กลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยเดินหน้าผลักดันการจัดตั้ง “สำนักงานบัญชีกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดตราด” หวังยกระดับการบริหารจัดการด้านบัญชีให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และเสริมความโปร่งใสในการดำเนินงาน พร้อมเตรียมผลักดันให้เกิดขึ้นใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานสหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด อ.เขาสมิง จ.ตราด นางสาวผจงจิตต์ บุญยัง สหกรณ์จังหวัดตราด เป็นเปิดการประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำบัญชีของกลุ่มเกษตรกร มีนายทวีวงษ์ สว่างอารมย์ ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย นายสว่าง ชื่นประธานมูลนิธิกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศ และกรรมการ ประธานกลุ่มเกษตรกรกลุ่มต่างๆ สมาชิกจำนวน 150 คน ร่วม
นายปรีชา พันมาก เลขานุการคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย รายงานว่า สืบเนื่องจากผลการประเมินชั้นความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร ในปีพ.ศ.2568 ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกร 3,415 แห่ง นำมาจัดชั้นความเข้มแข็ง จำนวน 3,292 แห่ง อยู่ในชั้น 1 จำนวน 31 แห่ง ชั้น 2 จำนวน 1,138 แห่ง และชั้น 3 จำนวน 2,123 แห่ง จากการวิเคราะห์พบว่า มีกลุ่มที่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการ จัดการองค์กร จำนวน 1,693 แห่ง และขาดการจัดเจ้าหน้าทีปฏิบัติงานประจำ จำนวน 2,969 แห่ง นอกจากนี้คณะกรรมการที่จัดทำบัญชีไม่มีความรู้ด้านการจัดการทำบัญชีและการใช้โปรแกรมบัญชี ทำให้ผลการประเมินความเข้มแข้ง ในมิติที่ 3 และ 4 ได้คะแนนน้อย หรือ(คะแนนเท่ากับ 0) คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย จึงได้ประสานงานกับกองพัฒนาสหกรณ์ภาค การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร และสำนักงานสหกรณ์จังหวัด จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำบัญชีของกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดทำบัญชีสามารถนำบัญชีไปใช้ในการวางแผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเกษตรกร และสร้างความเข้มแข็ง
นางสาวผจง กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำบัญชีของกลุ่มเกษตรกรในครั้งนี้นั้น กิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานพื้นฐานด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง การพัฒนาผู้นำกลุ่มเกษตรกรการจัดทำบัญชีในประเทศไทย มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุคสำคัญ ดังนี้
1. ยุคเริ่มต้น (ระบบจดบันทึกครัวเรือนและสมุดบัญชีมือ) เกษตรกรบันทึกรายรับ-รายจ่ายแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน หรือใช้สมุดบัญชีแบบเล่มตามกระดาษบันทึก
2. ยุคการส่งเสริมและจัดตั้งมาตรฐาน (บทบาทของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์) มีการจัดวางระบบบัญชีมาตรฐานสำหรับกลุ่มเกษตรกร โดยมีการกำหนดรูปแบบสมุดบัญชี /แบบฟอร์มมาตรฐาน
3. ยุคซอฟต์แวร์และโปรแกรมสำเร็จรูป (Computtrized Accounting) การนำคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสำเร็จรูปเข้ามาใช้ เช่น โปรแกรมระบบบัญชีกลุ่มเกษตรกร
4. ยุคดิจิทัลและแอปพลิเคชันบนมือถือ (Smart Account & Cloud) การบันทึกบัญชีผ่านสมาร์ท โฟนและระบบคลาวด์ เช่น แอปพลิเคชัน "SmartMe" หรือระบบบันทึกบัญชีต้นทุนอาชีพ
ดังนั้นการสร้างความรู้ในการจัดทำบัญชีให้แก่กลุ่มเกษตรกร จึงมีความจำเป็นและต้องพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสามารถนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเกษตรกรและเรื่องสำคัญที่สุดก็คือ สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรได้เป็นอย่างดี
ขณะที่นายสว่าง ชื่นอารมย์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นประธานมูลนิธิกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยยอมรับว่า กลุ่มเกษจรกรฯจัดตั้งมา 55 ปี ส่วนมูลนิธิฯจัดตั้งมาได้ 35 ปี แต่การทำงานต้อบไปด้วยกัน ซึ่งตนเองที่เข้ามารับหน้าที่ประธานมูลนิธิฯมา 1 ปีครึ่ง จะร่วมพัฒนา และยกระดับการทำงานให้กับกลุ่มเกษตรกรฯเป็นมืออาชีพมากขึ้นโดยเฉพาะการผลักดันจัดตั้ง“สำนักงานบัญชี
กลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดตราด“เพื่อแบ่งเบาภารกิจของกรามการกลุ่มเกษตรกร อีกทั้งทางสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จ.ตราดมีจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากแต่ละกลุ่มและแต่ละคนประกอบอาชีพทางการเกษตร เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา ซึ่งมูลนิธิฯจะผลักดันให้กลุ่มเกษตรกรช่วยกันพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั้งยืนต่อไป
ส่วนนายทวีวงษ์ กล่าวว่า ในฐานะประธานกลุ่มเกษตรกรฯระดับประเทศไทยการดำเนินการอบรมและให้ความรู้ในเรื่องการทำบัญชีให้กลุ่มเกษตรกรของจังหวัดตราดครั้งนี้นับเป็นเรื่องดี และจะเกิดประโยชน์ต่อกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดตราดและในจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาผลการจัดอันดับกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศไทยที่มีกว่า 3,200 กว่าแห่งมีเพียง 21 แห่งที่อยู่ระดับชั้นที่ 1 อยู่ในระดับชั้นที่ 2 จำนวน 1,138 กลุ่ม และส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 3 จำนวน 2,123 กลุ่ม ซึ่งส่วนตัวแล้วการจัดอบรมครั้งนี้ มั่นใจว่า จะส่งผลดีต่อกลุ่มเกษตรกรของจังหวัดตราดที่มีอยู่ 21 กลุ่มและส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ 3 ซึ่งหากสามารถก้าวขึ้นมาสู่ระดับ 2 แล้วจะสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ซึ่งจะสามารถทำให้นำทุนมาซื้อปุ๋ยหรืออื่นๆจะทำให้กลุ่มมีเงินทุนในการช่วยเหลือสมาชิกได้มากขึ้น ที่ผ่านมา ทั้งกรรมการและสมาชิกส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทั้งหมดจึงไม่มีเวลาครั้งนี้ ทางกลุ่มเกษตรกรฯแห่งประเทศไทยจะผลักดันคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยงานบัญชี และจะผลักดันตั้ง“สำนักงานบัญชีกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดตราด“ขึ้นมาเป็นจังหวัดแรก ของภาคตะวันออก และในภาคใต้จะจัดตั้งที่จังหวัดพัทลุง และจะตั้งในภูมิภาคอื่นๆให้ครบในทุกภาคด้วย ที่สำคัญที่สุดก็คือ สามารถป้องกันการทุจริตในกลุ่มได้ เพราะการทำบัญชีสามารถควบคุมกระบวนการทำงานที่โปร่งใสได้
หลังจากนั้น มีมีวิทยากรการบรรยาย ในหัวข้อ "การประเมินชั้นความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร"โดย นายทวีวงศ์ ชื่นอารมย์ ,หัวข้อ "การจัดทำบัญชีของกลุ่มเกษตรกร"โดย วิทยากร จากสำนักงานสหกรณีจังหวัด,หัวข้อ "การใช้โปรแกรมบัญชีกลุ่มเกษตรกร"โดย วิทยากร จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์
และการฝึกปฏิบัติ "การใช้โปรแกรมบัญชีกลุ่มเกษตรกร"โดย วิทยากร จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ และในการจัดประชุมครั้งนี้ เป็นครั้งแรก โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์








