กำนันตำบลบ้านฉางประกาศจุดยืนเคียงข้างประชาชน เดินหน้าติดตามและคัดค้านโครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล หรือ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ขนาดใหญ่ของทุนจีน ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยแสดงความกังวลถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก ขณะที่ชุมชนยังต้องการข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและรับมือผลกระทบในระยะยาว
จากกรณีโครงการเมกะโปรเจกต์ก่อสร้างศูนย์เก็บข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ของทุนจีน ในพื้นที่หมู่ 6 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก โดยเฉพาะการใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณสูงเพื่อหล่อเลี้ยงระบบคอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการใช้น้ำจำนวนมากสำหรับระบบทำความเย็นของศูนย์ข้อมูล
ชาวบ้านในพื้นที่มีความกังวลว่า หากไม่มีมาตรการควบคุมและการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส อาจนำไปสู่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาการใช้ทรัพยากรน้ำที่เพิ่มขึ้น ภาระต่อระบบไฟฟ้าในพื้นที่ ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ มลพิษจากระบบสนับสนุนต่างๆ รวมถึงผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุทัย เสาร์มั่น กำนันตำบลบ้านฉาง ยังคงยืนยันจุดยืนที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมเดินหน้าติดตามและคัดค้านโครงการดังกล่าว หากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน แม้โครงการจะได้รับอนุมัติจากภาครัฐแล้วก็ตาม
นายอุทัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้านในพื้นที่ ได้เข้าพบและพูดคุยกับผู้บริหารโครงการ เพื่อสะท้อนข้อกังวลของประชาชน ทั้งเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การเข้ามาของแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ปัญหาการบริหารจัดการแคมป์คนงาน รวมถึงกรณีมีข้อร้องเรียนว่าน้ำเสียจากแคมป์คนงานอาจไหลลงสู่คลองสาธารณะ ซึ่งทางบริษัทควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ
“ชาวบ้านไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่ต้องการให้เกิดความชัดเจน ทุกฝ่ายต้องรู้ว่าโครงการนี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง และมีมาตรการป้องกันอย่างไร ไม่ใช่พูดแต่ด้านดีของโครงการ แต่เรื่องผลกระทบกลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจน” นายอุทัย กล่าว
กำนันตำบลบ้านฉาง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาอำเภอบ้านฉางได้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานราชการและผู้บริหารโครงการ แต่การชี้แจงยังเน้นเฉพาะประโยชน์ของโครงการ เช่น การลงทุนและการสร้างงาน ขณะที่ประเด็นด้านลบหรือความเสี่ยงต่อชุมชนยังไม่สามารถตอบได้ครบทุกมิติ
นายอุทัย ยังระบุว่า หลังจากมีการพูดคุยกับผู้บริหารโครงการ ทางบริษัทออกมาชี้แจงเพียงเรื่องการประชาสัมพันธ์ที่อาจน้อยเกินไป แต่ยังไม่มีเวทีหรือข้อมูลที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจ ทั้งเรื่องระบบจัดการน้ำ ระบบพลังงาน การควบคุมมลพิษ การดูแลแรงงาน รวมถึงแผนรองรับผลกระทบในระยะยาว
“การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังล่าช้า ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความชัดเจน หากยังไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ตนพร้อมร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและประชาชนร้องเรียนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.ระยอง เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง” นายอุทัย กล่าว
ด้าน น.อ.พิสันติ์ รามนุช หัวหน้ากลุ่มกิจการมวลชน กอ.รมน.จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างเป็นทางการ แต่หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ ซึ่งมีหลายบริษัทผู้รับเหมาเกี่ยวข้อง ต้องตรวจสอบว่ามีแรงงานผิดกฎหมายหรือไม่ รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่น ยาเสพติด และผลกระทบต่อชุมชน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องทยอยดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เดินหน้าไปพร้อมกับการคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนโดยรอบให้มากที่สุด








