แก๊งโจรลักรถจยย.ยังอาละวาดไม่หยุด เล็งเหยื่อเป็นพนักงานโรงงานที่นำรถมาจอดก่อนเข้ากะดึก ก่อนใช้แผนแบ่งหน้าที่ลงมืออย่างเป็นระบบ ใช้อุปกรณ์งัดทำลายล็อกคอรถ แล้วใช้วิธีสุดแสบ “ถีบ-ยัน” รถของผู้เสียหายหลบหนี ใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 3 นาที สุดท้ายหนีไม่พ้นฝีมือชุดสืบสวน สภ.นิคมพัฒนา ผนึกกำลัง สภ.ปลวกแดง แกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามรวบผู้ต้องหาคาจุดนัดส่งมอบรถ พร้อมของกลาง ขณะที่ผู้ต้องหายังปากแข็งอ้างเพียงมาซื้อรถต่อในราคา 40,000 บาท แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ
วันที่ 6 ส.ค.69 พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐปณัธ ชญาณพัฒน์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.รัฐศาสตร์ แสนศรี สว.สส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.นิคมพัฒนา ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง จับกุมชายอายุ 27 ปี พร้อมตรวจยึดรถจยย. Honda PCX160 สีดำ ของกลาง จำนวน 1 คัน
คดีนี้สืบเนื่องจากพนักงานโรงงานรายหนึ่งนำรถจยย. Honda PCX160 สีดำ มาจอดไว้บริเวณศาลาริมทาง ซอย 7 ถนนสาย 13 ก่อนเข้าไปทำงานกะดึก กระทั่งช่วงเช้าหลังเลิกงานกลับมาพบว่ารถคู่ใจหายไปจากจุดจอด จึงรีบเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา เพื่อให้ติดตามคนร้าย
ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งพบภาพพฤติกรรมของคนร้ายอย่างชัดเจน เมื่อเวลาประมาณ 03.56 น. คนร้ายชายรูปร่างผอมสูง 2 คน ขี่รถจยย. PCX อีกคันเข้ามาจอดประกบเป้าหมาย ก่อนที่ชายซ้อนท้ายจะลงมาใช้อุปกรณ์งัดทำลายระบบล็อกคอรถอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นเข็นรถของผู้เสียหายออกจากจุดจอด แล้วใช้วิธีให้เพื่อนที่ขี่รถอีกคันใช้เท้า “ถีบ-ยัน” รถที่เพิ่งขโมยมาให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า ทั้งคู่ผลัดกันประคองรถหลบหนีอย่างใจเย็น ราวกับเป็นขบวนการที่ช่ำชอง ใช้เวลาก่อเหตุทั้งหมดไม่ถึง 3 นาที ก่อนหายลับไปในความมืด
หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนแกะรอยเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิดหลายจุด จนทราบว่ารถที่ถูกโจรกรรมถูกนำไปซุกซ่อนบริเวณบ่อดินเก่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ปลวกแดง ซึ่งใช้เป็นจุดพักและส่งมอบรถให้ผู้รับซื้อ จึงประสานกำลังตำรวจ สภ.ปลวกแดง วางแผนเข้าดักซุ่มจับกุม
กระทั่งพบชายอายุ 27 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ของกลางเข้ามายังจุดนัดหมาย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหามีอาการตกใจ พยายามเร่งเครื่องหลบหนีและหันรถกลับออกจากพื้นที่ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมสกัดจับไว้ได้ทันควัน จากการตรวจค้นยังพบกุญแจรีโมทสำรองของแท้ของรถผู้เสียหายซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของหน้ารถ
ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ พร้อมอ้างว่า "ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ตนไม่ผิด ไม่เกี่ยวข้อง แค่มาซื้อรถคันนี้ต่อในราคา 40,000 บาท และกำลังทดลองขับก่อนรับซื้อจากเพื่อนที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้" แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากรถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าวมีมูลค่าเกือบ 100,000 บาท แต่กลับซื้อขายกันในราคาต่ำผิดปกติ อีกทั้งยังพบกุญแจรีโมทของรถอยู่ในความครอบครอง จึงแจ้งข้อหา "รับของโจร" ก่อนเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการแก๊งลักรถที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา ฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะพนักงานโรงงานที่ต้องจอดรถทำงานกะดึก ให้เลือกจอดรถในพื้นที่มีแสงสว่าง มีกล้องวงจรปิด และใช้อุปกรณ์ล็อกป้องกันการโจรกรรมเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้ากวาดล้างแก๊งลักรถอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรขบวนการโจรกรรมรถจักรยานยนต์และนำทรัพย์สินกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้มากที่สุด








