วันที่ 3 ส.ค.2569 จากกรณีกระแสข่าวในกระบวนการยุติธรรมที่ขอให้ตรวจสอบประวัติทนายความรายหนึ่งในภาคอีสาน ซึ่งมีนามสกุลพ้องกับทนายความชื่อดังที่เคลื่อนไหวทางการเมือง หลังถูกร้องเรียนเรื่องขาดคุณสมบัติเนื่องจากเคยต้องโทษจำคุก 16 ปี ในคดียาเสพติดที่เรือนจำจังหวัดพล และใช้เอกสารเปลี่ยนชื่อมาขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความนั้น
ล่าสุด นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ได้ออกมาเปิดเผยยืนยันบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่เคยต้องโทษหรือติดคุกในคดียาเสพติด พร้อมกางไทม์ไลน์ชีวิตตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย ไปจนถึงช่วงรับราชการทหาร และเข้าสู่วิชาชีพทนายความในปี 2552 โดยย้ำว่าตนเองไม่เคยสูบบุหรี่ และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ทนายอั๋น ยอมรับว่า "มีบุคคลที่ใช้นามสกุลเดียวกับตนเองเคยต้องโทษจำคุก 16 ปีเต็มในคดียาเสพติดจริง" และตนเองก็รู้จักบุคคลดังกล่าว แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือพฤติกรรมของตนเอง และขอท้าให้ผู้ที่ปล่อยข่าวเปิดเผยชื่อออกมาอย่างชัดเจน ไม่ใช่ นำประวัติของผู้อื่นมาสวมให้สังคมเข้าใจผิด
แม้ทนายอั๋นจะปฏิเสธเรื่องคดียาเสพติด แต่กลับเกิดประเด็นใหม่ขึ้น เมื่อแหล่งข่าวจากสภาทนายความฯ เปิดเผยว่า ผู้บริหารหลายคนรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งกับคลิปวิดีโอที่ทนายอั๋นอัดลงโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้ถ้อยคำรุนแรง หลุดคำหยาบคาย และมีข้อความที่กล่าวอ้างถึงการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับ "เพื่อนของลูกความ"
แหล่งข่าวระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากทนายความมีอิทธิพลต่อลูกความและคนใกล้ชิด ถ้อยคำดังกล่าวยังเข้าข่ายการหมิ่นประมาท การกระทำอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล และอาจเข้าข่าย "การคุกคามทางเพศด้วยวาจา" ตามประมวลกฎหมายอาญา ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568
การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. 2528 ในข้อหาไม่ประพฤติตนให้เรียบร้อย ซึ่งสภาทนายความฯ อยู่ระหว่างติดตามและพิจารณาโทษทางมรรยาท ซึ่งมี 3 สถาน 1.ภาคทัณฑ์ ตักเตือนเป็นหนังสือและบันทึกประวัติ 2.พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 3 ปี และ 3.เพิกถอนใบอนุญาต สิ้นสภาพการเป็นทนายความทันที
ส่วนกรณีทนายความคนแรกที่มีประวัติถูกจำคุก 16 ปีคดียาเสพติดแล้วมาประกอบวิชาชีพนั้น สภาทนายความฯ จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการปกปิดประวัติหรือแจ้งความเท็จเพื่อขอใบอนุญาต จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดและดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องทันที รวมถึงพิจารณาว่าทนายอั๋นเข้าข่ายร่วมกันปกปิดข้อเท็จจริงด้วยหรือไม่








