นักศึกษาสาว ม.ดัง จ.อุดรธานี ร้องขอความเป็นธรรม หลังครูหนุ่มยืมเงิน 10,000 บาท ทวงหลายครั้งไม่คืน สุดท้ายต้องยื่นเรื่องถึงผู้บริหารจึงได้เงินคืน เผยยังคาใจเรื่องจริยธรรม หวั่นถูกกดดันและมีนักศึกษารายอื่นได้รับผลกระทบ
วันที่ 28 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักศึกษาสาววัย 20 ปีอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง จ.อุดรธานีแห่งหนึ่งได้ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก มีข้อความว่า “เมื่อคุณกำลังถูกตั้งคำถาม หนูมีเรื่องอยากถามทุกคนค่ะ ถ้าทุกคนเจอแบบนี้จะทำยังไงคะ หากเจออาจารย์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจรรยาบรรณกับการเป็นอาจารย์ แล้วเราร้องเรียนมหาวิทยาลัยให้ดำเนินการ แต่เวลาผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว ที่ยังไม่ได้รับทราบผลการดำเนินการ หรือความคืบหน้าของการสอบสวนตามกระบวนการของมหาวิทยาลัย ผู้ใหญ่/ผบห.ก็มีแต่บอกให้รอ อดทนรอ ใจเย็น สบายๆ อย่าคิดมาก
และในระหว่างที่รอ หนูยังต้องเรียนในมหาวิทยาลัยเดิม และทุกๆวันที่หนูต้องเผชิญกับคำถาม คำพูด และแรงกดดันจากคนรอบข้าง บางครั้งก็มีอาจารย์บางท่านตั้งคำถาม เข้ามาถามหนูว่าทำไมหนูถึงร้องเรียน หนูทำแบบนั้นทำไม ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ และบางเหตุการณ์ทำให้หนูรู้สึกเหมือนอาจารย์บางคนตำหนิและหนูถูกพูดถึงต่อหน้าคนอื่นทั้งสาขา หนูไม่โอเคมากๆ ทั้งที่หนูก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำ
ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อสภาพจิตใจของหนูอย่างมาก บั่นทอนจิตใจทุกวันแม้ว่าหนูจะเงียบๆ เหมือนไม่คิดอะไร เพราะเอาแต่ทำงาน เรียนในมหาวิทยาลัยนี้ในทุกวัน ไม่มีเวลาว่าง แต่จะมีสักแวบนึงที่หนูนึกถึงและคิดมากเรื่องนี้เสมอ หลายคนอาจคิดว่า อ่าว ? ได้เงินคืนแล้วยังไง หนูได้เงินคืนแล้ว เรื่องก็น่าจะจบ แต่สำหรับหนู เรื่องนี้ไม่เคยจบ เพราะสิ่งที่หนูเรียกร้องมาตลอด คือความถูกต้อง และความเป็นธรรมในกระบวนการ ไม่ใช่แค่การได้เงินคืน หนูไม่ขอให้ใครมาเข้าใจหนู แต่หนูอยากบอกว่าหนูเสียใจมากค่ะ เพราะเขาก็ยังใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไปเที่ยวกับพวกรุ่นพี่ ไปทำงาน และยังอยู่กับนักศึกษาที่เขาไม่รู้อะไร และหนูก็กลัวว่าจะมีนักศึกษาที่เป็นเหมือนหนูโดนอีก
ที่หนูตัดสินใจออกมาพูด เพราะหนูอยากให้สังคมได้รับรู้ว่า การเป็นผู้เสียหาย ไม่ได้จบลงในวันที่ได้เงินคืน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายยังคงอยู่ทุกวัน หนูห้ามกระบวนการไม่ได้ แต่หนูยืดหยัดสู้กับสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง หนูทำถูกใช่ไหมคะ หนูเพียงต้องการเห็นกระบวนการที่เป็นธรรมเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงบอกว่าให้ ”รอ” “อย่าคิดมาก“ ”ชิลล์ๆ“
สรุปที่น้องนักศึกษาสาวรายนี้โพสต์จับใจความได้ว่า “ หนูไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำไมต้องเป็นคนแบกรับความรู้สึกนี้ไว้ฝ่ายเดียว? หนูตัดสินใจร้องเรียนอาจารย์ท่านหนึ่งเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ผ่านมากว่า 2 เดือน เรื่องกลับเงียบสนิท มีเพียงคำตอบจากผู้ใหญ่ว่าให้ "อดทนรอ" และ "อย่าคิดมาก" ระหว่างที่รอ หนูต้องเผชิญกับแรงกดดัน คำพูดบั่นทอนจิตใจ และสายตาจากคนรอบข้าง อาจารย์บางท่านเข้ามาตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่?” จนทำให้หนูรู้สึกเหมือนถูกตำหนิและกลายเป็นจำเลยในสายตาคนอื่น ทั้งที่หนูเป็นผู้เสียหาย หลายคนคิดว่า "ได้เงินคืนแล้วเรื่องก็น่าจะจบ" แต่สำหรับหนูมันไม่เคยจบค่ะ สิ่งที่หนูเรียกร้องมาตลอดไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือ "ความถูกต้องและความเป็นธรรม" หนูเสียใจที่เห็นเขายังใช้ชีวิตตามปกติ ขณะที่หนูต้องแบกรับบาดแผลทางจิตใจทุกวัน และกลัวว่าจะมีนักศึกษาคนอื่นตกเป็นเหยื่ออีก หนูเปลี่ยนกระบวนการที่ล่าช้าไม่ได้ แต่หนูเลือกที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง หนูทำถูกแล้วใช่ไหมคะ? หนูแค่อยากเห็นกระบวนการที่เป็นธรรมเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่คำว่า "ให้รอ" หรือ "ชิลล์ๆ" จากคนที่ไม่เคยต้องมาเป็นผู้เสียหายเอง
