ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ส่งหมายเรียก "ป้าดา" พร้อมพวกรวม 5 คน มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ยืนยันภาพวงจรปิดและพยานยืนยันว่า "ป้าดา" ปรากฏอยู่ในจุดเกิดเหตุ พร้อมเร่งสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมวางกำลังเข้มรอบวัดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เป็นตัวแทนข้าราชการตำรวจ นำเงินที่ข้าราชการตำรวจร่วมกันบริจาคจำนวน 3,457 บาท มอบแก่คณะกรรมการวัดป่าอดุลยาราม เพื่อให้ทางวัดนำไปจัดซื้อกล้องวงจรปิดติดตั้งบริเวณโดยรอบวัด รวมทั้งการติดตามการทำงานของเจ้าหนา้ที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ที่ยังคงวางกำลังเจ้าหน้าที่ภายในและภายนอกวัดเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าอาวาส คณะสงฆ์และญาติธรรมที่ยังคงมาประกอบศาสนากิจของสงฆ์ตามปกติ
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า การที่มีกลุ่มบุคคลมาทำการปิดทางเข้า-ออก วัดทุกจุดนั้นเป็นคดีใหม่ โดยทางวัดมีสิทธิครอบครองที่ดินอยู่แล้ว การที่บุคคลภายนอกเข้ามารบกวนสิทธิการครอบครองด้วยการนำท่อมาวางและเทปูนปิดทางเข้า–ออก จึงเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกในพื้นที่ที่วัดครอบครอง โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำไวยาวัจกรของวัดและเจ้าอาวาสไว้ในฐานะพยาน เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน
"จากการตรวจสอบพบยานพาหนะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด 4 คัน ประกอบด้วยรถตู้ 2 คัน รถปูน 1 คัน และรถกระบะที่ใช้ขนท่ออีก 1 คัน โดยรถตู้ทั้ง 2 คันตรวจสอบพบว่าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ โดยตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องกับรถตู้ทั้ง 2 รายให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยานก่อน ส่วนคนขับรถปูน ตำรวจทราบตัวและเชิญมาให้การแล้ว โดยคนขับให้การว่า ผู้จัดการร้านได้รับออเดอร์และสั่งให้เข้ามาทำงานบริเวณดังกล่าว ตัวคนขับเข้าใจว่าเป็นการนำปูนมาเทเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร จึงดำเนินการตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ตำรวจจะเชิญเจ้าของกิจการมาให้ปากคำเพิ่มเติมด้วย สำหรับรถกระบะที่ใช้ขนท่อ ตำรวจตรวจสอบข้อมูลแล้ว และผู้เกี่ยวข้องมีกำหนดเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงเย็นวันเดียวกัน
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกทั้งหมด 5 ฉบับ แบ่งเป็นหมายเรียกป้าดาในฐานะผู้ต้องหา 1 ฉบับ และหมายเรียกพยานอีก 4 ฉบับ ได้แก่ เจ้าของรถตู้ 2 ราย ผู้เกี่ยวข้องกับรถปูน 1 ราย และรถกระบะ 1 ราย โดยจะเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ในส่วนของป้าดา ตำรวจได้ส่งหมายเรียกไปยังกรุงเทพฯ ตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนภายใน 15 วัน สำหรับพยานหลักฐานสำคัญในคดี ภาพจากกล้องวงจรปิดพบป้าดาปรากฏอยู่ในจุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกันยังมีพยานยืนยันว่าเห็นป้าดาอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ส่วนรถตู้ทั้ง 2 คัน ตำรวจได้ประสานตำรวจนครบาลเพื่อตรวจสอบตัวบุคคลและจุดเชื่อมโยง ก่อนพิจารณาแนวทางดำเนินคดีต่อไป
"ความผิดฐานบุกรุกพิจารณาจากสิทธิการครอบครอง เมื่อบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนสิทธิของผู้ถือครองที่ดิน ย่อมเข้าข่ายความผิดในส่วนนี้ส่วนสาเหตุที่ข้าราชการตำรวจร่วมกันบริจาคเงินให้ทางวัดจัดซื้อกล้องวงจรปิดนั้น เป้นเพราะหลังลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์และตรวจดูกล้องวงจรปิด พบว่าภายในวัดมีกล้องติดตั้งอยู่เพียงบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส ขณะที่บริเวณรอบนอกรั้ววัดยังไม่มีกล้องวงจรปิด ข้าราชการตำรวจจึงเห็นถึงความจำเป็นและร่วมกันรวบรวมเงินมอบถวายเป็นสินน้ำใจ เพื่อให้ทางวัดนำไปติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบต่อไป"
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวต่อว่า ประเด็นร้องเรียนว่าวัดเป็นแหล่งมั่วสุม ตำรวจเคยเข้าตรวจปัสสาวะภายในวัดอย่างน้อย 3 รอบ ครอบคลุมบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในวัด เด็กวัด และพระสงฆ์ ผลการตรวจส่วนใหญ่ไม่พบสารเสพติด พบเพียงครั้งเดียวในเด็กวัด 1 ราย ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้สภาพภายในวัดค่อนข้างเสื่อมโทรมและกำแพงมีรู จึงเห็นว่าควรติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบวัด เพื่อช่วยเฝ้าระวังและตรวจสอบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ส่วนกรณีชายสวมเสื้อสีม่วงซึ่งกำลังเป็นประเด็นในสังคม ขณะนี้ยังไม่มีผู้เข้ามาแจ้งความ แต่ทราบว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป








