"รมช.สิริพงศ์" ลงพื้นที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษ เร่งพัฒนาระบบ Feeder เชื่อมต่อระบบรางแบบไร้รอยต่อ รองรับโครงการรถไฟทางคู่ ยกระดับโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจภาคอีสานตอนล่างในอนาคต
วันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามการยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งทางรางและทางถนน โดยตรวจเยี่ยมการให้บริการ ณ สถานีรถไฟศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และเจ้าหน้าที่ ขร. เพื่อติดตามการให้บริการเดินรถ การบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงรับฟังแผนการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่สถานี บริเวณวงเวียนน้ำพุหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษ โดยปรับปรุงลานน้ำพุระดับผิวถนน เเสงสว่าง เเละภูมิทัศน์รอบวงเวียน เพื่อยกระดับการเดินทางของประชาชน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สถานีรถไฟศรีสะเกษเป็นสถานีสำคัญบนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ปัจจุบันมีรถไฟให้บริการวันละ 20 ขบวน รองรับผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 1,900 คนต่อวัน และมีระบบขนส่งต่อเนื่อง ทั้งรถสองแถว รถแท็กซี่ รถตู้ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน
นอกจากนี้ สถานีรถไฟศรีสะเกษจะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อการเดินทาง และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาระบบคมนาคมของจังหวัด ให้รองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรางควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าแบบไร้รอยต่อ (Seamless Transport) ระหว่างระบบราง ระบบขนส่งสาธารณะ และโครงข่ายถนน ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาระบบรางให้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า และเสริมความสมบูรณ์ของโครงข่ายคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในระยะยาว
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมพร้อมบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งตามนโยบายของรัฐบาล มุ่งยกระดับระบบรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน








