ป่าไม้ระยองสนธิกำลังหลายหน่วยงาน เดินหน้าจัดระเบียบผืนป่าสงวนแห่งชาติ “เขาห้วยมะหาด-เขานั่งยอง-เขาครอก” หลังพบการบุกรุกแผ้วถาง ยึดถือครอบครองพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินคดีจนศาลจังหวัดระยองมีคำพิพากษา พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำหมายติดประกาศบริเวณ “รีสอร์ทไอยรา” สั่งรื้อถอนบ้านพักและสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 ส.ค. 2569 ขณะที่เจ้าของรีสอร์ทโต้ ที่ดินเป็นมรดกตกทอด ทำกินมานาน ยืนยันไม่มีเจตนาบุกรุกหรือแสวงหาผลประโยชน์ เตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นอุทธรณ์ขอต่อสู้คดี
วันที่ 7 ส.ค. 2569 นายทศวารณ์ วิทยาคม ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) นำเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.2 (บ้านค่าย) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณบ้านไอยรา หมู่ 7 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อติดประกาศคำสั่งตามคำพิพากษาศาลจังหวัดระยอง กรณีตรวจพบการครอบครองและมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยกำหนดให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากพื้นที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด
นายทศวารณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2560 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง สายตรวจชุด ชป.ต.(ระยอง) กก.2 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดระยอง ฝ่ายทหาร และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.2 (บ้านค่าย) สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาห้วยมะหาด ป่าเขานั่งยอง และป่าเขาครอก
จากการตรวจสอบพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำให้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมสภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง ดำเนินคดีอาญาที่ 115/2560 ในข้อหาตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ฐานยึดถือ ครอบครอง หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงข้อหาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ฐานก่นสร้าง แผ้วถาง หรือทำลายป่า
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2561 ศาลจังหวัดระยองมีคำพิพากษาให้นายไอยรา จำเลย มีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ โดยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน และปรับ ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่งเนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เหลือจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี พร้อมมีคำสั่งให้นายไอยรา รวมถึงคนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวาร ออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติภายใน 30 วัน
ด้านนายไอยรา หรือ “ขาว” อายุ 62 ปี เจ้าของรีสอร์ทไอยรา เปิดใจโต้ข้อกล่าวหา ว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินมรดกที่ครอบครัวสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต เดิมใช้ทำไร่มันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาขาดทุนจึงเลิกทำไร่และปลูกบ้านพักอาศัย ต่อมาญาติและเพื่อนฝูงเดินทางมาเยี่ยม จึงมีการขยายบ้านพักเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นที่พักของครอบครัวและคนใกล้ชิด
เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาทำเป็นรีสอร์ทเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่เป็นการจัดทำที่พักไว้สำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง พร้อมยืนยันว่าตนเองให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ป่า และมีการปลูกต้นไม้เพิ่มจนพื้นที่มีความเขียวชอุ่ม อีกทั้งยังเพาะพันธุ์กล้าไม้ป่าหลายชนิดเพื่อนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียว
“ผมไม่ได้มีเจตนาบุกรุกหรือแผ้วถางป่า ที่ผ่านมาอยู่และทำกินในพื้นที่มานาน เป็นที่มรดกของครอบครัว ตอนนี้กำลังรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเกี่ยวกับที่ดิน เพื่อยื่นอุทธรณ์และขอต่อสู้ตามขั้นตอนของกฎหมาย” นายไอยรา กล่าว
นายไอยรา ยังชี้แจงถึงพื้นที่บริเวณด้านข้างซึ่งมีการนำเสนอข่าวว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าว่า ไม่ใช่พื้นที่ของตนเอง และที่ผ่านมายังไม่มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปตรวจสอบดำเนินการในบริเวณดังกล่าว ส่วนป้ายประกาศขายที่ดินที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ก็ไม่ใช่ของตนเช่นกัน
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบว่าบริเวณด้านข้างติดกับรีสอร์ทไอยรา มีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ขนาดกว้าง และด้านในยังพบลักษณะเป็นสุสานอยู่ใกล้แนวเขตป่า รวมถึงพื้นที่ติดเชิงเขาที่มีการจัดภูมิทัศน์และสระน้ำ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าเกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่ โดยต้องรอการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะที่กรณีของรีสอร์ทไอยรา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายและคำพิพากษาศาล โดยได้ติดประกาศแจ้งให้ผู้ครอบครองดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากพื้นที่ตามกำหนด ภายในวันที่ 21 ส.ค. 2569 ส่วนฝ่ายเจ้าของพื้นที่ระบุว่าจะใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรม รวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อยื่นอุทธรณ์และต่อสู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินต่อไป