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.น้ำหวาน อายุ 20 ปีนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี นำหลักฐานข้อความที่ครูหนุ่มอายุ 35 ปี ทักมายืมเงินในช่วงเวลาหกทุ่มเศษของวันที่ 15 พ.ค.69 ที่ผ่านมา คาดว่าครูหนุ่มกำลังไปนั่งดริ๊งกับเพื่อน และข้อความที่ทวงถามเงินแต่ครูคนนี้บ่ายเบี่ยงและเลื่อนมาตลอด และหลักฐานการโอนเงินคืนรวมยอดทั้งหมด 10,000 บาทหลังจากตนเองไปยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากอธิการฯ
น.ส.น้ำหวาน เปิดเผยว่า ช่วงก่อนปิดเทอมประมาณหกทุ่มเศษของวันที่ 15 พ.ค.69 ครูเอกภาษาอังกฤษได้ทักมาทางไลน์ขอยืมเงินจำนวน 2,500 บาทอ้างว่าบัญชีโอนไม่ได้น่าจะจ่ายค่าอาหารและบอกว่าเดี๋ยวจะโอนคืนให้วันถัดไป ด้วยความเป็นครูและเกรงใจตนเองก็เลยโอนให้ 3,000 บาท ครูก็อ้างไม่ได้รับ จึงโอนไปอีก 3,000 บาท ครูก็บอกอีกว่าเงินไม่เข้า ก็คิดว่าระบบคงมีปัญหาตอนเช้าค่อยตรวจสอบ พอเช้าด้วยความเป็นห่วงครูจึงทักไปถาม ครูก็บอกเงินเข้าแล้ว ทีนี้ครูก็ขอยืมอีก 10,000 บาท ตนเองก็บอกว่าไม่มี มีแค่ 4,000 บาทก็โอนให้รวมทั้งหมด 10,0000 บาท ครูก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะจะคืนในวันถัดมา แต่ปรากฏว่าครูก็เงียบ ทักไปก็อ้างติดประชุม เดี๋ยวโอนให้ ผ่านไปหลายวันรู้ว่าโดนครูเบี้ยวแล้ว จึงตัดสินใจยื่นเรื่องร้องต่ออธิการฯ สุดท้ายครูหนุ่มจึงโอนเงินคืนให้ 10,000 บาทเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.69
ถามว่าได้เงินคืนแล้วทำไมไม่จบ อยากจะบอกว่า กว่าที่หนูจะได้เงินคืนทวงแล้วทวงอีก จนพ่อที่อยู่ จ.พิษณุโลกเดินทางมาสอบถามด้วยก็เงียบ จึงตัดสินใจยื่นเรื่องต่อผู้บริหาร สุดท้ายทางผู้บริหารจึงสั่งให้ครูคนนี้คืนเงิน แต่จากนั้นเรื่องเหมือนไม่จบ เพราะถูกครูในคณะพูดคุกคามทางจิตใจต่อหน้าเพื่อนๆ ได้เงินคืนแล้วก็ไม่จบนะ และอีกอย่างตนเองยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้กลัวมีผลการการเรียนหากต้องเจอกับครูคนนี้อีก อยากจะขอความเป็นธรรมให้กับหนูด้วย และถามว่าจริยธรรมครูอยู่ไหน ส่วนการลงโทษก็แล้วแต่ผู้บริหาร แต่เรื่องผ่านมาเกือบ 2 เดือนไม่เห็นทางมหาวิทยาลัยฯ ดำเนินการให้อุ่นใจเลย เหมือนปล่อยผ่านเรื่องให้เงียบ และมาทราบทีหลังว่าครูหนุ่มเอาเงินไปเปย์นักศึกษาชายชั้นปี 4 ทำให้ตนเองแทบช็อคแบบนี้ก็มีด้วยหรือ และยังมีนักศึกษาถูกอาจารย์คนนี้ยืมเงินอีกหลายคนและยังไม่ได้เงินคืนด้วย
ที่หนูตัดสินใจออกมาพูด เพราะหนูอยากให้สังคมได้รับรู้ว่า การเป็นผู้เสียหาย ไม่ได้จบลงในวันที่ได้เงินคืน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายยังคงอยู่ทุกวัน หนูห้ามกระบวนการไม่ได้ แต่หนูยืดหยัดสู้กับสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง หนูทำถูกใช่ไหมคะ หนูเพียงต้องการเห็นกระบวนการที่เป็นธรรมเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงบอกว่าให้ ”รอ” น.ส.น้ำหวานกล่าวตอนท้าย
ส่วนนายเอ็ม (นามสมมติ) นักศึกษาอีกคนบอกว่า ครูคนนี้ได้ให้นักเรียนจ่ายค่าชีตเอกสารในการเรียนการศึกษาคนละ 90 บาท ในห้องมีประมาณ 50 กว่าคนเป็นเงินเกือบ 5,000 บาทจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ชีตเอกสารฯเลยและทราบว่ามีอีกหลายห้องครูก็เก็บเงินแบบนี้เหมือนกัน








