คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ในเวทีสุดท้ายของโครงการ "สว. พบประชาชน" สมาชิกวุฒิสภาภาคใต้ตอนล่าง เพื่อติดตามความคืบหน้าสถานการณ์การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงปลายปีนี้
วันที่ 25 ก.ค.69 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานชลประทานที่ 16 และ นายณรงค์พร ณ พัทลุง (นายกแป้น) นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง แผนรับมือ รวมถึงปัญหาอุปสรรคทั้งด้านกฎหมายและงบประมาณชลประทานที่ 16 ได้งบฯ 400 ล้าน ซ่อมคลอง ร.1 และประตูระบายน้ำนายไชยยงค์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณส่วนหนึ่งจำนวน 400 ล้านบาท ให้แก่สำนักงานชลประทานที่ 16 เพื่อเร่งดำเนินการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ระยะทางที่เสียหายจากอุทกภัยปีที่แล้วราว 7 กิโลเมตร (รวมสองฝั่ง 14 กิโลเมตร) รวมถึงซ่อมแซมประตูระบายน้ำและอาคารสำนักงานต่าง ๆ จึงอยากฝากให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยร่วมติดตามการใช้อบประมาณดังกล่าวด้วยนอกจากนี้ ในระยะยาว กรมชลประทานยังมีแผนสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม และขุดคลองระบายน้ำสายใหม่ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการระบายน้ำของคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ในการระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา
ในส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ไข่แดงและยังขาดแคลนงบประมาณ ทาง สว. ได้รับฟังข้อขัดข้องและรับมอบแผนงานสนับสนุน โดยเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณ วุฒิสภา ในวันจันทร์ที่ 27 นี้ เพื่อช่วยขับเคลื่อนและผลักดันงบประมาณตามที่เทศบาลเสนอขอไปยังรัฐบาล เช่น โครงการเสริมคันดินแก้มลิง เพื่อเพิ่มความจุในการรองรับน้ำ
โฆษก กมธ. ระบุเพิ่มเติมว่า แม้การคาดการณ์ระบุว่า หากปีนี้มีฝนตกหนักเพียงครึ่งหนึ่งของปีที่แล้ว เทศบาลนครหาดใหญ่อาจยังต้องประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ แต่ระดับความสูงของน้ำและความรุนแรงจะลดลงอย่างแน่นอน เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานหลักมีแผนรับมือที่ชัดเจนกว่าปีที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ ยังได้รับการประสานจาก กสทช. ในการติดตั้งเสาสัญญาณสื่อสารเพิ่มเติม 5 ต้น ในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งมีระบบสำรองไฟฟ้าได้นานถึง 5 วัน เพื่อแก้ปัญหาตัดขาดการติดต่อสื่อสารหากเกิดน้ำท่วมสูงเหมือนปีที่แล้ว
"สมาชิกวุฒิสภาได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาจริง และกำลังนำข้อขัดข้องทั้งหมดไปช่วยขับเคลื่อนต่อในระดับรัฐบาล เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ได้อย่างยั่งยืน"








