ชาวบ้าน ต.ห้วยม่วง อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ผวาหลังพบดินทรุดกลางไร่อ้อยและไร่นาเกิดหลุมนับ 10 จุด บางหลุมกว้าง 7×8 เมตร ลึกประมาณ 5 เมตร คาดเป็นพื้นที่หินปูนเสี่ยงยุบตัวต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบสาเหตุและหาแนวทางช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 4 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณไร่อ้อยและไร่นาทางทิศตะวันตกของบ้านวังเจริญ ม.2 ต.ห้วยม่วง อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น หลังเกิดเหตุดินยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ สร้างความตกใจและมีผู้ส่งต่อพร้อมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
ขณะที่ นายคมเพชร ครสิงห์ นายก อบต.ห้วยม่วง พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดที่เพิ่งเกิดการทรุดตัว จากเดิมเป็นหลุมขนาดเล็ก ก่อนขยายเป็นหลุมกว้างประมาณ 7 × 8 เมตร ลึกประมาณ 5 เมตร อยู่ภายในที่นาของชาวบ้าน ทำให้เจ้าของพื้นที่ไม่สามารถเข้าทำการเกษตรได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการตกลงไปในหลุมและได้รับอันตรายโดยจากการสำรวจพื้นที่โดยรอบพบหลุมขนาดใหญ่อีกหลายจุด
นายคมเพชร กล่าวว่าการทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดมานานประมาณ 10 ปี โดยก่อนปี 2558 ไม่เคยพบเหตุลักษณะนี้ ก่อนเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงแรกที่เกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักธรณีวิทยา ได้เข้าตรวจสอบและให้ความเห็นว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่หินปูน ที่มีโอกาสทรุดตัวได้ โดยการส่งสัญญาณก่อนเกิดหลุมมีหลายลักษณะ บางจุดทรุดตัวเล็กน้อย บางจุดทรุดเป็นแอ่ง และบางแห่งมีอากาศผุดขึ้นมาในลักษณะคล้ายน้ำเดือด ก่อนเกิดการยุบตัว
"สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านที่ออกมาทำไร่ ทำนา และทำสวนเกิดความหวาดระแวง เพราะไม่ทราบว่าพื้นดินจะยุบตัวเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ตกลงไปในหลุมหรือได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวบ้านจึงทำได้เพียงระมัดระวังกันเอง"
นายคมเพชร กล่าวต่อว่า ได้ประสานทั้งนักธรณีวิทยาและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อค้นหาสาเหตุ แต่ยังต้องรอคำตอบจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ ทุกครั้งที่เกิดเหตุ โรงโม่หินแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่จะนำหินคลุกมาถมหลุมเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่หลายหลุมหลังถมแล้วไม่นานก็กลับมาทรุดตัวใหม่ บางจุดผ่านไปเพียง 1 ปีก็เกิดการทรุดซ้ำ ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วงมีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาขนาดใหญ่ จึงประสานโรงโม่หินให้เข้ามาช่วยเหลือหรือเยียวยาประชาชน โดยโรงโม่หินนำหินคลุกมาถมตามที่ปรากฏ แต่พื้นที่เกษตรและแหล่งทำกินของประชาชนได้สูญหายไป กลายเป็นความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ แนวทางต่อไปจะประสานนักธรณีวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครื่องมือตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุและนำข้อมูลไปหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน วางแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
"ขณะนี้ชาวบ้านอยู่กันอย่างหวาดผวา จากเดิมที่เคยมาทำไร่ทำนา พักอาศัยหรือนอนค้างในพื้นที่เกษตร ปัจจุบันไม่กล้าเข้ามา ขณะที่บางแปลงยังจำเป็นต้องทำการเกษตรอยู่ติดกับหลุมทรุด เพราะต้องทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว จากรายงานตั้งแต่ช่วงเช้า พบหลุมดินทรุดขนาดใหญ่ประมาณ 7–8 หลุม แต่ยังมีอีกหลายจุดที่ยังสำรวจไม่ถึง และคาดว่าอาจมีหลุมอยู่ภายในป่าอ้อยอีกจำนวนมาก"
ด้านนางหนูศิลป์ พิมพ์ดี อายุ 68 ปี อยู่ ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนมีพื้นที่เกษตร 2 แปลง แปลงแรกเป็นที่นาเนื้อที่ 3 ไร่ พบหลุม 1 หลุม ซึ่งกำลังทรุดตัว โดยเริ่มยุบตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. และเมื่อมาดูวันนี้ พบว่าหลุมขยายตัวจนอยู่ในสภาพปัจจุบัน พร้อมได้ยินเสียงดินลั่นจากการทรุดตัว ส่วนอีกแปลงเป็นไร่อ้อยเนื้อที่ 9 ไร่ พบหลุมขนาดใหญ่ 5 หลุม ขณะนี้ไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบ เพราะกลัวตกลงไปในหลุม หลังพบหลุมเกิดขึ้นในที่นาของตนรู้สึกตกใจ แต่ยังจำเป็นต้องดำนาให้แล้วเสร็จเพื่อปากท้อง
"ชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการทำเหมืองของโรงโม่หินและการสูบน้ำใต้ดิน จนทำให้ดินทรุดตัว จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและพิจารณาเงินเยียวยาช่วยเหลือ เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดหลุมไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้"








