“ธนกฤต” ผนึกตำรวจ ปปส. และดีเอสไอ รื้อคดี “ผู้ใหญ่ไก่” อดีตนายกเทศมนตรีห้วยใหญ่ ถูกลอบสังหารเมื่อปี 2549 หลังคดีใกล้หมดอายุความ พร้อมขยายผลเครือข่ายยาเสพติด เส้นทางการเงิน และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ลั่นเดินหน้ากวาดล้างห้วยใหญ่ให้เป็นพื้นที่สีขาว
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ , นาย วรพงศ์ มีคุณเอี่ยม รองผู้อำนวยการกองกิจการอำนวย ความยุติธรรม ( DSI ), เรืออากาศตรีกิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 (DSI), นายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค2 , พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภาค 2 ได้เดินทางมารับเรื่องร้องทุกข์และขอความธรรม จากนางสมศรี อินทรสิงห์ อดีตกำนันตำบลห้วยใหญ่ ในคดีลอบการลอบสังหารสามีของเธอ คือ นายอานนท์ อินทรสิงห์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ผู้ใหญ่ไก่” อายุ 49 ปี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่ เมื่อ 16 พ.ย. ปี 2549 โดยมีการตั้งปมสังหารในครั้งนั้นไว้ 2 ประเด็น คือ ปัญหาการเมืองท้องถิ่น และ ปมปัญหาความขัดแย้งเรื่องยาเสพติด เนื่องจากผู้ใหญ่ไก่ มีการประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างจริงจังในสมัยนั้น
ซึ่งการเดินทางมารับเรื่องราวร้องทุกข์ในครั้งนี้ มีการพูดคุยกันที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ DSI , ตำรวจสืบสวนภาค 2 , และ จนท.ปปส.ภาค 2 ได้มีการพูดคุย นางสมศรี อินทรสิงห์ นานกว่า 1 ชั่วโมง และ มีการมอบรายชื่อกลุ่มบุคคลต้องสงสัย และ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีลอบสังหารผู้ใหญ่ไก่ เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการรื้อฟื้นคดี ถึงแม้คดีดังกล่าวใกล้จะหมดอายุความ ซึ่งเหลืออีกประมาณ 3 เดือน
นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ได้ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจสืบสวนภาค 2 และ ปปส. มีการผนึกกำลัง ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยมี หน่วยงาน ปปส.ภาค 2 และ ดีเอสไอ มีการขยายผล ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับยาเสพติด และสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ใหญ่ไก่ นอกจากนี้จะมีการขยายผลเส้นทางการเงิน และ เครือข่ายผู้มีอิทธิพล โดยต้องขอบอกกับชาวบ้านตำบลห้วยใหญ่ ว่า ตำบลห้วยใหญ่จะต้องไม่มีเหตุการณ์การก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรงอย่างนี้อีก โดยจะมีการบูรณาการและผนึกกำลังกวาดล้างอย่างจริงจัง โดยใช้คำว่า “รื้อรังโจร” และจะมีการปฏิบัติงานให้เกิดรูปธรรมให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ในความสนใจของว่าที่ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมการปรึกษาหารือ ในการกวาดล้าง ยาเสพติดในพื้นที่ห้วยใหญ่อย่างจริงจัง พร้อมทั้งยืนยัน “หากยังไม่หยุด คุณสู้ตาย ซึ่งมีสถานเดียวคือจุดจบของพวกคุณ คือที่ราชทัณฑ์ หากคุณยังมีชีวิต ” พร้อมทั้งอยากฝากถึงประชาชน ที่มีความวิตกกังวล และหวาดกลัว แต่อยากจะแจ้งเบาะแสสามารถโทรศัพท์ได้ที่สายด่วนสาย 1386 โดยยืนยันว่าข้อมูล ที่มีการแจ้งกับเจ้าหน้าที่จะถูกปกปิดเป็นความลับ และไม่ให้รั่วไหลอย่างแน่นอน
ส่วนคดี ผู้ใหญ่ไก่ ในวันนี้ฟ้าเปิดแล้ว ผู้ใหญ่ไก่คงยิ้มได้ กำนันสมศรี คงสบายใจขึ้น และคงใช้ชีวิตอย่างปกติได้ โดยได้มีการรับเอกสารสำคัญ ของตัวละครต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ผู้ใหญ่ไก่ ซึ่งทั้งหมดจะถูกมอบให้กับ เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ระวังตัวไว้ ยืนยันว่าเราคงได้เจอกันอย่างแน่นอน นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์
นายวรพงศ์ มีคุณเอี่ยม รองผู้อำนวยการกองกิจการอำนวย ความยุติธรรม ( DSI ) กล่าวว่า ในคดีของผู้ใหญ่ไก่ ยอมรับว่ามีเวลาจำกัดในการสืบสวนสอบสวน แต่อย่างไรก็ตาม DSI ก็จะสืบสวนคดีนี้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเป็นห่วงความเป็นอยู่ของกำนันสมศรี เนื่องจากคดีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอจะลงพื้นที่ สืบสวนในคดีภายในสัปดาห์นี้ทันที
ด้านนายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค2 กล่าวว่า ปปส. จะมีการขับเคลื่อนและบูรณาการปิดล้อมแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติด และจะมีการสืบสวนขยายผลโดยใช้เครื่องมือกฎหมายในหาสมทบ เอาผิดกับกลุ่มที่มีมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเชื่อว่าเทคโนโลยีในปัจจุบัน สามารถช่วยดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัวกำนันสมศรี ให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ส่วนปัจจุบัน การร้องเรียนเรื่องยาเสพติดพบว่าในพื้นที่ห้วยใหญ่ยังไม่มีมีการร้องเรียนมากนักจึงอยากฝากประชาชนสามารถร้องเรียน กับสำนักงาน ปปส. ได้โดยตรง ที่ผ่านมา พื้นที่หนองปรือ มีการร้องเรียนเรื่องปัญหายาเสพติดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย
นอกจากนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปพื้นที่แห่งหนึ่ง ภายในเขตพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ โดยชาวบ้านขนานนามว่า “ ซอยยาบ้า” โดยได้มีการพูดคุยกับชาวบ้าน ถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะมีการกวาดล้างอย่างจริงจังในอนาคตข้างหน้า








