เมื่อวันที่ 10 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย จากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนในสาธารณรัฐตาตาร์สถานของรัสเซีย โดยในจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 75 คน นับเป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งเดียวที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่สุดในรัสเซีย นับตั้งแต่มอสโกเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบในยูเครน
ทางการรัสเซียระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นในเมืองนิซเนคัมสค์ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนมากกว่า 1,100 กิโลเมตร โดยจนถึงขณะนี้เคียฟยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
กองทัพยูเครนยืนยันว่า โรงกลั่นน้ำมันทาเนโวในเมืองนิซเนคัมสค์ถูกโจมตี ขณะที่บริษัทไฟร์พอยต์ ผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศของยูเครน ระบุว่า โดรนรุ่น เอฟพี-1 ของบริษัทถูกนำมาใช้ในการโจมตีครั้งนี้
แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายชั่วโมงตลอดทั้งคืน และลากยาวไปจนถึงช่วงเช้า ขณะที่ภาพที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นกลุ่มควันและเปลวไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงเวลากลางวัน โดยมีเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นเป็นระยะ
แม้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเป้าหมายทั้งหมดของการโจมตี แต่ในช่วงที่ผ่านมาเคียฟได้เพิ่มการโจมตีเป้าหมายในรัสเซีย โดยมุ่งไปยังสถานที่ที่ยูเครนอ้างว่าเป็นแหล่งรายได้และเส้นทางโลจิสติกส์ที่สนับสนุนการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน
ด้านกรุงมอสโกยืนยันว่า เป้าหมายของการโจมตีครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่อยู่อาศัย พร้อมระบุว่า มีพลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ โดยคณะกรรมการสอบสวนของรัสเซียเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ
รุสตัม มินนิคฮานอฟ หัวหน้าสาธารณรัฐตาตาร์สถาน ยืนยันว่าเกิดเหตุโจมตีขึ้น พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ราดมีร์ เบลาเยฟ นายกเทศมนตรีเมืองนิซเนคัมสค์ กล่าวว่า “นี่เป็นความเจ็บปวดอย่างใหญ่หลวงสำหรับพวกเราทุกคน” พร้อมมีการประกาศช่วงเวลาไว้ทุกข์ในสาธารณรัฐตาตาร์สถาน เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตี
ก่อนหน้านี้ กองกำลังป้องกันประเทศของยูเครนเคยโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองนิซเนคัมสค์มาแล้วเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน โดยเหตุการณ์ครั้งล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของยูเครนในการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างไกลจากแนวหน้า
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียสามารถยิงโดรนของยูเครนได้มากกว่า 450 ลำตลอดคืนที่ผ่านมา
ยูเครนประสบความสำเร็จมากขึ้นในการโจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซียจากระยะไกล โดยมักมุ่งเป้าไปยังคลังสินค้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บในหมู่พลเรือนเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้การโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ในเมืองและพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธพร้อมกันในกรุงเคียฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย
ส่วนเมืองคาร์คิฟ ซึ่งอยู่ใกล้แนวหน้า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย จากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของรัสเซียเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง
#ยูเครน #รัสเซีย #ตาตาร์สถาน #สงครามรัสเซียยูเครน #โจมตีโดรน #โดรนยูเครน #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวรัสเซีย #ข่าวยูเครน #สงครามยูเครน #นิซเนคัมสค์ #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด








