เครือข่ายกาแฟจังหวัดสตูลเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนากาแฟโรบัสต้าท้องถิ่น จัดกิจกรรมพบปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มเกษตรกร ผู้แปรรูป และบาริสต้ารุ่นใหม่ในพื้นที่ มุ่งถอดบทเรียนการพัฒนากาแฟสตูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงหน้าร้าน พร้อมผลักดันโรบัสต้าท้องถิ่นสู่ กาแฟพิเศษ (Fine Robusta) สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร
ภายในกิจกรรม มีการนำผลผลิตกาแฟจากแปลงต่าง ๆ ในฤดูกาลล่าสุดมาทดลองชิม หรือ Cupping พร้อมแลกเปลี่ยนเทคนิคการพัฒนารสชาติ โดยเน้นจุดเด่นของจังหวัดสตูลที่เหมาะสมกับการปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งมีความทนทานต่อสภาพอากาศ ทั้งแดดและความแห้งแล้ง และมีสารโพลีฟีนอลในระดับสูง
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของคนทำกาแฟในจังหวัดสตูล ตั้งแต่เกษตรกร ผู้แปรรูป ไปจนถึงบาริสต้า โดยมีการส่งต่อเทคโนโลยี องค์ความรู้ และเมล็ดกาแฟระหว่างสมาชิก เพื่อสนับสนุนให้ร้านกาแฟและคาเฟ่ในพื้นที่หันมาใช้ผลผลิตจากเกษตรกรจังหวัดสตูลมากขึ้น แทนการนำเข้ากาแฟจากต่างถิ่น
ศ.ดร.สมยศ ทุ่งหว้า เจ้าของแปลงกาแฟและอดีตประธานเครือข่ายกาแฟสตูล ด้านการขับเคลื่อนเครือข่ายในปัจจุบันเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรรายย่อย ให้สามารถแปรรูปผลผลิตและกำหนดราคาที่เป็นธรรมได้เอง
"เรามีแปลงกาแฟเครือข่ายที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ครบวงจร แต่ละแปลงจะมีเอกลักษณ์ต่างกัน บางแปลงเน้นบอดี้แน่น นัว บางแปลงเน้นกลิ่นหอมเบอร์รี่หวานฉ่ำ เราแชร์ทั้งความรู้และโปรดักต์ให้เด็กๆ บาริสต้านำไปขาย ปีนี้ราคากาแฟเชอร์รี่สดพุ่งสูงถึง 40 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมเพียง 10 บาท ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับเกษตรกรสตูล"
นายประชา สังหาร ประธานเครือข่ายกาแฟสตูลคนปัจจุบัน บอกว่า 3 จุดแข็งโรบัสต้าสตูล สู่เป้าหมายกาแฟพรีเมียม อัตลักษณ์บอดี้แน่น นัว ลึกซึ้งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่โรบัสต้าให้ได้ดีกว่าอาราบิก้า เหมาะสำหรับชงเมนูนมและเอสเปรสโซ่การแปรรูปพิถีพิถัน (Fine Process) คัดเฉพาะ เมล็ดสุกแดง 100% ควบคุมการตากและการหมักอย่างถูกวิธี ไม่คั่วผสมน้ำตาลคงความหวานธรรมชาติจากเมล็ด ผลิตแบบปลอดภัยและยั่งยืน ปลูกในระบบผสมผสาน ให้ร่มเงา ปลอดสารเคมี ปลอดภัยต่อทั้งผู้บริโภคและระบบนิเวศในสวน
แม้วันนี้ผลผลิตกาแฟสตูลจะยังอยู่ในระดับ Micro-lot (เฉลี่ย 100–200 กิโลกรัมต่อแปลง/ปี) และผลิตไม่พอต่อความต้องการของตลาด แต่เครือข่ายกาแฟสตูลตกลงร่วมกันว่า จะไม่เน้นการผลิตเชิงปริมาณแบบ Mass Production แต่จะมุ่งเน้น การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) พัฒนาบรรจุภัณฑ์ของฝาก เชื่อมโยงกับเส้นทางอุทยานธรณีโลกสตูล จีโอพาร์ค (Geopark) และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวิถีกาแฟสตูลอย่างแท้จริง








