ระยองเดือด! ภาครัฐสนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ ม.6 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังชาวบ้านร้องเรียนตั้งข้อสงสัยการก่อสร้างและถมดินอาจล้ำลำห้วยพยูร หรือล้ำพื้นที่สาธารณะ ขณะที่ภายในไซต์งานยังเร่งก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง มีรถบรรทุกและรถพ่วงขนเครื่องจักรเข้า-ออกจำนวนมาก ด้านเจ้าหน้าที่เร่งตรวจพิกัดด้วย GPS แต่ยังไม่พบหมุดที่ดิน ขณะที่ผู้บริหารสนามกอล์ฟยืนยันมีหลักหมุด พร้อมนำเครื่องจักรค้นหาเพื่อพิสูจน์แนวเขตให้ชัดเจน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ส.ค.69 น.ส.บุญเรือน แย้มกลีบ ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง พร้อมด้วยนายนิรันดร์ ปรัชญกุล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง น.ส.ศิริวรรณ คามาปาน เจ้าพนักงานที่ดินสาขาบ้านฉาง นายชายภัทร ทัดมาลี เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง นายอุทัย เสาร์มั่น กำนันตำบลบ้านฉาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ หลังได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน โดยมีผู้บริหารสนามกอล์ฟและพนักงานบริษัทนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่
ระหว่างการตรวจสอบพบว่าภายในพื้นที่ก่อสร้างมีการทำงานอย่างคึกคัก ทั้งผู้รับเหมาชาวไทยและแรงงานต่างด้าว เร่งงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง มีรถบรรทุกดิน รถพ่วง 18 ล้อ และรถขนเครื่องจักรขนาดใหญ่ทยอยเข้า-ออกพื้นที่ เพื่อนำเครื่องจักรเข้าติดตั้งและเดินหน้าโครงการให้เป็นไปตามกำหนด นอกจากนี้บริเวณด้านหลังยังพบแคมป์พักคนงาน รวมถึงแรงงานชายหญิงและเด็กพักอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง และมีลักษณะคล้ายตลาดนัดสำหรับจับจ่ายซื้อของภายในพื้นที่
ช่วงเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบแรงงานต่างด้าวบางส่วนพากันวิ่งหลบขึ้นบริเวณเนินเขา ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะการทำงานและเอกสารของแรงงาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบว่าแรงงานกลุ่มดังกล่าวกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ โดยหัวหน้างานได้ประกาศเรียกแรงงานให้กลับเข้ามาทำงานตามปกติ
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่แนวเขตที่ดิน เจ้าหน้าที่นำแผนที่และข้อมูลแนวเขตเข้าตรวจสอบ พบว่าลำห้วยพยูรเป็นลำรางสาธารณะที่ทอดขนานกับพื้นที่โครงการ โดยช่วงปลายลำห้วยอยู่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างซึ่งมีการถมดินยื่นออกมา จนเป็นจุดที่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ
เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่อง GPS ตรวจสอบพิกัดและค้นหาแนวเขตที่ดิน แต่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่พบหลักหมุดที่ดินในจุดสำคัญ ทำให้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าการถมดินดังกล่าวอยู่ภายในเขตโฉนด หรือรุกล้ำลำห้วยสาธารณะกันแน่
ด้านผู้บริหารสนามกอล์ฟ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ยืนยันว่ามีหลักหมุดแสดงแนวเขตอย่างถูกต้อง พร้อมเตรียมนำรถแบ็กโฮหรือรถแมคโครเข้าค้นหาหลักหมุด และประสานเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและลดข้อสงสัยของประชาชน
นายนิรันดร์ ปรัชญกุล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง เปิดเผยว่า ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉางได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบกรณีดังกล่าว เบื้องต้นจากการตรวจสอบด้วยสายตา พื้นที่ก่อสร้างไม่ได้สร้างติดลำคลองสาธารณะโดยตรง แต่มีส่วนของลำรางสาธารณะอยู่บริเวณสุดเขต ซึ่งไม่มีน้ำไหลผ่านในขณะตรวจสอบ
ส่วนประเด็นการถมดินนั้น หากมองด้วยสายตาอาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการถมเข้าไปในพื้นที่สาธารณะ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพิกัดและตรวจสอบข้อมูลจากแผนที่แล้ว เพียงแต่ยังไม่พบหลักหมุดที่ดิน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีการรุกล้ำหรือไม่ โดยทางสนามกอล์ฟยืนยันว่าจะค้นหาหลักหมุดให้พบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบแนวเขตได้อย่างเป็นทางการ และสร้างความกระจ่างให้ผู้นำชุมชนและชาวบ้าน
ขณะที่นายอุทัย เสาร์มั่น กำนันตำบลบ้านฉาง กล่าวว่า พร้อมเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ทุกมิติ โดยวันนี้เน้นตรวจสอบแนวเขตว่าโครงการก่อสร้างอยู่ภายในพื้นที่โฉนดหรือมีส่วนใดเกินออกไปหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการถมลำคลองสาธารณะหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังไม่พบหลักหมุดที่จะนำมาใช้ประกอบการรังวัด จึงต้องรอตรวจสอบเพิ่มเติม
กำนันบ้านฉางยังย้ำว่า สิ่งที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่เพียงการก่อสร้างให้เสร็จ แต่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะโครงการมีขนาดใหญ่และมีการเร่งก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง หากในอนาคตมีการเดินเครื่องจักรและระบบต่างๆ ของดาต้าเซ็นเตอร์ ย่อมเป็นสิ่งที่ชุมชนกังวลทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำ เสียง การจราจร และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
“ชาวบ้านยังต้องการให้โรงงานออกมาชี้แจงทุกประเด็น แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ขณะที่การก่อสร้างยังเดินหน้าตลอด หากวันหนึ่งเกิดผลกระทบขึ้นมา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องนี้จึงต้องตรวจสอบกันให้ชัดตั้งแต่วันนี้” กำนันตำบลบ้านฉางกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบแนวเขตและหลักหมุดที่ดิน รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนสรุปข้อเท็จจริงว่า การถมดินและก่อสร้างมีส่วนรุกล้ำลำห้วยพยูรหรือพื้นที่สาธารณะจริงหรือไม่ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ข้อยุติบนหลักฐาน ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์หรือข้อกล่าวหาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง








