ชาวบ้านชากหมากหลายครัวเรือนสุดทน ร้องสื่อขอความช่วยเหลือ หลังซื้อที่ดินแบ่งขายเป็นล็อกหวังปลูกบ้าน กลับไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ต้องต่อสายไฟ-ท่อน้ำจากเพื่อนบ้าน บางรายลงทุนซื้อเครื่องปั่นไฟผลิตกระแสไฟใช้เอง เผยเคยยื่นเอกสารขอติดตั้งมิเตอร์หลายครั้งแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่โครงการซึ่งเคยแจ้งว่าจะมีสาธารณูปโภคครบ กลับไม่มีใครเข้ามาดูแล ด้านเทศบาลตำบลชากหมากแจง พื้นที่มีทั้งที่ดินมีเอกสารสิทธิ์และพื้นที่ที่มีปัญหาสถานะการครอบครอง โดยเฉพาะ ภ.บ.ท.5 และเขตหวงห้าม ทำให้การจัดสาธารณูปโภคติดข้อจำกัด ส่วนถนนในซอยยังต้องรอเจ้าของโครงการยกให้เป็นทางสาธารณะ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 ต.ชากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ว่าได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้มาเป็นเวลานาน ภายหลังซื้อที่ดินจากโครงการที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นล็อกเพื่อจำหน่ายสิทธิ์การครอบครองและนำไปสร้างบ้านพักอาศัย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าบริเวณดังกล่าวมีการแบ่งที่ดินเป็นล็อก ๆ และมีประชาชนปลูกสร้างบ้านพักอาศัยอยู่หลายหลัง แต่ระบบสาธารณูปโภคยังไม่ทั่วถึง จากการตรวจสอบพบว่า ภายในชุมชนมีการต่อสายไฟและท่อน้ำประปาจากบ้านข้างเคียงลากเป็นแนวยาวระโยงระยาง เพื่อให้แต่ละครัวเรือนมีไฟฟ้าและน้ำใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่บางครัวเรือนต้องพึ่งเครื่องปั่นไฟเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเอง เนื่องจากไม่สามารถขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าได้ตามปกติ
ผู้สื่อข่าวพบ ลุงพิชัย อายุ 70 ปี อาชีพช่างรับเหมาก่อสร้าง หนึ่งในผู้ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยว่า ตนซื้อที่ดินที่โครงการจัดแบ่งขายไว้ 2 แปลง แปลงแรกเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางเมตร ราคา 300,000 บาท และอีกแปลงเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางเมตร ราคา 260,000 บาท โดยบ้านหลังแรกพักอาศัยมานานกว่า 10 ปีแล้ว
ลุงพิชัย กล่าวว่า บ้านหลังแรกต้องซื้อเครื่องปั่นไฟมาใช้ ส่วนเรื่องน้ำต้องต่อจากเพื่อนบ้าน ขณะที่ที่ดินอีกแปลงกำลังก่อสร้างบ้าน แต่ไม่สามารถขอไฟฟ้าเข้ามาใช้ได้ ทั้งที่เคยนำเอกสารที่โครงการมอบให้ไปยื่นขอใช้ไฟฟ้าที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาบ้านฉางหลายครั้ง แต่ถูกปฏิเสธ โดยไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนว่าติดปัญหาจากเรื่องใด
“ที่ผ่านมาเราพยายามแก้ปัญหากันเอง เพราะอยากมีไฟฟ้าและน้ำใช้เหมือนบ้านทั่วไป ที่เจ็บใจคือ ตอนซื้อที่ดินทางโครงการเคยบอกว่าสามารถดำเนินการเรื่องสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และถนนได้ แต่พอเกิดปัญหากลับไม่มีใครเข้ามาดูแล ชาวบ้านต้องดิ้นรนกันเอง” ลุงพิชัย กล่าว
ด้าน น.ส.เว อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวซื้อที่ดินจากโครงการแบ่งขายสิทธิ์ที่ดินทำกินจำนวน 1 ไร่ ในราคา 2 ล้านบาท โดยที่ดินเดิมเป็นที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 ก่อนถูกนำมาแบ่งขายสิทธิ์การครอบครองเป็นล็อก ภายใต้โครงการ “นิวแลนด์มาร์ค”
น.ส.เว กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบ ที่ดินเดิมเป็นของนายศักดิ์ชัย อายุ 72 ปี ชาวกรุงเทพฯ ก่อนมีผู้เกี่ยวข้องเข้ามาซื้อที่ดินแล้วนำมาแบ่งขายสิทธิ์การครอบครองให้ประชาชน โดยมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิ์การครอบครอง พร้อมเอกสาร ภ.บ.ท.5 และเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการเสียภาษีให้ท้องถิ่น หลังซื้อที่ดิน ตนได้นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นขอใช้สาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้ ครอบครัวจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการต่อไฟฟ้าและน้ำประปาจากบ้านข้างเคียง เพื่อให้มีน้ำมีไฟใช้ในชีวิตประจำวัน และต้องอยู่ในสภาพดังกล่าวมาเป็นเวลานาน
