วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หลังจากนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ยกระดับการติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม พร้อมเตรียมระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast ให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงพื้นที่ ภายใต้นโยบาย “รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย” ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ดำเนินการตามข้อสั่งการ โดยใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัด เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และเตรียมพร้อมก่อนเกิดผลกระทบ
พื้นที่แรกที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังการติดตามสถานการณ์ พบว่า มีฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ระดับน้ำยังไม่ล้นตลิ่งและยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ แต่เพื่อเพิ่มเวลาในการเตรียมพร้อมของประชาชน เมื่อเวลา 08.54 น. ปภ. ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนแม่น้ำสายใกล้ล้นตลิ่ง ผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสายลมจอย หมู่ 1 ตำบลเวียงพางคำ ชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 ชุมชนไม้ลุงขน หมู่ 10 และชุมชนเหมืองแดง หมู่ 2 ตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงรายพร้อมแนะนำให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมอพยพหากจำเป็น และติดตามข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ปภ. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก บริเวณสถานี S.33 ตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและอาจล้นตลิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะตำบลศิลา ตำบลตาดกลอย ตำบลหินฮาว อำเภอหล่มเก่า และพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้ส่งแจ้งเตือนน้ำล้นตลิ่ง ผ่านระบบ Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายยานพาหนะ เก็บรักษาทรัพย์สินและเอกสารสำคัญในที่ปลอดภัย ระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า และให้ความช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า การใช้ระบบ Cell Broadcast ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศ ที่มุ่งเน้นการแจ้งเตือนเชิงรุกบนพื้นฐานของข้อมูลพยากรณ์อากาศ การติดตามระดับน้ำ และการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงพื้นที่ และรวดเร็วก่อนเกิดผลกระทบ อันจะช่วยเพิ่มเวลาในการเตรียมตัว ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน และสนับสนุนการบริหารจัดการสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนบทบาทการบริหารจัดการสาธารณภัยจากการเข้าไปช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ สู่การป้องกันและแจ้งเตือนล่วงหน้า โดยนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงานควบคู่กับการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว แม่นยำ และสามารถตัดสินใจได้ทันเวลา
“การแจ้งเตือนที่รวดเร็ว คือหัวใจของการลดความสูญเสีย เราไม่ต้องการรอให้เกิดภัยก่อนแล้วจึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้ก่อน เตรียมตัวก่อน และปลอดภัยก่อน นี่คือเป้าหมายของนโยบาย ‘รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย’ ที่กระทรวงมหาดไทยกำลังขับเคลื่อนอย่างจริงจัง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทันทีเมื่อประเมินแล้วว่าอาจเกิดผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลล่วงหน้าและสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








