เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 27 ก.ค.2569 ที่ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุทธิพจน์ บรรจทรัพย์ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านเป็ด ,พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านเป็ด ทำการควบคุมตัว น.ส.ณัฎฐณิชา หรือสอง อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายครรชิต หรือครูเบียร์ ชาวจังหวัดกำแพงเพชร จนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านพักใน ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาทำการสอบสวน หลังรับมอบตัวมาจาก สภ.เมืองหนองบัวลำภู โดยทันทีที่รถควบคุมตัวผู้ต้องหามาถึง สภ.บ้านเป็ด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเข้าไปในห้องสืบสวนทันที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ารับฟังการสอบสวนหรือบันทึกภาพในการสอบสวนแต่อย่างใด
โดยในช่วงของการควบคุมตัวผู้ของต้องมายังห้องสืบสวนพบว่ายังคงมีสีหน้าปกติ เงียบเฉย สวมใส่ชุดสีดำ สวมหน้ากากอนามัย โดยไม่พูดคุยหรือให้ข้อมุลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใดๆกับสื่อมวลชน
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยระบุว่ามีการต่อสู้และยื้อแย่งกันก่อนที่ปืนจะลั่นไปถูกผู้ตายจนเสียชีวิต ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างที่ผู้ต้องหาจะกระทำได้แต่ในการสอบสวนนั้นเรามีพยานที่อยู่ในเหตุการณ์และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งหมดเป็นน้ำหนักที่พนักงานสอบสวนจะสรุปในสำนวนตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรณ์ และจะขออำนาจศาลฝากขังพลัดแรกในวันพุธที่จะถึงนี้ ( 29 ก.ค.)
“ผู้ต้องหามีการพกปืนเข้ามาในบ้านเนื่องจากมีใบอนุญาตครอบครองถูกต้องแต่ไม่มีใบพกพา ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อไปว่าเจตนาหรือไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ก่อนที่จะก่อเหตุ ซึ่งผู้ต้องหานั้นมีการคบหากับครูเบียร์มาระยะหนึ่งและได้เลิกรากันไปและอาจจะมีการติดตามพฤติกรรมและเฝ้าดูจนเกิดการระแคะระคายและบุกเข้ามาในบ้านจนก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดต่างๆยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยไปได้มากกว่านี้เพราะจะกระทบกับสำนวนการสอบสวนและการทำงานของทางเจ้าหน้าที่”
พ.ต.อ.ภาคภุมิ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหานั้นมีอาชีพรับจ้างทั่วไปและชนวนเหตุของการก่อเหตุตั้งประเด็นไว้ที่เรื่องของการหึงหวง ส่วนการลงมือก่อเหตุนั้นจะไตร่ตรองไว้ก่อน หรือเตรียมการมาอย่างไรนั้นเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนตามขั้นตอน ซึ่งหากการให้การของผู้ต้องหาและพยานไปในทิศทางใดพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อมกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป








