ความคืบหน้าคดีสะเทือนวงการปกครองส่วนท้องถิ่น หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายณัฐภาพงศ์ หรือ “นายกภา” อายุ 61 ปี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ควนกาหลง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล จำนวน 3 หมายจับ ในคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น พร้อมตรวจยึดเงินสดกว่า 1.23 ล้านบาท ก่อนส่งตัวดำเนินคดี และโอนสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสตูล นำโดย พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และ พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของภรรยาผู้ต้องหาและรถยนต์ที่ใช้ ก่อนสืบทราบว่า นายณัฐภาพงศ์หลบหนีไปพักอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่ง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุมตัวได้ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดจำนวน 1,230,500 บาท และเอกสารสำคัญ ก่อนควบคุมตัวไปจัดทำบันทึกการจับกุมที่ สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเดินทางกลับมายัง สถานีตำรวจภูธรควนกาหลง จังหวัดสตูล เพื่อส่งมอบให้ พ.ต.อ.อำไพ ชุ่มช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรควนกาหลง ดำเนินการตามกฎหมาย
จากการสอบสวนพบว่า ระหว่างวันที่ 7 เมษายน – 27 มิถุนายน 2569 มีผู้เสียหายรวม 13 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกผู้ต้องหาหลอกลวงเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นได้
พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอยู่ในอำนาจของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงได้โอนทั้งสำนวนการสอบสวนและตัวผู้ต้องหาให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้าน นายประยุทธ เหล่หวี ทนายความของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. แล้ว ส่วนผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา ต้องหารือรายละเอียดข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยได้เตรียมหลักทรัพย์มายื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวตามสิทธิของผู้ต้องหา
ทนายความยังระบุว่า ผู้ต้องหามีความกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งและเป็นบุคคลที่ประชาชนรู้จักในพื้นที่ แต่ยืนยันว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับหมายเรียกบุคคลอื่นนั้น ยังไม่ขอแสดงความเห็น เพราะรับผิดชอบว่าความให้เฉพาะผู้ต้องหารายนี้เท่านั้น
ขณะที่ประชาชนในจังหวัดสตูลยังคงติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายผล เพื่อสืบสวนหาผู้ร่วมกระทำผิดและผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการหลอกลวงสอบบรรจุข้าราชการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เชียงรายผนึก วว. ปลูกป่าดอยสะเก็น สู้วิกฤตฝุ่น PM 2.5
ข่าวภูมิภาค








