วันที่ 13 ส.ค.2569 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่อ้างว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัยพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ.2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ด และรหัส QR code ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยรับเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
โดยศาลเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา กำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลตามกำหนดเดิม คือในวันพุธที่ 26 ส.ค.69 เวลา 10.30 น. จำนวน 5 ปาก ได้แก่ 1.นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมชำนาญการ สำนักงาน กกต. 2. นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.
3.นายภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 4.นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ 5.นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ส่วนพยานบุคคลอีกจำนวน 2 ปาก ที่ศาลกำหนดไว้เดิม ได้แก่ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย และจ่าสิบตรีสมพงษ์ ตันดี ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นที่พยาน บุคคลดังกล่าวได้ยื่นต่อศาล เป็นไปตามประเด็นที่ศาลกำหนดแล้ว จึงมีคำสั่งให้ไม่ต้องมาศาลเพื่อทำการไต่สวน ตามวันและเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ศาลอนุญาตให้คู่กรณีตรวจดูและสำเนาพยานหลักฐานทุกรายการในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่พยานหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารที่มีการกำหนดชั้นความลับ และไม่อนุญาตให้คัดสำเนาพยานเอกสาร แต่อนุญาตให้ตรวจพยานหลักฐานดังกล่าวเท่านั้น ตามข้อกำหนด ศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 30 และข้อ 36
อย่างไรก็ตามการไต่สวน ในวันและเวลาดังกล่าว ศาลให้งดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงการไต่สวน พยานของศาล อนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควรเข้าร่วมรับฟังการไต่สวน วรรคหนึ่ง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 59