“ตอนซื้อที่ดินทางโครงการแจ้งว่าจะมีสาธารณูปโภคให้ แต่พอซื้อและเข้ามาอยู่อาศัยจริงกลับต้องดิ้นรนกันเอง ทั้งไฟ น้ำ และถนน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบว่า ปัญหาเกิดจากขั้นตอนใด และประชาชนที่ซื้อที่ดินมาตามสัญญาจะมีทางออกอย่างไร” น.ส.เว กล่าว
ด้าน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลชากหมาก ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์และพื้นที่ที่ประชาชนครอบครองต่อเนื่องกันมา โดยอยู่ในเขตที่เกี่ยวข้องกับ พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง-ตำบลสำนักท้อน อ.เมือง จ.ระยอง พ.ศ. 2492 ทำให้มีข้อจำกัดเกี่ยวกับสถานะของที่ดิน
ประชาชนบางส่วนมีเพียงเอกสาร ภ.บ.ท.5 ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงทำให้การดำเนินการด้านสาธารณูปโภคบางส่วนมีข้อจำกัดและต้องตรวจสอบสถานะที่ดินเป็นรายแปลง
เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ระบุด้วยว่า ปัญหาลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะโครงการดังกล่าว แต่ยังมีประชาชนอีกหลายครัวเรือนในพื้นที่ ต.ชากหมากได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเทศบาลพยายามผลักดันและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขมาโดยตลอด แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสถานะและเอกสารสิทธิ์ของที่ดิน
ส่วนปัญหาเรื่องถนน เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ เปิดเผยว่า ถนนสายหลักของโครงการได้มีการยกให้เป็นถนนสาธารณะแล้ว และเทศบาลได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการเทพื้นคอนกรีต โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่สำหรับถนนภายในซอยยังเป็นพื้นที่ของโครงการ และยังไม่ได้ยกให้เป็นทางสาธารณะ เทศบาลจึงไม่สามารถนำงบประมาณเข้าไปดำเนินการปรับปรุงได้ ต้องรอให้เจ้าของโครงการดำเนินการยกถนนให้เป็นสาธารณะเสียก่อน
ขณะที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เปิดเผยว่า เอกสาร ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ที่แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่เป็นเอกสารเกี่ยวกับการเสียภาษีบำรุงท้องที่ การซื้อขายกันจึงไม่ได้ทำให้ผู้ซื้อมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามกฎหมาย
ลักษณะดังกล่าว ผู้ถือครองอาจมีเพียงสิทธิในการเข้าทำประโยชน์หรือครอบครองตามเงื่อนไขของพื้นที่ การเปลี่ยนมือไม่สามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินได้เหมือนโฉนดที่ดิน และการเปลี่ยนชื่อผู้เสียภาษีหรือการทำสัญญากันเอง ไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
นอกจากนี้ หากพื้นที่อยู่ในเขตป่า เขตสงวน หรือพื้นที่ของรัฐที่มีข้อจำกัด การครอบครองหรือใช้ประโยชน์ยังต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายหากตรวจสอบพบการบุกรุกพื้นที่ของรัฐในภายหลัง
ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ สถานะที่ดิน เอกสารการซื้อขาย และเงื่อนไขที่โครงการแจ้งแก่ผู้ซื้อก่อนตัดสินใจซื้อ อย่างละเอียด พร้อมเร่งหาทางออกเรื่องไฟฟ้า น้ำประปา และถนน เพื่อให้ประชาชนที่เข้าอยู่อาศัยสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม และหากพบว่ามีการนำข้อมูลเกี่ยวกับสาธารณูปโภคหรือสถานะที่ดินไปสร้างความเข้าใจแก่ผู้ซื้อไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป








