เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ยันโฉนดที่ดินกว่า 21 ไร่ถูกนำมาถวายวัดต่อหน้าชาวบ้าน มีภาพและสำเนาเอกสารเป็นหลักฐาน พร้อมระบุผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิมทำสัญญายกที่ดินเพื่อสร้างวัด ขณะที่ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย หลังเคยมีการฟ้องร้องตั้งแต่ปี 2547
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ส.ค.69 ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถ.กัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยว่า ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินกว่า 21 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดนั้นที่ดินดังกล่าวไม่ได้มีเพียงการนำโฉนดมาให้วัดรับทราบหรือใช้ประกอบการขออนุญาตสร้างวัดเท่านั้น แต่เป็นการนำโฉนดมาถวายวัดต่อหน้าชาวบ้าน และมีการบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน โดยขณะที่นายเฮียงยังมีชีวิตอยู่ ได้เป็นผู้นำโฉนดที่ดินมาถวายแด่พระที่วัด โดยมีชาวบ้านร่วมรับรู้เหตุการณ์ และมีการถ่ายสำเนาโฉนดแจกให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน โดยพระแสงพงษ์เป็นผู้ถ่ายภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ ภายหลังนายเฮียงและนายเคนยังได้เดินทางไปทำสัญญายกที่ดินเพื่อสร้างวัดที่อำเภอเมืองขอนแก่น โดยเอกสารสัญญาดังกล่าวยังคงมีอยู่
"ส่วนกรณีข้อกล่าวอ้างว่ามีการนำโฉนดไปถ่ายเอกสารเพื่อแบ่งขาย ซึ่ง การขายหรือแบ่งแยกที่ดินจะต้องดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน และในขณะนั้นกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นชื่อของนายเฮียง ไม่ใช่ชื่อของเจ้าอาวาสหรือพระรูปใด จึงไม่สามารถนำที่ดินไปขายแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณป่าช้าและมีสำนักชีอยู่แล้ว การดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเพื่อสร้างวัดจึงมีรายละเอียดเรื่องการจัดทำแผนผังและเส้นทางเข้าออก โดยมีการจัดทำถนนเพื่อรองรับการออกโฉนด รวมถึงการพัฒนาพื้นที่วัดในเวลาต่อมา ส่วนข้อโต้แย้งจากทายาทนายเฮียงเกี่ยวกับเจตนาการให้ที่ดินนั้นที่ดินผืนนี้เคยมีการฟ้องร้องกันมาแล้วตั้งแต่ปี 2547 และในคดีดังกล่าวมีการกล่าวถึงเจตนาของนายเฮียงว่า ต้องการถวายที่ดินให้วัด"
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า เจตนาของนายเฮียง เป็นข้อเท็จจริงที่ควรนำมาพิจารณาประกอบกับเอกสารและพยานหลักฐานที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยารามยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย โดยฝ่ายวัดและทายาทต่างยืนยันสิทธิและเจตนาของเจ้าของที่ดินเดิมแตกต่างกัน








