ตราดเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก หลังฝนตกหนักสะสมเกิน 200 มม. ในหลายพื้นที่ ชลประทานเร่งพร่องน้ำอ่างเก็บน้ำรับฝนรอบใหม่ พร้อมเตือนประชาชนพื้นที่ท้ายอ่างและพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะอำเภอเขาสมิง บ่อไร่ และอำเภอเมืองตราด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
วันที่ 28 ก.ค.69 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้ออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง จากฝนตกหนักซ้ำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด รวมถึงคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 27-31 กรกฎาคม 2569 สาเหตุมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับพื้นที่ภาคตะวันออกบริเวณต้นน้ำและลุ่มต่ำมีฝนตกสะสมในช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคมที่ผ่านมามากกว่า 150-200 มิลลิเมตรในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะในจังหวัดตราดที่มีปริมาณฝนสะสมสูง ได้แก่ อำเภอบ่อไร่ 293 มิลลิเมตร อำเภอเขาสมิง 261 มิลลิเมตร และอำเภอเมืองตราด 246 มิลลิเมตร จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ต้นน้ำของอำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอเมืองตราดด้านการเตรียมความพร้อมในพื้นที่
นายชัยกร ลุนทา รักษาการผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด ได้กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำว่า ในช่วง 2-3 วันนี้ที่มีคาดการณ์ฝนตกหนัก โดยอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด (เขาระกำตอนล่าง) ได้ทำการพร่องน้ำทั้งหมด เพื่อรอรับน้ำฝนแล้ว จึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วงสำหรับพื้นที่เขตเทศบาลเมืองตราด แต่จุดที่น่ากังวลคือพื้นที่โซนเดิมอย่าง ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง มีโอกาสที่น้ำจะท่วมสูงกว่าครั้งที่แล้ว แต่จะไม่ท่วมนานเนื่องจากอ่างเก็บน้ำคีรีธารยังไม่เต็มความจุ ซึ่งหากอ่างฯ คีรีธารเต็มจะทำให้การท่วมมีระยะเวลายาวนานขึ้น เนื่องจากคลองสะตอรับน้ำจากอ่างฯ คีรีธาร
นายชัยกร ระบุว่า ช่วง 2-3 วันนี้ ความเข้มข้นของฝนอาจหนักมากเท่ากับวันที่เคยตกหนักที่สุดในรอบที่แล้วและอาจมีความต่อเนื่องสูงกว่า ซึ่งล่าสุดอ่างเก็บน้ำห้วยแร้งมีปริมาณน้ำเต็มความจุแล้วและได้มีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เก็บของขึ้นที่สูง แม้ว่าน้ำจะมีทางระบายออกสู่ทะเลได้เร็วและท่วมไม่นานก็ตาม
สำหรับพื้นที่เขตเทศบาลตำบลเขาสมิง ติดกับแม่น้ำเขาสมิง ที่เคยถูกน้ำท่วมนั้น คาดว่าจะยังปลอดภัยไปจนถึงรอบเดือนกันยายน เนื่องจากอ่างฯ คีรีธารยังไม่เต็ม ระดับน้ำสมทบจึงยังไม่เกินขีดความสามารถในการระบาย
ทั้งนี้ แผนการจัดการน้ำในภาพรวม ทางชลประทานจะพยายามเฝ้าระวังไม่ให้น้ำท่วมในช่วงเดือนสิงหาคม และจะหนุนเก็บน้ำให้เต็มอ่างในเดือนกันยายนเพื่อประโยชน์ในการเพาะปลูกของเกษตรกร แม้อาจทำให้เกิดอุทกภัยเล็กน้อยในช่วงปลายฤดูแต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากว่า








