วันที่ 27 ก.ค.2569 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้มอบหมายให้กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่เข้าร่วมการจัดตั้งด่านตรวจการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับ 7 หน่วยงานที่ทำ MOU ร่วมกันเมื่อวันที่20 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ผลการตั้งด่านครั้งที่1ไม่พบบรรทุกเกิน แต่พบผิดดัดแปลงส่วนควบ-ภาษีเพียบ ซึ่งจากการตรวจสอบ แม้จะไม่พบรถบรรทุกน้ำหนักเกินเกณฑ์ แต่พบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในหลายฐานความผิด ได้แก่ การค้างชำระภาษีรถยนต์ประจำปี การต่อเติมอุปกรณ์ ส่วนควบขัดต่อกฎหมาย เช่น การดัดแปลงแตรลม, ไฟแสดงส่วนสูง, ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว, การติดไฟสีไม่ถูกต้อง และยางโคลนติดตั้งยื่นเกินตัวรถ ในขณะที่รถบรรทุกทั่วไปในพื้นที่ตรวจพบไม่พกใบขับขี่และไม่ติดป้ายภาษี
จากการกระทำผิดดังกล่าว สำนักงานขนส่งจังหวัดพิจิตร ได้ออกคำสั่งปรับข้อกล่าวหาการกระทำผิดทางพินัยแก่ผู้ประกอบการจำนวน 1 ราย ออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 12 ราย และดำเนินการเปรียบเทียบปรับกรณีไม่พกใบขับขี่และไม่ติดป้ายภาษีอีก 1 ราย ซึ่งนอกจากการตั้งด่านตรวจแล้ว สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดจึงมีรถบรรทุกวิ่งในเส้นทางดังกล่าวจำนวนมาก จนส่งผลให้ถนนเกิดการพังชำรุดหลายจุด และสร้างความเดือดร้อนต่อการสัญจรของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้พบสาเหตุหลักเกิดจาก การขนส่งหินจากเขตพื้นที่รถไฟดงตะขบ เพื่อนำกลับไปยังสถานีรถไฟศิลาอาสน์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งจากการประเมินปริมาณหินที่กองอยู่ในเขตทางรถไฟดงตะขบพบว่ามีจำนวนมหาศาล อาจสูงถึง 500,000 ลูกบาศก์เมตร (คิว) และยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าจะมีการขนส่งไปยังพื้นที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ และหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการในเรื่อง ดังกล่าวดังนั้นจึงต้องเดินหน้ามาตรการเชิงรุก โดยประสานหน่วยงานผู้รับผิดชอบ และดึงผู้ประกอบการร่วมแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อตัดวงจรความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และวางมาตรการสอดส่องดูแลร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป








