบเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่งเจ้าอาวาสกำลังร้องไห้อยู่ และมีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นว่า แกกำลังกดดัน โดนกดดันทุกทาง ต่อด้วยเสียงผู้หญิงอีกคน พูดว่าหลวงพ่อขอโทษนะคะ
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบกับ นายธนากร บุญนคร หรือนัท ลูกศิษย์ใกล้ชิดที่คอยดูแลพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า การเข้ารับการรักษาตัวด่วนที่ รพ.เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมานั้น เกิดจากการที่หลวงพ่อกลับจากฟอกไต มานั่งพักในกุฏิ ก็มีกลุ่มคนที่เป็นผู้ชายอายุประมาณ 60-70 ปี เข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อเหมือนญาติโยมทั่วไป พอกราบหลวงพ่อเสร็จ ชายในกลุ่มดังกล่าวก็เอ่ยตำหนิหลวงพ่อในเรื่องที่กำแพงวัดเป็นรู แล้วก็พูดซ้ำๆหลายรอบ จี้ถามๆหลายรอบ ช่วงระหว่างที่ชายรายดังกล่าว ถามซ้ำๆจี้หลวงพ่อซ้ำๆตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แล้วชายรายดังกล่าว ก็หันมาบอกให้ตนไปตามมรรคนายก ไปตามพระที่รู้เรื่องเกี่ยวกับวัดมา
"คนกลุ่มนี้มากัน 3 คน มาจัดแจงนั่นนี่ โดยไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นใคร และตนก็ไม่อยากเอ่ยถึงคนกลุ่มนี้เช่นกัน พอหลวงพ่อถูกชายกลุ่มนี้จี้ถามเรื่องกำแพงวัดเป็นรูและเรื่องวัดรกและพูดโจมตีซ้ำๆจนหลวงพ่อก็เครียด เพราะหลวงพ่อเหนื่อยมาจากการฟอกไต 4 ชม.ด้วย ทำให้หลวงพ่อเครียดจนออกซิเจนต่ำ ต้องไปโรงพยาบาล และหลังจากหลวงพ่อออกจากโรงพยาบาล หลวงพ่อได้พูดว่า ถ้าหากใครอยากให้วัดพัฒนา ก็ให้แล้วเสร็จในส่วนของขั้นตอนทางศาลไปก่อน ให้ผ่านการโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัดก่อนแล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาวัดเอง อย่ามาพูดมาสั่งอย่ามาหวังดีเลย ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้หวังดีและอยากพัฒนาวัดเยอะมาก ซึ่งหลวงพ่อก็ยืนยันว่าให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน และศาลฏีกาตัดสินที่ดินเป็นของวัด และโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัด แล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาเอง และหลวงพ่อก็ไม่ได้มองว่าเขาประสงค์ร้าย เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะประสงค์ดี"
นายธนากร กล่าวต่ออีกว่าหลวงพ่อเคยบอกไว้ว่า หลวงพ่ออยู่ในที่สว่าง เขาอยู่ในที่มืด หลวงพ่อไม่รู้ว่าใครหวังดีหรือไม่หวังดี ไม่มีใครรู้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในกุฏิหลวงพ่อแบบเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางวัดก็จะเริ่มคัดกรองคนที่จะเข้าพบกราบไหว้หลวงพ่อ และจะกำหนดเวลาในการให้หลวงพ่อรับกิจนิมนต์ โดยจะเปิดประตูกุฏิเป็นเวลา รวมถึงอาจจะต้องสอบถามว่าเป็นใครมาจากไหนบ้าง และจะมีคนตามเข้าไปในขณะที่เข้าพบหลวงพ่อด้วย เพื่อป้องกันการถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมและลูกศิษย์จะเป็นฝ่ายถ่ายภาพให้ รวมถึงการถามใช้คำพูดที่ไม่ดี และไม่อยากให้ถามเรื่องคดี เพราะถ้าใครอยากรู้ก็ให้ไปถามทนายจะดีกว่า เกรงหลวงพ่อจะเครียดอีก








