ชาวพังงาคัดค้านโครงการผลิตน้ำประปาส่งภูเก็ต มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท หลังเริ่มวางท่อส่งน้ำจากคลองพังงา หวั่นกระทบระบบนิเวศ แหล่งน้ำใต้ดิน และภาคเกษตร ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคยืนยันโครงการมีมาตรการลดผลกระทบ พร้อมเดินหน้าก่อสร้างที่มีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 20
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านในจังหวัดพังงาออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการดึงน้ำจากคลองพังงาไปผลิตน้ำประปาส่งให้จังหวัดภูเก็ต หลังพบมีการขุดริมถนนเพชรเกษมสายพังงา–โคกกลอย เพื่อวางท่อประปาขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร สร้างความวิตกกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการผลิตน้ำประปาจากจังหวัดพังงาส่งไปยังจังหวัดภูเก็ต โดยใช้น้ำดิบจากคลองพังงา พร้อมมีแผนขุดสระน้ำสำรองขนาดประมาณ 100 ไร่ เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับการผลิตประปา
นายสมยศ สิงหการ ตัวแทนกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำคลองพังงา เปิดเผยว่า ชาวบ้านได้รวมตัวคัดค้านโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2563 จนการประปาส่วนภูมิภาคชะลอโครงการไปในช่วงหนึ่ง แต่ล่าสุดกลับพบว่ามีการเดินหน้าโครงการอีกครั้งด้วยงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ทั้งการขุดฝังท่อประปาและการก่อสร้างสถานีผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่ริมคลองพังงา“ชาวบ้านรู้สึกเหมือนถูกข่มขืนใจ เพราะที่ผ่านมาในช่วงหน้าแล้ง คลองพังงามีสภาพตื้นเขิน น้ำในคลองลดลงจนเกิดการดึงน้ำซับและน้ำใต้ดินจากพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้ชาวบ้านที่ใช้น้ำบ่อและเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว หากมีการดึงน้ำจากคลองพังงาไปเพิ่มเติม ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้หนักขึ้น รวมถึงน้ำเค็มจะทะเลก็จะขึ้นมาสูงขึ้นเพราะน้ำจืดไหลลงน้อย
นายสมยศ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอโครงการดังกล่าว และหันมาดำเนินการในสิ่งที่ประชาชนต้องการก่อน คือการก่อสร้างฝายน้ำล้นเป็นช่วง ๆ ในคลองพังงา และทำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อช่วยกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้นของดิน และเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและภาคการเกษตรในระยะยาวมากกว่า
ขณะที่นายวินัย จันทริก อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกรีน และเกษตรกรในพื้นที่ ได้เข้าพบนายสิงหะนาท ธานีรัตน์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงา เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว โดยนายสิงหะนาท ธานีรัตน์ ชี้แจงว่า ขณะนี้โครงการน้ำประปาพังงา–ภูเก็ตเซ็นสร้างสัญญาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 20 โดยโครงการจะใช้น้ำจากคลองพังงาเป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา และจะมีการจัดซื้อที่ดินบริเวณด้านล่างฝายจำนวนประมาณ 100 ไร่ เพื่อก่อสร้างสระเก็บน้ำสำรอง ตามรายละเอียดของโครงการ สระเก็บน้ำจะมีการขุดลึกประมาณ 8 เมตร และปูพื้นสระทั้งหมด เพื่อป้องกันปัญหาการดึงน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามา ซึ่งทางการประปาระบุว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำใต้ดินรอบข้าง
สำหรับแนวท่อส่งน้ำ จะเริ่มจากสถานีผลิตน้ำนบปริง ผ่านตำบลตากแดด ออกบริเวณปั๊มน้ำมันราชพฤกษ์ และวางไปตามแนวด้านซ้ายของถนนเพชรเกษมขาเข้าจังหวัดภูเก็ต โดยการประปาส่วนภูมิภาคระบุว่าได้ทำข้อตกลงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่แนวท่อพาดผ่านแล้ว ทั้งในรูปแบบการรับถ่ายโอนเพื่อขยายเขตบริการ และการขายน้ำให้ท้องถิ่นนำไปบริหารจัดการต่อ
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านและกลุ่มผู้ใช้น้ำคลองพังงายืนยันว่าจะติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเปิดเผยข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ปริมาณน้ำต้นทุน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน ก่อนดำเนินโครงการต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำและวิถีชีวิตของคนพังงาในอนาคต








