วงการสงฆ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูญเสียพระเถระผู้มีบทบาทสำคัญ เมื่อ พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ อุบลพิทักษ์ ป.ธ.9) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง จังหวัดขอนแก่น มรณภาพอย่างสงบ เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ กุฏิปลอดเชื้อ วัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง สิริอายุ 80 ปี ท่ามกลางความเศร้าโศกของคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนที่เคารพศรัทธา
เพจวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง ได้เผยแพร่กำหนดการพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ ป.ธ.9) ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ วัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
นายพงศ์ธร พิศาพิทักษ์กุล อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น และลูกศิษย์วัดป่าแสงอรุณ กล่าวว่า พระพรหมวชิรดิลกเป็นพระเถรานุเถระที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการสงฆ์ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและระดับประเทศ มีศิษยานุศิษย์จำนวนมากทั้งในวงการสงฆ์ ข้าราชการ และภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านการปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี
พระพรหมวชิรดิลกมีบทบาทในการก่อตั้งและสอนพระปริยัติธรรมในหลายสำนักเรียน โดยเริ่มเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีที่วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น ในปี พ.ศ. 2509 และในปี พ.ศ. 2510 เป็นผู้ก่อตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี วัดป่าชัยวัน ก่อนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ธรรมยุตในภาคอีสานมาอย่างต่อเนื่อง
พระพรหมวชิรดิลกเกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488 ที่บ้านเลิงเปือย หรือบ้านแอวมอง ตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มีนามเดิมว่า สมาน อุบลพิทักษ์ เป็นบุตรของนายไหล และนางอ่อน อุบลพิทักษ์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในปี พ.ศ. 2500 ก่อนเข้าสู่เส้นทางการศึกษาพระปริยัติธรรม และสอบได้นักธรรมชั้นเอกในปี พ.ศ. 2504
จากนั้นสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ในปี พ.ศ. 2507 เปรียญธรรม 6 ประโยคและประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษมูล ในปี พ.ศ. 2510 และสำเร็จเปรียญธรรม 9 ประโยค ในปี พ.ศ. 2517 ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้รับถวายปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม ท่านเคยเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี วัดป่าแสงอรุณ ครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี วัดนรนาถสุนทริการาม กรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวงและกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง รวมถึงเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ศูนย์ศึกษาบาลีอีสาน และสำนักศาสนศึกษาวัดป่าแสงอรุณ
ในด้านอุดมศึกษาสงฆ์ ท่านดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ระหว่าง พ.ศ. 2538-2541 และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ระหว่าง พ.ศ. 2541-2549 ก่อนดำรงตำแหน่งที่ปรึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ในปี พ.ศ. 2549
ตลอดเส้นทางการทำงาน พระพรหมวชิรดิลกได้รับการยกย่องและเกียรติคุณหลายประการ อาทิ พ.ศ. 2528 ได้รับประทานเกียรติบัตรพัดเชิดชูเกียรติสำนักศาสนศึกษาตัวอย่าง และใน พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานประกาศเกียรติคุณและเสาเสมาธรรมจักร ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประเภทส่งเสริมการศึกษาในพระพุทธศาสนา สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติบัตรและประกาศเกียรติคุณด้านการปกครอง การสาธารณสงเคราะห์ การสาธารณูปการ การศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมถึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 5 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ในปี พ.ศ. 2549
สำหรับสมณศักดิ์ พระพรหมวชิรดิลกได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ตามลำดับ ตั้งแต่พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ พระศรีปริยัติเวที เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2524 พระราชาคณะชั้นราช พระราชวรานุวัตร เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 พระราชาคณะชั้นเทพ พระเทพวรคุณ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2541 และพระราชาคณะชั้นธรรม พระธรรมดิลก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามว่า พระพรหมวชิรดิลก ศากยปุตติยนายก สาธกธรรมวิจิตร พิพิธศาสนกิจจการี ตรีปิฎกบัณฑิต ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดป่าแสงอรุณ จังหวัดขอนแก่น
ก่อนมรณภาพ พระพรหมวชิรดิลกมีอาการอาพาธและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดขอนแก่น แต่ยังคงปฏิบัติศาสนกิจและดำรงจริยวัตรตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีบทบาทในการสืบสานขนบธรรมเนียมและประเพณีอีสาน








