ตำรวจเร่งล่า 2 คนร้ายบุกชิงทองห้างดังเชียงของ จ.เชียงราย ใช้ปืนข่มขู่กวาดทองคำรูปพรรณ 184 บาท มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ก่อนหลบหนีริมแม่น้ำโขง พบเบาะแสอัตลักษณ์ผู้ก่อเหตุแล้ว พร้อมประสานความร่วมมือฝั่ง สปป.ลาว ติดตามตัวและของกลาง
วันที่ 4 ส.ค.69 จากกรณีคนร้ายเป็นชายจำนวน 2 คน ควงปืนพกสั้นขนาด 9 มม. บุกเข้ายิงและข่มขู่พร้อมชิงทองคำรูปพรรณภายในร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าดัง สาขาเขียงของ ตั้งอยู่หมู่ 10 ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และฉกเอาทองคำรูปพรรณใส่กระเป๋าเป้ไปได้จำนวน 2 กระเป๋า ก่อนหลบหนีไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว และทิ้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุทิ้งไว้ริมฝั่ง คาดว่าได้นั่งเรือหลบหนีไปยังฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว
ด้าน พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ วศินพงศ์ธนัช ผกก.สภ.เชียงของ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุโดยกรณีคนร้ายหลบหนีไปฝั่ง สปป.ลาว ก็ได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงชายทั้งฝั่งทยและ สปป.ลาว ให้ช่วยติดตามหาตัวคนร้ายพร้อมของกลาง แต่หากยังหลบหนีอยู่ในเขตไทยก็ได้รายงานต่อ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว. เชียงราย เพื่อให้ท้องที่ข้างเคียงได้สืบหาร่องรอยแล้ว
ส่วนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและขับไปจอดท้้งไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจอบแล้วพบว่าเป็นรถเช่าเมื่อสอบถามทางร้านที่ให้เช่าในพื้นที่ก็ปรากฎว่าไมได้มีการเรียกเก็บเอกสารจากผู้ไปเช่ารวมทั้งไม่มีกล้องวงจรปิดที่หน้าร้านอีกด้วยทำให้การติดตามร่องรอยคนร้ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารการขอเข้าออกเมืองด้าน อ.เชียงของ มาตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบตัวบุคคลและอัตลักษณ์บุคคล ทำให้พอทราบตัวหนึ่งในผู้ก่อเหตุดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะช่วงก่อนก่อเหตุเข้าปล้นร้านทองคนร้ายทั้ง 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าในเวลา 15.56 น.และช่วงนั้นยังไม่สวมหมวก หน้ากากอนามัยหรือแว่นตาทำให้เห็นรูปพรรณสันฐานได้ระดับหนึ่ง
จากนั้นเวลา 15.59 น.หรืออีกเพียง 3 นาทีต่อคนทั้งคู่ก็ถือปืนบุกเข้าไปปล้นร้านทองอย่างอุกอาจก่อนจะหลบหนีไปดังกล่าว ส่วนทองคำรูปพรรณที่ได้ไปเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับร้านทองตรวจสอบพบเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวมกันทั้งหมด 64 บาท และสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนักรวมกัน 120 บาท รวมน้ำหนักทองคำรูปพรรณที่ได้ไปทั้งหมด 184 บาท มูลค่าประมาณ 13,036,400 บาท








