ชาวบ้านกระแสบนร้อง พบผู้ใช้พื้นที่ริมทางหลวงสาย 344 สร้างเพิงแบ่งล็อกให้พ่อค้าแม่ค้าเช่าขายอาหาร ฟันเงินเข้ากระเป๋า ตู้สินค้า-ป้ายโฆษณาโผล่พรึบ หวั่นบดบังทัศนวิสัยบนถนนสายหลักที่รถใช้ความเร็ว ด้านหมวดทางหลวงวังจันทร์เผยเคยตักเตือนและแจ้งให้รื้อถอนแล้ว หากยังดื้อดึงเตรียมประสานท้องถิ่น-ตำรวจทางหลวง บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง ให้ตรวจสอบกรณีมีผู้ใช้พื้นที่ริม ทางหลวงหมายเลข 344 สายบ้านบึง-แกลง บริเวณ กม.96 สร้างสิ่งปลูกสร้างลักษณะเป็นเพิง ก่อนจัดแบ่งเป็นล็อกให้พ่อค้าแม่ค้าเช่าเปิดร้านขายอาหาร สร้างรายได้เข้ากระเป๋า ขณะที่ชาวบ้านเกรงว่าจะกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางหลัก มีรถสัญจรจำนวนมากและใช้ความเร็วสูง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเพิงพักลักษณะเป็นอาคารยาวประมาณ 10 เมตร กว้าง 3 เมตร แบ่งพื้นที่เป็นล็อกสำหรับให้เช่าขายอาหารริมทาง นอกจากนี้ยังพบการก่อสร้างต่อเติมล้ำเข้ามาในเขตทางหลวง รวมถึงมีตู้สินค้า ร้านค้า และป้ายโฆษณาจำนวนมากตั้งเรียงรายตลอดแนวถนน
ชาวบ้านกังวลว่า การมีร้านค้าอยู่ชิดริมทาง หากมีรถจอดซื้ออาหารหรือมีประชาชนเดินเข้าออก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งสิ่งปลูกสร้างและป้ายต่างๆ อาจบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะถนนสาย 344 ซึ่งรถใช้ความเร็วและมีปริมาณการจราจรจำนวนมาก
ด้าน น.ส.สว่าง อายุ 41 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เปิดเผยว่า ตนเพิ่งมาเช่าล็อกขายของได้ไม่นาน โดยจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท ให้กับแม่ค้าร้านไก่ทอดชื่อ “เจ้น้อง” ซึ่งเจ้น้องเช่าพื้นที่ต่อมาจากเจ้าของบ้านที่อยู่บริเวณด้านหลัง ในราคาเดือนละ 5,000 บาท ก่อนนำมาแบ่งล็อกให้แม่ค้ารายอื่นเช่าต่อ โดยตนมีลูกค้าที่สัญจรผ่านไปมาแวะรับประทานอาหารอยู่เป็นระยะ
ขณะที่ นายเอกนรินทร์ แตงทอง หัวหน้าหมวดทางหลวงวังจันทร์ เปิดเผยว่า ทางหลวงหมายเลข 344 หรือถนนสายบ้านบึง-แกลง อยู่ในความรับผิดชอบของหมวดทางหลวงวังจันทร์ ตั้งแต่ กม.62 รอยต่อ จ.ชลบุรี ถึง กม.98 รอยต่อหมวดทางหลวงแกลง โดยจุดที่มีการร้องเรียนอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของหมวดทางหลวงวังจันทร์
ที่ผ่านมา ทางหมวดทางหลวงวังจันทร์เคยเข้าร่วมประชุมกับ อบต.กระแสบน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่และสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้ามาในเขตทางหลวง พร้อมแจ้งให้ผู้ใช้พื้นที่ดำเนินการรื้อถอน และมีการตักเตือนด้วยวาจาไปแล้วในเบื้องต้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรื้อถอน
นายเอกนรินทร์ กล่าวว่า ทางหมวดทางหลวงไม่ได้ปล่อยปละละเลย เพียงแต่ต้องการแก้ไขปัญหาโดยประนีประนอมและพูดคุยกับแม่ค้าและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อยุติที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชน แต่หากยังดื้อดึงไม่ดำเนินการแก้ไข ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยจะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และตำรวจทางหลวง เข้าดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ พื้นที่เขตทางหลวงไม่สามารถนำมาใช้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือแบ่งให้เช่าได้โดยไม่ได้รับอนุญาต หากตรวจสอบพบหลักฐานชัดเจนว่ามีการนำพื้นที่ทางหลวงไปจัดสรรหรือเรียกเก็บค่าเช่าเพื่อหาประโยชน์โดยมิชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมขอให้ประชาชนที่พบเห็นการบุกรุกหรือใช้พื้นที่ทางหลวงในลักษณะดังกล่าว แจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586
สำหรับการปลูกสร้างหรือตั้งสิ่งของรุกล้ำเขตทางหลวง อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง โดยกรณีสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในเขตทางหลวง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ส่วนการกีดขวางทางสาธารณะ การตั้งวางหรือกองวัสดุบนทางหลวง รวมถึงการวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งของในลักษณะกีดขวางการจราจร ก็มีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ชาวบ้านจึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะถนนสาย 344 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่มีรถสัญจรด้วยความเร็ว หวั่นร้านค้าริมทางที่รุกล้ำเขตทางหลวงกลายเป็น จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และนำไปสู่ความสูญเสียในอนาคต.
ภูมิภาค34








