วันที่ 14 ส.ค.69 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองประชาชนต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. และ คตง./สตง.” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 33 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 7-10 ส.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. ท่านอยากให้ ป.ป.ช. และ สตง. ตรวจสอบงบประมาณด้านใดมากที่สุด? (สำรวจโดย x Line Today)
• 31.5% ต้องการให้ตรวจสอบ “โครงการของเทศบาลและท้องถิ่น” มากที่สุด รองลงมาใกล้เคียงกัน 27.8% ต้องการให้ตรวจสอบถนน รถไฟ และอาคารของรัฐ
• รองลงมา 11.0% ต้องการให้ตรวจสอบเงินช่วยเหลือและสวัสดิการประชาชน, 9.2% งบประมาณด้านพลังงาน ไฟฟ้า และประปา, 9.0% งบประมาณด้านความมั่นคงและการทหาร, 5.8% ระบบไอทีและการจัดซื้ออุปกรณ์ และ 3.8% งบประมาณของโรงพยาบาลและโรงเรียน ขณะที่ 1.9% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
เมื่อรวมสองอันดับแรก พบว่า 59.3% หรือ กว่าครึ่งอยากให้ ป.ป.ช.–สตง. จับตางบท้องถิ่นและโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด สะท้อนความคาดหวังให้การตรวจสอบลงไปถึงโครงการ/งบประมาณที่อยู่ใกล้ตัว มองเห็นผลการใช้จ่ายได้ชัดเจน และมีผลต่อชีวิตประจำวันโดยตรง
2. ความสามารถในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้รับการประเมินดีกว่าด้านอื่น ขณะที่ยังกังวลด้านความเป็นอิสระ
สำหรับ ป.ป.ช. ด้านที่ได้รับการประเมินระดับ “มาก–มากที่สุด” สูงสุด คือ ความสามารถในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (37.8%) ขณะที่ด้านที่ได้รับการประเมินระดับ “มาก–มากที่สุด”ต่ำสุด คือ ความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง (21.6%) และด้านนี้ยังได้รับการประเมินระดับ “น้อย–น้อยที่สุด” สูงสุดด้วย (44.4%)
ประชาชนประเมินความสามารถและประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตค่อนข้างดีกว่าด้านอื่น แต่การสร้างความเชื่อมั่นยังเป็นโจทย์สำคัญของ ป.ป.ช. ซึ่งไม่เพียงต้องทำงานให้เกิดผล แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นและเชื่อมั่นด้วยว่า กระบวนการทำงานมีความโปร่งใส เป็นธรรม มีความเป็นอิสระจากการแทรกแซง และสามารถติดตามตรวจสอบได้
3. ประสิทธิภาพตรวจเงินรัฐนำด้านอื่น แต่ความเป็นอิสระยังเป็นโจทย์สำคัญ
สำหรับ คตง./สตง. ด้านที่ได้รับการประเมินระดับ “มาก–มากที่สุด” สูงสุด คือ ประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญ ความรวดเร็ว และความคุ้มค่าในการตรวจเงินแผ่นดิน (28.0%) ส่วนด้านที่ได้รับการประเมินระดับ “มาก–มากที่สุด” ต่ำสุด คือ ความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง (18.6%) และได้รับการประเมินระดับ “น้อย–น้อยที่สุด” สูงสุด (49.2%) เช่นเดียวกันกับ ป.ป.ช.
แม้ด้านประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐจะเป็นด้านที่ได้รับการประเมินสูงกว่าด้านอื่น แต่ส่วนใหญ่ยังได้รับการประเมินเพียงระดับปานกลาง ขณะที่ความเป็นอิสระ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการสื่อสารยังเป็นจุดที่ประชาชนมีข้อกังวลค่อนข้างมาก ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นจึงจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบด้วย
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 33
ผลสำรวจสะท้อนว่า “อิสระ เป็นธรรม โปร่งใส คือ โจทย์สำคัญของความเชื่อมั่น” โดยประชาชนประเมินความสามารถและประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจหลักของ ป.ป.ช. และ คตง./สตง. ดีกว่าด้านกระบวนการทำงาน แต่ด้านความเป็นอิสระ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการสื่อสารยังเป็นประเด็นที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ขณะเดียวกัน ยังคาดหวังให้องค์กรตรวจสอบให้ความสำคัญกับโครงการและงบประมาณที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะท้องถิ่นและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ดังนั้น นอกจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบแล้ว ทั้งสององค์กรควรทำให้กระบวนการทำงานเปิดเผย ติดตามได้ สื่อสารกับประชาชน และแสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น








