เส้นทาง บขส.ตราด-หมอชิต 2 ส่อหยุดให้บริการ หลังระบบงดขายตั๋วล่วงหน้าตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 แม้ก่อนหน้านี้ บขส.ยืนยันยังเดินรถปกติ ด้านผู้บริโภคหวั่นกระทบประชาชนและผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรียกร้องกระทรวงคมนาคมเร่งชี้แจง ขณะที่ขนส่งตราดยอมรับรอความชัดเจนจากส่วนกลาง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตราด เพื่อติดตามสถานการณ์การเดินรถของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เส้นทางตราด - หมอชิต 2 ซึ่งปัจจุบันเหลือให้บริการเพียงวันละ 1 เที่ยว ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า วันนี้จะเป็นการเดินรถเที่ยวสุดท้าย และหลังจากนี้ บขส. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จะไม่มีรถให้บริการในเส้นทางตราด-กรุงเทพฯ (ทั้งสถานีเอกมัยและหมอชิต) อีกต่อไป
จากการสำรวจบรรยากาศ พบว่ารถโดยสารเที่ยวเวลา 09.30 น. ยังคงออกเดินทางตามปกติ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ของ บขส. ถึงความชัดเจนของการเดินรถในวันพรุ่งนี้ กลับไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่ระบุเพียงว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากผู้บริหาร บขส. สั่งงดให้ข่าวและจะเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้ด้วยตนเองเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ระบบการจองตั๋วออนไลน์ของ บขส. ไม่ปรากฏผังที่นั่งสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้แล้ว ส่งผลให้ประชาชนที่เดินทางมายังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตราด เพื่อหาซื้อตั๋วไปกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ ไม่สามารถซื้อตั๋วได้ โดยเจ้าหน้าที่ประจำห้องจำหน่ายตั๋วให้เหตุผลว่า "ไม่มีรถให้บริการในวันพรุ่งนี้แล้ว" ซึ่งเหตุการณ์นี้ขัดแย้งกับคำชี้แจงของ บขส. ก่อนหน้านี้ ที่เคยออกมายืนยันว่าจะยังไม่ยุติการเดินรถตามที่เป็นข่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ เนื่องจากรถร่วม บขส., รถโดยสารของบริษัทเอกชน รวมถึงรถมินิบัส ยังคงเปิดให้บริการในเส้นทางตราด-กรุงเทพฯ ตามปกติ และยังคงมีประชาชนมารอใช้บริการรถร่วมเอกชนเหล่านี้เป็นจำนวนมาก
นายสมเกียรติ สมถรรถการ ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิและคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดตราด กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากผู้โดยสารทั้งฝั่งกรุงเทพฯ และตราดว่าไม่สามารถซื้อตั๋วเดินทางล่วงหน้าสำหรับวันที่ 1 สิงหาคมได้ โดยคนขายตั๋วแจ้งเพียงว่าไม่มีรถวิ่งและไม่ยอมติดป้ายประกาศชี้แจงเหตุผล ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติในการบริการของภาคภาครัฐ
นายสมเกียรติ ยังกล่าวต่อว่า ขอคัดค้านการนำเหตุผลเรื่องการขาดทุนมาอ้างเพื่อหยุดวิ่งรถ เนื่องจาก บขส. เป็นบริการของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลประชาชน เช่นเดียวกับรถไฟ หรือ ขสมก. ที่แม้จะขาดทุนก็ต้องเดินหน้าและปรับปรุงกิจการ ไม่ใช่ปล่อยให้รถโทรมหรือหยุดวิ่ง ซึ่งการหยุดวิ่งรถส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้ได้รับสิทธิ์ลดค่าโดยสารครึ่งราคา เพราะสิทธิ์เหล่านี้สามารถใช้ได้กับรถของ บขส. เท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับรถร่วมเอกชนได้อย่างเต็มที่
“ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้บริหาร บขส. และ สส. ตราด (สส.พิชานนท์ อิงประสาร) เข้ามาจัดการแก้ปัญหาทันที หากผู้บริหารและบอร์ด บขส. ไม่สามารถจัดการได้ ควรพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่ง โดยคุณสมเกียรติยินดีเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้บอร์ด บขส. โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”
ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิฯ ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเช่ารถนอกมาวิ่งในราคาสูงถึงวันละ 5,000 บาท ว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องและเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมเสนอให้ บขส. ทำเรื่องของบประมาณจากภาษีประชาชนเพื่อจัดซื้อรถใหม่ที่ทันสมัย รองรับตราดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวรอง สำหรับการฟ้องศาลปกครองของภาคประชาชน มองว่าอาจจะล่าช้าไม่ทันการ แต่ก็เป็นขั้นตอนที่ต้องทำควบคู่กันไป
ด้านนายณรงค์ ซาชิโย ขนส่งจังหวัดตราด (ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์) ระบุว่าสาเหตุที่ บขส. ตราด ยังไม่สามารถเปิดขายตั๋วของวันที่ 1 สิงหาคมได้ เป็นเพราะส่วนกลางที่กรุงเทพฯ ยังไม่ได้ปล่อยผังการเดินรถออกมา เนื่องจากกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะเดินรถต่อหรือหยุดบริการเพื่อปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน
ซึ่งหลังจากนี้มาตรการรองรับความเดือดร้อน ในระยะสั้น ยืนยันว่าประชาชนจะไม่เดือดร้อนเรื่องการเดินทางอย่างแน่นอน ยังมีรถร่วมเอกชนภายใต้การกำกับดูแลของ บขส. สแตนบายให้บริการอย่างเพียงพอ โดยเจ้าหน้าที่ บขส. ที่สถานีจะคอยประจำช่องเพื่อแนะนำผู้โดยสารให้ไปใช้บริการรถร่วม ซึ่งรถร่วมบางคันก็รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เช่นกัน และ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม ยังไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่มีรถวิ่งเลยในวันรุ่งขึ้น เพราะอาจมีการประกาศคำสั่งหรือผังการเดินรถจากส่วนกลางออกมาในช่วงค่ำ
ขนส่งจังหวัดตราด ยังกล่าวต่อว่า แผนงานในอนาคต ระยะกลาง ยอมรับว่าส่วนกลางมีแนวคิดที่จะนำรถโดยสารไฟฟ้า (EV) มาวิ่งทดแทนในเส้นทางนี้ แต่ยังตอบแทนไม่ได้เต็มที่เนื่องจากเป็นการลงทุนทางธุรกิจ และยังต้องพิจารณาข้อจำกัดทางเทคนิค เช่น ระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ประมาณ 400 กิโลเมตร) รวมถึงความพร้อมของสถานีชาร์จระหว่างทาง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขับไปไม่ถึงจุดหมาย








