ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ "ย่าบัวสงค์" และครอบครัวของ "ฮลุน" แม้บรรยากาศยังอยู่ในห้วงของการสูญเสีย แต่ก็ยังมีมุมสร้างความปลื้มใจ และอบอุ่นใจให้คุณย่า เผยย่าเคยทำงานในจวนผู้ว่าฯ ตั้งแต่เด็ก ยืนยันจังหวัดพร้อมยื่นมือช่วยเหลือเต็มที่ ด้านนายอำเภอสมเด็จเร่งทำเรื่องเสนอ กต. เคลื่อนย้ายศพกลับไทย ขณะที่ผู้ว่าฯ สั่งเตรียมทีมกฎหมายแนะนำทรัพย์สินทางปัญญาบนยูทูบแก่ทายาท ย่าบัวสงค์ซาบซึ้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ไม่ทิ้งกัน
วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นางวรชาดา เข็มธนเพ็ชร นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางลงพื้นที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจย่าสงค์ หรือ นางบัวสงค์ เป็งสุข ตลอดจนสมาชิกในครอบครัวของ "ฮลุน โซโล่" หรือ นายบวรทัต เป็งสุข อายุ 27 ปี ยูทูบเบอร์สายแบกเป้เที่ยวชาวไทยชื่อดัง ที่บ้านในตำบลสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ถึงที่บ้านพักเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย
โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ทั้งนี้ ย่าสงค์ได้เปิดเผยด้วยความตื้นตันใจว่า ในช่วงสมัยที่ตนเองมีอายุได้ 10 กว่าปี เคยได้มีโอกาสทำงานอยู่ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในสมัยนั้น โดยการที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางมาเยี่ยมถึงบ้านในครั้งนี้ จึงสร้างความรู้สึกดีใจและช่วยเยียวยาจิตใจให้เกิดความอบอุ่นขึ้นเป็นอย่างมาก ในการลงพื้นที่เยี่ยมครั้งนี้ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่ายืนยันและให้คำมั่นสัญญาว่า ขอให้คุณย่า และครอบครัวสบายใจได้ เนื่องจากทางจังหวัดกาฬสินธุ์มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้ามารับฟังปัญหา ดูแล และให้การช่วยเหลือครอบครัวในทุกๆ ด้านอย่างดีที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานระดับปฏิบัติการในพื้นที่เข้ามาคอยติดตามดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดส่งทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ เข้ามาดูแลสภาพจิตใจ ฟื้นฟูสภาพความรู้สึกของคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตความเสียใจครั้งนี้ไปได้
ขณะที่ความคืบหน้าในการดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมายและระเบียบราชการนั้น นายวิรัตน์ ราชชารี นายอำเภอสมเด็จ หลังจากได้เร่งประสานงานร่วมกับทางครอบครัวในการจัดทำเอกสารสำคัญต่าง ๆ เพื่อยืนยันตัวบุคคลและยืนยันภูมิลำเนาของ "ฮลุน โซโล่" และอำเภอได้ทำการส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ช่วยดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ ในการเคลื่อนย้ายศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา ณ ภูมิลำเนาเดิม ตามความประสงค์และความตั้งใจของทางครอบครัวต่อไป
นอกจากเรื่องการประสานงานนำร่างกลับประเทศแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ยังได้แสดงความห่วงใยไปถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของผู้เสียชีวิต โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมในการให้คำแนะนำด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา
รวมถึงสิทธิในการบริหารจัดการช่องยูทูบ “ฮลุน โซโล่" ให้แก่ทายาทตามกฎหมาย ทั้งนี้หากทางครอบครัวมีความประสงค์ที่จะขอรับการช่วยเหลือหรือปรึกษาในข้อกฎหมายดังกล่าว ทางจังหวัดก็พร้อมที่จะจัดหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลให้คำปรึกษาทันที
ด้านนางบัวสงค์ เป็งสุข ย่าของฮลุน ได้เปิดเผยความรู้สึกพร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอสมเด็จ ตลอดจนเจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมมือกันยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ติดตามสถานการณ์ และคอยส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งการช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้งกันในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ครอบครัวมีความเข้มแข็งและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป








